
หลวงพ่อคูณลั่นกูไม่เป็นไรด๊อก
หลวงพ่อคูณให้สัมภาษณ์ครั้งแรก กูพออยู่ได้ ไม่เป็นไรด๊อกหลาน กูรักษาตัวดีก่อนแล้วค่อยกลับวัดเน้อ ขณะที่แพทย์ยังต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด
หลวงพ่อคูณให้สัมภาษณ์ครั้งแรก กูพออยู่ได้ ไม่เป็นไรด๊อกหลาน กูรักษาตัวดีก่อนแล้วค่อยกลับวัดเน้อ ขณะที่แพทย์ยังต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด
เมื่อเวลา 12.30 น.ที่ห้อง 9821 ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาราชนครราชสีมา นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด และแพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณฯ , นพ.อนุชิต นิยมปัทมะ อายุกรรมโรคปอด , นพ.ชัยวิวัฒน์ ตุงคะเสรีรักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางสมอง และแพทย์หญิงนิรดา ศิริยากร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อ ไดเข้าตรวจอาการหลวงพ่อคูณฯ ทางด้านหลอดลม , ระบบสมอง และการทำงานของปอด โดยให้หลวงพ่อคูณฯสวมจีวรแล้วนั่งเก้าอี้ทำการตรวจอย่างละเอียด เนื่องจากได้รับยาปฏิชีวนะวันสุดท้ายครบแล้ว พร้อมกับให้ลุกเดินภายในห้องระยะสั้นๆ 5-10 ก้าวเพื่อนั่งปั่นจักรยานไฟฟ้าสร้างกล้ามเนื้อขา โดยใช้เวลา 30 นาที ซึ่งหลวงพ่อคูณฯมีสีหน้าสดชื่น อาการอ่อนเพลียน้อยลง พูดคุยได้ ลมตามองหน้าคณะแพทย์ ลูกศิษย์ และผู้สื่อข่าวกวาดไปมา ก่อนปั่นจักรยานไฟฟ้าอย่างช้าๆ
นพ.พินิศจัย กล่าวว่า อาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ ดีขึ้น แต่ยังมีเพลียอยู่บ้าง เพราะท่านติดเชื้อรุนแรงอย่างนี้คงต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นมากขึ้น และวันนี้( 20 ก.ค.2555 ) เป็นวันที่พวกเราคณะแพทย์ได้หยุดให้ยาปฏิชีวนะที่ให้ทางหลอดเลือดดำแล้ว หลังให้มาจนครบ 14 วันพอดี และเราคงต้องเฝ้าดูอาการของหลวงพ่อต่อไปอย่างน้อยอีก 1 สัปดาห์ ส่วนอาการที่มีเชื้อในปอดยังอยู่นั้น นพ.พินิศจัยฯกล่าวว่า จากการตรวจเอ็กซเรย์น่าจะหายแล้ว เพราะเราหยุดยาปฎิชีวนะแล้ว ฉะนั้นช่วงนี้ไปต้องพักฟื้นและดูว่าจะมีภาวะแทรกซ้อนอะไรตามมาอีกหรือเปล่า เพราะบางทีเราคิดว่าหายแล้ว แต่อาจจะมีไข้ขึ้นมาอีกก็ได้ แต่เราก็ได้ให้ยาฆ่าเชื้อตามหลักการและให้ในระยะเวลาที่ค่อนข้างนานอยู่แล้ว ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่หลวงพ่อจะมีโอกาสติดเชื้ออีกนอกจาก อายุที่มาก และโรคประจำตัวจะมีอย่างอื่นอย่างไรนั้น นพ.พินิศจัยฯกล่าวว่า แค่สองส่วนนี้ก็ถือว่ามากแล้ว ทั้งอายุทั้งโรคประจำตัว
“ ผมเรียนว่า โรคประจำตัวมากมาย อาทิ เส้นเลือดหัวใจบายพาสเข้าปีที่ 13 มีหัวใจเต้นผิดจังหวะจากแบตเตอรี่หัวใจเริ่มเสื่อม มีเรื่องเส้นเลือดสมองตีบ เคยมีเส้นเลือดสมองแตกต้องผ่าตัดด่วนที่ รพ.ศิริราชเมื่อ 8 ปีก่อน มีเรื่องของถุงลมโป่งพอง มีเรื่องของปอดที่เป็นพยาธิสภาพ มีปอดแฟบ และเนื้อปอดบางส่วนเป็นรูพรุนจากวัณโรค มีเบาหวาน มีไขมันสูง ส่วนอาการเพลียยังมีอยู่นั้น เนื่องจากหลังติดเชื้อรุนแรง ซึ่งคราวนี้ถือว่ารุนแรงมาก ท่านกลับมาได้ขนาดนี้คณะแพทย์ค่อนข้างจะพอใจ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่จะตามมาโดยเฉพาะที่ดูเป็นพิเศษว่าจะมีไข้ขึ้นมาอีกหรือเปล่า เพราะเพิ่งหยุดยาฆ่าเชื้อไป" นายแพทย์พินิศจัย
จากนั้น หลวงพ่อคูณ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวขณะนั่งปั่นจักรยานไฟฟ้าเป็นครั้งแรกหลังจากที่ต้องรักษาอาการปอดติดเชื้อจนครบ 14 วันแล้วว่า เอ่อ.ไม่ต้องเป็นห่วงเน้อลูกหลาน กูก็พออยู่ได้ แล้ว ไม่เป็นไรด๊อก ตอนนี้สบายดีขึ้น พออยู่ได้ กูรักษาตัวดีก่อนแล้วค่อยกลับวัดเน้อ กล่าว







