
ห่วงประชามติแก้รธน.ความขัดแย้งยังไม่จบ
โพลชี้เสียงใหญ่เชื่อว่าการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ความขัดแย้งยังไม่จบ
โพลชี้เสียงใหญ่เชื่อว่าการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ความขัดแย้งยังไม่จบ
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ได้เปิดเผยผลสำรวจ เรื่องสาธารณชนคิดอย่างไรต่อสถานการณ์ขัดแย้งทางการเมือง เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญและผลงานรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 62.9% เห็นว่าการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญแล้ว ความวุ่นวายขัดแย้งก็ยังไม่จบลง เพราะความแตกแยกของคนในชาติ และนิสัยของคนไทย คือขี้แพ้ชวนตี
ทั้งนี้ ประชาชนเพียง 37.1% เท่านั้น ที่คิดว่าจะจบลง เพราะต้องให้ประเทศเกิดความสามัคคี และหน่วยงานที่ประชาชนเชื่อว่าจะลดความขัดแย้งได้ อันดับ 1 คือ ศาล 52.7% และไม่เชื่อว่ารัฐสภาจะช่วยลดความขัดแย้งลงได้ 61.4% และ 67.2% ไม่เชื่อกองทัพจะช่วยลดความขัดแย้งได้เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม ประชาชน 65.8% ยังคงสนับสนุนให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี
ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษก พรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงปฏิเสธว่า พท.ยังไม่ได้หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 ที่เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติตามที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวหา
“เรื่องการออกเสียงประชามติยังอยู่ระหว่างหารืออยู่ และการแก้ไขมาตรา 165 ก็จะเป็นการลดสัดส่วนจำนวนคะแนนการออกเสียงประชามติ โดย พท.ไม่เห็นด้วย และไม่อยากจะดำเนินการเหมือนที่ฝ่ายค้านกล่าวหา” นายพร้อมพงศ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม คิดว่าขณะนี้มี 2 แนวทาง คือแก้ไขรายมาตรา และการทำประชามติ ซึ่งพรรคและพรรคร่วมรัฐบาลมั่นใจ จะรณรงค์ให้ประชาชนมาออกเสียงประชามติได้
นายเทพไท เสนพงศ์ สส. นครศรีธรรมราช ปชป. กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น รัฐบาลกำลังพลิกแพลงใช้วิธีการลับลวงพราง เพื่อให้สังคมตายใจ และจะฉวยโอกาสผลักดันเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ปรองดองให้สำเร็จตามที่นายใหญ่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ.ปรองดองมีการเสนอแนวความคิดเปิดเวทีประชาเสวนาขึ้นมาใน 8 เวที ใน 8 กลุ่มจังหวัด
ทั้งนี้ เป็นวิธีการจัดฉากสร้างภาพซื้อเวลาออกไป ตรงกับยุทธศาสตร์ของ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภา ที่พูดไว้ในคลิปลับว่าให้ถอน พ.ร.บ.ปรองดองออกไปสัก 3 เดือน 6 เดือน แล้วไปจัดเวทีสานเสวนา ใช้สื่อของรัฐเป็นกระบอกเสียงโฆษณาชวนเชื่อแล้วค่อยกลับเข้ามาพิจารณาใหม่
“การจัดเวทีประชาเสวนาเป็นแค่รูปแบบที่รัฐบาลต้องการสร้างขึ้นมาอ้างเท่านั้น” นายเทพไท กล่าว







