
สส.ประจวบฯ ห่วงเกิดสงครามกลางเมือง
สส.ประจวบฯพรรคประชาธิปัตย์ห่วงเกิดสงครามกลางเมืองหากยุบสภาไปแล้ว
สส.ประจวบฯพรรคประชาธิปัตย์ห่วงเกิดสงครามกลางเมืองหากยุบสภาไปแล้ว
นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ปชป. รองประธานกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร ( กมธ.สส.) เปิดเผยว่า การเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาของกลุ่ม นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ที่กำลังดำเนินอยู่นั้นไม่ได้เป็นทางออกที่แก้วิกฤตประเทศ และยิ่งเป็นการซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากคนไทยยังไม่มีแนวทางของความสามัคคี ความปรองดอง หรือ ความสมานฉันท์ และที่สำคัญไปกว่านั้นผมไม่มั่นใจว่าหากมีการยุบสภาไปแล้วจะมีความขัดแย้งเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะไม่มีฝ่ายใดที่จะสามารถออกมายืนยันว่า ผู้สมัคร สส.ของฝ่ายรัฐในปัจจุบันจะลงพื้นที่ออกไปหาเสียงกับประชาชนได้หรือไม่ เพราะอาจมีผลกระทบเกิดศึกหรือสงครามกลางเมืองสร้างความเสียหายในหลายพื้นที่จากระแสความเกลียดชังของกลุ่มคนที่มีความเห็นต่างกัน
ส่วนการลงนามในสัตยาบันตามข้อเสนอของเสื้อแดงก็ไม่มีผลในทางปฏิบัติ เนื่องจากในช่วงที่นายอิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้ารับตำแหน่งในช่วงแรกนั้น มีการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ สส.เข้ามาแก้หาในระบบรัฐสภา แต่ผลสรุปสุดท้ายบางฝ่ายก็ปฏิเสธแนวทางนี้ทั้งที่เคยยื่นข้อเสนอหรือมีข้อเรียกร้องหลายประการ ต้องถามแกนนำ นปช. และ สส.บางกลุ่มที่ไม่ยอมรับแนวทางสมานฉันท์ว่าต้องการให้คนไทยมีความสุข ต้องการให้ประเทศเดินไปข้างหน้าหรือไม่ สำหรับการชุมนุมจะยืดเยื้อหรือไม่ต้องดูจุดประสงค์ที่แท้จริงว่าชุมนุมเพื่ออะไร เพื่อใคร และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดต้องระวังอย่าให้มือที่สามเข้ามาก่อความวุ่นวายก็คงไม่มีอะไรรุนแรงจนเป็นเหตุให้มีการปฏิวัติ " นายประมวล กล่าว
นายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากำนันผู้ใหญ่บ้านในภาคอีสานและภาคเหนือว่าฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ไม่สามารถสกัดชาวบ้านได้ เพราะอ้างว่ามาชุมนุมตามสิทธิที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พร้อมบอกเหตุผลว่าคนในภาคเหนือและภาคอีสานลงคะแนนเลือก สส.พรรคเพื่อไทย เพื่อให้หัวหน้าพรรคได้เป็นนายกรัฐมนตรีในฐานะที่พรรคมี สส.มากที่สุดในสภา และเห็นด้วยหากนายกรัฐมนตรีจะประกาศยุบสภาเพื่อยุติความรุนแรง แสดงสปริตคืนอำนาจให้ประชาชนกลับไปตัดสินใจกันใหม่ ให้ทุกพรรคการเมืองไปหาเสียงว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร ส่วนองค์กรอิสระ เช่น กกต. ปปช. ก็ควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกเพื่อให้มีการคัดสรรใหม่ตามหลักการที่ถูกต้อง อย่าให้บางฝ่ายนำไปขยายผลซ้ำซากว่ามีการทำงาน 2 มาตรฐาน







