posttoday
พ.ต.อ.สมเพียร จะต้องไม่ตายเปล่า

พ.ต.อ.สมเพียร จะต้องไม่ตายเปล่า

16 มีนาคม 2553

.....นายศาสตรา

การเสียชีวิตของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอบันนังสตา จ.ยะลา นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการตำรวจและสังคมไทย

วงการตำรวจไทยและสังคมไทยจะต้องไม่ปล่อยให้การสูญเสียครั้งนี้จางหายไปท่ามกลางยุคข้อมูลข่าวสารที่จะต้องมีข่าวใหม่เข้ามาโถมทับและกลบข่าวเก่าลูกแล้วลูกเล่า

การเสียชีวิตของ พ.ต.อ.สมเพียร จากแรงระเบิดเมื่อวันศุกร์ที่ 12 มี.ค. เป็นเรื่องน่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง และเป็นข่าวใหญ่ขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ เพราะสังคมไทยในวงกว้างเพิ่งรับรู้ถึงวีรกรรมและผลงานที่ต่อเนื่องยาวนานของนายตำรวจผู้นี้ พร้อมกับความอยุติธรรมที่เขาได้รับจากผู้บังคับบัญชาถึงกับต้องหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายให้สาธารณชนได้รับรู้มาหยกๆ แต่เพราะข่าวการสูญเสียของ พ.ต.อ.สมเพียร เกิดขึ้นขณะที่มีข่าวใหญ่กว่าในประเทศ คือ ข่าวการชุมนุมครั้งใหญ่ของคนเสื้อแดงในกรุงเทพฯ จึงนับเป็นเคราะห์ดีอีกครั้งหนึ่งของรัฐบาลที่มีข่าวใหญ่กว่ามาบดบังข่าวการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.สมเพียร ไม่เช่นนั้นเสียงตำหนิติเตียนความ “ใจดำ” หรือ “ทอดธุระ” ของทั้งนายกฯ และรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะต้องดังระงมมากกว่านี้แน่

อันที่จริงชีวิตของ พ.ต.อ.สมเพียร ได้สะท้อนภาพลักษณ์ด้านที่งดงามของวงการตำรวจอย่างน้อย 2 ด้าน ด้านแรกคือ วงการตำรวจสามารถสร้างนายตำรวจอย่าง พ.ต.อ.สมเพียร ผู้เติบโตขึ้นมาจากตำรวจชั้นประทวนให้มีวิญญาณของตำรวจอย่างแท้จริง มีความกล้าหาญ มีปฏิภาณไหวพริบ และทุ่มเทชีวิตให้แก่งานในหน้าที่อย่างน่าสรรเสริญ อยู่ในพื้นที่ที่ต้องเสี่ยงภัยมาตลอดชีวิตราชการ ผ่านการปะทะมาแล้วกว่าร้อยครั้ง ได้รับรางวัลเป็นเกียรติประวัติมากมาย ข้อสำคัญแม้จะต้องเสี่ยงชีวิต เฉียดตายมามากมายหลายครั้ง แต่ขวัญกำลังใจก็ไม่เสื่อมถอย พยานหลักฐานที่ชัดเจนจนกระทั่งบั้นปลายของชีวิตก็คือ เมื่อผิดหวังอย่างรุนแรงถึงขั้นต้องหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายจากการที่ความปรารถนาครั้งสุดท้าย ที่ต้องการขอย้ายไปใช้ชีวิตราชการปีสุดท้ายอย่างสงบที่ อ.กันตัง บ้านเกิด แต่ถูกผู้บังคับบัญชา “ใจดำ” ทั้งหลายปฏิเสธ แม้กระนั้น พ.ต.อ.สมเพียร ก็ไม่ท้อถอย ยังออกปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงชีวิตต่อไป จนเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ก็ต้องประสบเหตุ “เฉียดตาย” อีกครั้ง ก่อนจะจบชีวิตจากแรงระเบิดของฝ่ายตรงข้าม

นี่คือความงดงามและยิ่งใหญ่ที่วงการตำรวจจะต้องศึกษาว่าอะไรคือเหตุปัจจัยที่หล่อหลอมให้เกิดนายตำรวจที่มีวิญญาณยิ่งใหญ่เช่นนี้ เพื่อเป็นแนวทางสร้างคนอย่าง พ.ต.อ.สมเพียร ขึ้นมากๆ สืบไปในอนาคต

