
เขื่อนเร่งระบายน้ำทิ้งตลิ่งพัง53จุด
ฝนตกหนักจนเขื่อนต้องเร่งระบายน้ำทำให้แม่น้ำเจ้าพระยา-ป่าสักพังรวม 53 จุด
ฝนตกหนักจนเขื่อนต้องเร่งระบายน้ำทำให้แม่น้ำเจ้าพระยา-ป่าสักพังรวม 53 จุด
สถานการณ์ของแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีระดับน้ำขึ้นและระดับลงอย่างรวดเร็วในหลายรอบเนื่องมาจากการเร่งและหยุดการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการน้ำเหนือหลากเป็นแนวทางป้องกันน้ำท่วมภาคกลางในช่วงปลายฤดูฝน หลังจากที่น้ำท่วมหนักปี 54 พบว่าในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านอ.บางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน และ อ.บางไทร ระยะทางรวมกว่า 50 กิโลเมตร พบว่ามีหลายพื้นที่มีการพังของตลิ่งจำนวนมาก
ส่วนของแม่น้ำป่าสักที่มีการปล่อยน้ำผ่านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนพระรามหกที่ไหล่ผ่านอ.ท่าเรือ อ.นครหลวง อ.พระนครศรีอยุธยา
นอกจากนี้พบว่ามีการพังของตลิ่งมากเช่นกันโดยรวมแล้วพบว่ามีการพังของตลิ่งไม่ต่ำกว่า 53 จุด มาจาก 2 สาเหตุหลัก คือ ดินริมตลิ่งที่อุ้มน้ำไว้มากช่วงการปล่อยน้ำสูงสุด หรือภาวะน้ำเหนือหลากในฤดูฝน และเมื่อลดการปล่อยน้ำจนระดับน้ำต่ำหรือแห้งหรือภาวะน้ำแห้งช่วงหน้าร้อน เป็นสาเหตุทำให้ตลิ่งที่อุ้มน้ำไว้มากพังลงสู่ก้นแม่น้ำโดยเฉพาะตามคุ้งน้ำ ส่วนอีกสาเหตุทั้งแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตรงกันคือการพังของตลิ่งจะเกิดตามคุ้งน้ำที่มีการเดินเรือสินค้าขนาดใหญ่ที่วิ่งขนส่งสินค้ากันตลอดทั้งวันทั้งคืนเป็นปัจจัยที่เร่งการพังของตลิ่ง
นายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า มีการให้หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,อ.เจ้าท่าอยุธยา สำรวจพบว่า 2 แม่น้ำมีจุดพังของตลิ่งที่รุนแรง รวม 53 จุดและล่าสุดมีการทำโครงการเสนอด่วนไปยังรัฐบาลเพื่อให้ทันใช้งบประมาณฟื้นฟูหลังน้ำท่วมจำนวน 370 ล้าน เพื่อทำเขื่อนป้องกันตลิ่งพังโดยเน้นไปในจุดที่อันตรายและรุนแรงที่สุดใน 12 จุด โดยในส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล และ แม่น้ำป่าสักที่ตำบลสามไถ่ อ.นครหลวง รวมระยะทางประมาณ 4 กม.ซึ่งหากได้งบประมาณมาจะเร่งดำเนินการทันทีส่วนในจุดอื่นจะเร่งแสวงหาเงินงบประมาณโดยการช่วยโครงการก่อสร้างเพื่อขอรับการช่วยเหลือโดนด่วนเช่นกัน ทั้งนี้เพราะเห็นว่าพื้นที่ที่มีการพังของตลิ่งนั้นพังเข้ามาถึงบ้านเรือนประชาชนเป็นพื้นที่น้ำท่วมสูงซ้ำซากมีการเดินเรือในแม่น้ำและชาวบ้านเชื่อว่าได้รับผลกระทบจากการส่งเสริมการขนส่งน้ำทางน้ำซึ่งต้องยอมรับว่าการขนส่งทางน้ำในประเทศไทยมีความจำเป็นแต่คุณภาพชีวิตของชาวบ้านก็สำคัญเช่นกัน







