posttoday
ใครคือคู่แข่งการท่องเที่ยวไทย

ใครคือคู่แข่งการท่องเที่ยวไทย

23 กรกฎาคม 2555

ขั้นตอนสำคัญประการหนึ่งของการวางแผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย

โดย...อนันต์ วัฒนกุลจรัส

ขั้นตอนสำคัญประการหนึ่งของการวางแผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย คือ การเปรียบเทียบขนาดพละกำลังของประเทศที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทดแทน หรือประเทศคู่แข่งขันด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากสินค้าและบริการสามารถทดแทนกันได้ ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ต่างก็มีแหล่งท่องเที่ยวทดแทนกันได้ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ อย่างเช่นนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบสายลม แสงแดด และเสียงคลื่น ก็จะเลือกเดินทางไปท่องเที่ยวทะเล ชายหาด และดำน้ำดูปะการังตามแหล่งท่องเที่ยวในไทย อินโดนีเซีย หรือฟิลิปปินส์ ส่วนนักท่องเที่ยวที่นิยมการช็อปปิ้ง ก็อาจจะเลือกเดินทางไป ไทย ฮ่องกง หรือสิงคโปร์ ขณะที่นักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสและซาบซึ้งในประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี อาจเลือกเที่ยวในไทย ลาว พม่า กัมพูชา

แน่นอนว่าความอ่อนไหวของนักท่องเที่ยวต่อการเปลี่ยนแปลงราคา คุณภาพ หรือคุณลักษณะจำเพาะของสินค้าและบริการท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวทดแทนต่างๆ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่นความพึงพอใจ รสนิยม รายได้ และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว จึงยากที่จะวัดและวิเคราะห์ความอ่อนไหวเป็นรายบุคคลได้

ผมขอยกตัวอย่างงานวิจัยของ อัครพงศ์ อั้นทอง และมิ่งสรรพ์ ขาวสอาด เรื่อง “การวิเคราะห์อุปสงค์การท่องเที่ยวในระยะยาว” วารสารเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ 29 (2) หน้า 134 ที่ได้ทำการศึกษานักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวเมืองไทย ว่ามีความอ่อนไหวมากน้อยเพียงไรต่อการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการท่องเที่ยวของประเทศคู่แข่งขันที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถทดแทนกันได้กับแหล่งท่องเที่ยวของไทย พบว่าตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีนและเกาหลีใต้ต่างมีความอ่อนไหวสูงมากอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กล่าวคือ หากราคาสินค้าและบริการท่องเที่ยวของประเทศคู่แข่งขันด้านการท่องเที่ยวของไทย (อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และมาเลเซีย) เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย นักท่องเที่ยวชาวจีนและเกาหลีใต้ก็จะหันมาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น

ในทางกลับกัน หากราคาสินค้าและบริการท่องเที่ยวของประเทศคู่แข่งขันลดลงเพียงเล็กน้อย นักท่องเที่ยวชาวจีนและเกาหลีใต้ก็จะหันไปท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวของประเทศคู่แข่งขันมากขึ้น เป็นต้น ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ อเมริกา ฝรั่งเศส และเยอรมนี ต่างมีความอ่อนไหวไม่สูงมากนัก นั่นคือ การเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการท่องเที่ยวของประเทศคู่แข่งขันมีผลไม่มากต่อการเลือกตัดสินใจท่องเที่ยวในประเทศไทยหรือในประเทศคู่แข่งขัน

นอกจากนี้ควรจะต้องพิจารณาเปรียบเทียบขนาดพละกำลัง (อุปทาน) ของประเทศที่เป็นคู่แข่งขันด้านการท่องเที่ยวด้วย เช่น พละกำลังด้านการลงทุนและการจ้างงานในภาคการท่องเที่ยว เนื่องจากการลงทุนในสัดส่วนที่สูงในภาคการท่องเที่ยวย่อมจะสะท้อนความคาดหวังในผลตอบแทนที่สูงจากภาคการท่องเที่ยวในอนาคต และการจ้างงานในภาคการท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนที่สูงสามารถบ่งบอกความสำคัญทางเศรษฐกิจของทรัพยากรแรงงานในภาคการท่องเที่ยวในประเทศนั้นๆ ได้ทางหนึ่ง เป็นต้น

เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบขนาดพละกำลังด้านการท่องเที่ยวในปี 2554 ระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน (ตามตาราง) ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และกัมพูชา พบว่าเกือบทุกประเทศมีส่วนแบ่งการลงทุนในภาคการท่องเที่ยวที่ต่ำกว่าส่วนแบ่งการจ้างงานในภาคการท่องเที่ยว (ยกเว้นสิงคโปร์และเวียดนาม) แสดงให้เห็นว่าทรัพยากรแรงงานยังเป็นปัจจัยการผลิตและการบริการที่มีความสำคัญมากในภาคการท่องเที่ยว

เมื่อพิจารณาลงในรายประเทศ ก็จะพบว่าอินโดนีเซียมีส่วนแบ่งการลงทุน การจ้างงาน และรายรับของภาคการท่องเที่ยวที่ต่ำกว่าไทย ในขณะที่กัมพูชามีส่วนแบ่งการลงทุน การจ้างงาน และรายรับของภาคการท่องเที่ยวที่สูงที่สุด (ไม่นับรวมสิงคโปร์) ที่น่าสนใจมากก็คือ มาเลเซียมีส่วนแบ่งทั้งการลงทุน การจ้างงาน และรายรับของภาคการท่องเที่ยวที่ใกล้เคียงกับไทยมากที่สุด นับได้ว่ามาเลเซียเป็นคู่แข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของไทยประเทศหนึ่ง ส่วนฟิลิปปินส์มีส่วนแบ่งการจ้างงานของภาคการท่องเที่ยวที่ใกล้เคียงกับไทยมากที่สุดอีกประเทศหนึ่งเช่นกัน และที่สำคัญสิงคโปร์และเวียดนามแม้มีส่วนแบ่งรายรับจากการท่องเที่ยวที่ต่ำ แต่ก็ยังให้ความสำคัญในด้านการลงทุนในภาคการท่องเที่ยวมาก ซึ่งเห็นได้จากการมีส่วนแบ่งการลงทุนของภาคการท่องเที่ยวที่สูง ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า สิงคโปร์ เวียดนาม และกัมพูชา นับเป็นประเทศคู่แข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของไทยในอนาคต

ดังนั้น การวางแผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศจำเป็นต้องพิจารณาและวิเคราะห์ต่อไปว่า ผลของการลงทุนและการจ้างงานในภาคการท่องเที่ยว ก่อให้เกิดผลตอบแทนสุทธิที่คุ้มค่าหรือไม่ สามารถสร้างรายรับสุทธิจากภาคการท่องเที่ยวได้ดีมากน้อยเพียงไร และผลิตภาพของการใช้ทุนและแรงงานในภาคการท่องเที่ยวเป็นเช่นไรเมื่อทำการเปรียบเทียบกับนานาประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถทดแทนกันได้ ซึ่งนับเป็นโจทย์วิจัยที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวที่ควรศึกษาค้นคว้าต่อไป

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI