
แฉบ้าน2หมื่นหลังขวางคลอง วสท.แนะรื้อโปรเจกต์3แสนล.
ทีมกรุ๊ปเสนอ 6 ทางออกโครงการจัดการน้ำ แฉคลองใน กทม.ถูกรุกล้ำอื้อ
ทีมกรุ๊ปเสนอ 6 ทางออกโครงการจัดการน้ำ แฉคลองใน กทม.ถูกรุกล้ำอื้อ
นายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีมกรุ๊ป เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังมีครัวเรือนรุกล้ำริมลำคลองต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) มากกว่า 2 หมื่นครัวเรือน ซึ่งขัดต่อแนวทางที่รัฐบาลและ กทม.ประกาศว่าจะอพยพและจัดหาที่อยู่ใหม่เพื่อเตรียมรองรับปัญหารอบใหม่
ทั้งนี้ อาทิ คลองเปรมประชากร คลองบางเขน คลองบางซื่อ คลองถนน คลองลาดพร้าว คลองบางบัว ขณะที่ฝั่งตะวันตก มีการรุกล้ำคลองแคราย คลองบางน้ำจืด และคลองสี่วาพาสวัสดิ์ มีเพียงคลองทวีวัฒนาที่ดีขึ้น แม้จะขุดลอกหรือปรับปรุงการไหลของน้ำใหม่แล้ว แต่หน่วยงานรัฐไม่กล้าใช้อำนาจจริงจัง หากมีบ้านเรือนขวางทางน้ำก็ใช้วิธีเลี่ยงการขุดออกไป ซึ่งจะทำให้การระบายน้ำภายในเขต กทม.มีปัญหาอย่างมาก
นายชวลิต กล่าวอีกว่า การศึกษาความเหมาะสมแผนผังชุมชน แผนที่ลุ่มน้ำเหมือนการตัดแปะจากโครงการอื่นๆ ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถกำหนดราคากลางในแต่ละโครงการได้และอาจเกิดการฟ้องร้องในภายหลัง จึงควรศึกษาใหม่ตามที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เสนอ
นอกจากนี้ ทีมกรุ๊ปได้ออกข้อเสนอ 6 ข้อ สำหรับโครงการนี้ ประกอบด้วย 1.ให้ศึกษาความเหมาะสมระบบของลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่และ 8 ลุ่มน้ำ 2.ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมในโครงการย่อยให้เสร็จสมบูรณ์ก่อน 3.ควรเร่งรัดก่อสร้างเฉพาะโครงการย่อยที่มีความพร้อม
4.เอกสารประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้าง รวมถึงการออกแบบควรมีรายละเอียดของทั้งระบบลุ่มน้ำที่สามารถอ้างอิงในสัญญาได้ 5.ควรใช้บริษัทไทยเป็นหลักในการทำงานทุกสัญญา และ 6.ควรลดข้อกำหนดให้กลุ่มบริษัทที่เสนองานต้องมีมูลค่ารวมกัน 10 ปี ไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้านบาท และโครงการละ 2,000 ล้านบาท ให้เหลือ 10% ของมูลค่าสัญญาเท่านั้น
ขณะที่ วสท.ได้ร่วมกับ 7 เครือข่าย จัดเสวนาวิพากษ์กรอบแนวคิดออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 3 แสนล้านบาท พร้อมออกแถลงการณ์ 6 ข้อ 1.รัฐบาลไม่ควรกำหนดคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอที่มีมูลค่าการก่อสร้างไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้านบาท 2.ให้ตั้งคณะกรรมการกำกับและดูแลโครงการจากผู้รู้ด้านวิศวกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 3.ได้แผนแม่บทใหม่จึงออกแบบและก่อสร้าง
4.ควรเน้นเรื่องธรรมชาติและวิถีชุมชนมากกว่าการใช้สิ่งก่อสร้างเป็นหลัก 5.ควรคำนึงถึงปัญหาภัยแล้ง และ 6.ควรจัดลำดับความสำคัญของโครงการใหม่ให้ภาคประชาชนตรวจสอบทุกขั้นตอน