ภาพลักษณ์ที่งดงามอีกด้านหนึ่งของวงการตำรวจก็คือ การเปิดโอกาสให้ตำรวจชั้นประทวนอย่าง พ.ต.อ.สมเพียร ก้าวหน้าในราชการจนเป็นถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร และเปิดโอกาสให้สร้างผลงาน ก่อวีรกรรมสร้างชื่อเสียงมากมายให้วงการตำรวจ

แต่ภาพอัปลักษณ์ของวงการตำรวจจากกรณีของ พ.ต.อ.สมเพียร ก็อย่างที่ทราบกันแล้ว กรณีที่ พ.ต.อ.สมเพียร ขอย้ายกลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบช่วงปีสุดท้ายของชีวิตราชการแต่ย้ายไม่ได้ ซึ่งข่าวนี้เกิดขึ้นขณะที่มีข่าวการซื้อขายตำแหน่งอันอื้อฉาวในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จน พ.ต.อ.สมเพียร ต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชน ถึงขั้นน้ำตาลูกผู้ชายต้องไหลริน แต่น้ำตาลูกผู้ชายและน้ำเสียงอันสั่นเครือของวีรบุรุษตำรวจอย่าง พ.ต.อ.สมเพียร คงจะสร้างความหวั่นไหวให้แก่หัวใจอันด้านชาของผู้บังคับบัญชาในวงการตำรวจได้เพียงเล็กน้อย ดังคำอธิบายอย่างรีบๆ ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 14 มี.ค.นี้ ว่า กรณีของ พ.ต.อ.สมเพียร คณะกรรมการตำรวจแห่งชาติได้พิจารณาที่จะ “เยียวยา” ให้แล้ว แต่มาเกิดเหตุน่าสลดใจขึ้นเสียก่อน

ด้วยเครดิตของนายอภิสิทธิ์ น่าเชื่อว่า ก.ตร. จะได้มีมติเพื่อ “เยียวยา” แก่ พ.ต.อ.สมเพียร แล้วจริง แต่ควรจะได้มีการแสดงหลักฐานว่า ก.ตร. มีมติดังกล่าวจริง เพราะมีเหตุชวนสงสัยเนื่องจากมีข่าวปรากฏอย่างกว้างขวางทางสื่อโทรทัศน์หลายช่อง จากการเปิดเผยของนายพลากร สุวรรณรัตน์ ว่า พ.ต.อ.สมเพียร มีความประสงค์จะขอเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก่อนที่จะเสียชีวิต แต่ยังไม่มีโอกาส ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงเสียพระทัยที่ทรงทราบความประสงค์นี้ในภายหลัง การที่ พ.ต.อ.สมเพียร มีความประสงค์จะได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ น่าสงสัยว่าเพราะหมดหวังต่อผู้บังคับบัญชาแล้วใช่หรือไม่?

เพื่อความกระจ่างของเรื่องนี้ รัฐบาลควรจะแสดงหลักฐานให้ปรากฏ และเปิดเผยข้อเท็จจริงให้กระจ่างแก่สาธารณชนว่าคำขอครั้งสุดท้ายของ พ.ต.อ.สมเพียร ติดขัดที่ตรงไหน เพราะใคร เหตุใดเมื่อ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ยืนยันว่าได้ย้ายแล้ว แต่โผกลับพลิก จะอ้างว่าไม่มีตำแหน่งคงฟังไม่ขึ้น และหลังการร้องเรียนและมีมติ ก.ตร. ว่าจะเยียวยาแล้ว เหตุใดจึงล่าช้าจนเสียชีวิต

ในที่สุด ศพของ พ.ต.อ.สมเพียร คงจะได้รับการพระราชทานเพลิงอย่างสมเกียรติและทางการคงจะจัดการ “เยียวยา” ให้แก่ครอบครัวของ พ.ต.อ.สมเพียร อย่างเต็มที่ ดังได้มีคำสั่งย้ายลูกชายของ พ.ต.อ.สมเพียร ออกไปอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยที่ จ.สงขลา แล้ว แต่ถ้าจะให้เลือก บุตร ภรรยาของ พ.ต.อ. สมเพียร ย่อมเลือกเอาชีวิตที่ยังมีลมหายใจของ พ.ต.อ.สมเพียร อย่างไม่ต้องสงสัย

เพื่อมิให้ พ.ต.อ.สมเพียร ต้องตายเปล่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรต้องแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ด้วยการสังคายนาระบบบริหารงานบุคคลในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินการไปภายใต้ระบบคุณธรรมอย่างแท้จริง ไม่ใช่ปล่อยให้เน่าเฟะยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวครั้งแล้วครั้งเล่า

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน