
คุมเข้มศาลากลางหวั่นแดงยึด
หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วิดีโอลิงก์มายังเวทีปราศรัยเมื่อคืนวันที่ 14 มี.ค. เรียกร้องให้คนเสื้อแดงทุกจังหวัดออกมาชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อฟังสัญญาณการชุมนุมจากกทม. ปรากฏว่าหลายจังหวัดโดยเฉพาะทางภาคเหนือและอีสานได้ยกระดับการรักษาความปลอดภัยศาลากลางจังหวัดอย่างเข้มข้น
นายเพชรวรรต วัฒนพงษ์ศิริกุล แกนนำเสื้อแดงคนสำคัญของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 แอบหนีจากเวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาศกลับ จ.เชียงใหม่ โดยชี้แจงผ่านคลื่นความถี่ FM 92.5 เรียกร้องให้คนเชียงใหม่ที่รัก พ.ต.ท.ทักษิณ มาร่วมกันชุมนุมให้มากที่สุด
ด้านนายอมรพันธ์ นิมานันท์ ผวจ.เชียงใหม่ สั่งการให้กำลังตำรวจเชียงใหม่ 5 กองร้อยพร้อมอาวุธเข้าไปรักษาความปลอดภัยศูนย์ราชการ นอกจากนี้ยังได้ปิดประตูทางเข้าด้วยรั้วลวดหนามและแท่งซีเมนต์ เหลือช่องทางเข้าไปเพียงทางเดียวด้านศาลจังหวัด และทางจังหวัดได้ประกาศให้ข้าราชการผู้หญิง คนชรา และสตรีมีครรภ์ได้เดินทางกลับบ้านตอนเที่ยงวันที่ 15 มี.ค. หลังจากที่มีรายงานว่าคนเสื้อแดงจะมาปิดล้อม
ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคงจังหวัดเชื่อว่าการที่แกนนำเสื้อแดงกลับมาก็เพื่อจะมาระดมกำลังเข้ายึดศูนย์ราชการให้ได้ตามคำสั่งของ พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบ.ชภ.5 ยังได้สั่งการไปยังสถานีตำรวจภูธรในภาคเหนือ โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ ให้มีการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อม 100% เพื่อรับสถานการณ์ โดยเน้นให้รักษาสถานที่ราชการเป็นหลัก เนื่องจากมีข่าวว่าจะมีการเผาสถานที่ราชการในหัวเมืองสำคัญเพื่อดิสเครดิตรัฐบาลที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ปัจจุบันไว้ได้
ขณะที่คนเสื้อแดง จ.ขอนแก่น ทยอยกันออกมาชุมนุมแบบคู่ขนานกับ กทม. ตามคำประกาศเชิญของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยมา รวมตัวที่หน้าศาลากลางจังหวัด
วันเดียวกัน เกิดเหตุคนร้ายปาประทัดยักษ์ ใส่ตู้ ATM ของธนาคารกรุงเทพ ย่าน ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตำรวจคาดว่าเป็นฝีมือวัยรุ่นสร้างสถานการณ์ แต่ยังไม่มีหลักฐาน เชื่อมโยงกลุ่มเสื้อแดง
ด้าน จ.พระนครศรีอยุธยา นายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา สั่งการด่วนเรียกกำลังอาสารักษาดินแดน หรือ อส. จากต่างอำเภอให้จัดกำลังเข้ามาเสริม อส.จังหวัด และขอกำลังตำรวจเพิ่มเพื่อรักษาความปลอดภัยศาลากลางจังหวัดและศูนย์ราชการแบบเข้มข้น เพราะเกรงว่าคนเสื้อแดงจะยึดศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมจัด อส.หลายนายเฝ้าประจำการ คอยสังเกตบุคคลเข้าออกศาลากลางอย่างละเอียด
สำหรับ จ.นครราชสีมา ก็วางกำลังดูแลศาลากลางจังหวัดอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีตำรวจ 50 นาย และ อส. อีก 10 นาย พร้อมมีการติดตั้งกล้อง CCTV เพื่อสังเกตการณ์ตามจุดสำคัญๆ ทั่วทั้งศาลากลางจังหวัดควบคู่ไปด้วย







