
สิ่งทอ ค้าปลีก-ส่ง จ้างงานลด
สำนักเศรษฐกิจการแรงงาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยรายงานการเตือนภัยด้านแรงงานฉบับล่าสุด
สำนักเศรษฐกิจการแรงงาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยรายงานการเตือนภัยด้านแรงงานฉบับล่าสุด
เดือน พ.ค. ระบุว่า จากการวิเคราะห์โอกาสเกิดวิกฤตการจ้างงาน ณ สิ้นไตรมาส 2 ใน 5 อุตสาหกรรมจากทั้งหมด 12 อุตสาหกรรม ดังนี้
1.อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีโอกาสเกิดวิกฤตจ้างงาน 1.11% 2.อุตสาหกรรมไม้และเครื่องเรือน 0% 3.อุตสาหกรรมการก่อสร้าง 3.0% 4.อุตสาหกรรมการขนส่ง 6.78% และ 5.อุตสาหกรรมเป็นสื่อกลางทางการเงิน 10.28%
ขณะที่อีก 7 อุตสาหกรรมที่เหลือ แม้จะไม่สามารถพยากรณ์ได้ แต่จากการติดตามเฝ้าระวัง พบว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และอุตสาหกรรมขายส่งและขายปลีก มีแนวโน้มการจ้างงานชะลอตัวลง ด้านสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม มีการเติบโตของลูกจ้างภาคเอกชนลดลง 11.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัว 4.41% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
แยกเป็นดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมการปั่น การทอ และการแต่งสำเร็จสิ่งทอลดลง 13.24% อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง 8.87% ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องแต่งกาย การตกแต่งและย้อมสีขนสัตว์ลดลง 3.58% และอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง 2.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ประกอบกับมีการย้ายฐานการผลิตสิ่งทอไปกัมพูชา สถานการณ์การจ้างงานไตรมาสถัดไปน่าจะมีแนวโน้มชะลอตัวลดลง
นอกจากนื้ อุตสาหกรรมขายส่งและขายปลีกมีการเติบโตของลูกจ้างภาคเอกชนหดตัวลง 2.15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และหดตัวลง 1.43% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน อีกทั้งความกังวลในการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท นำร่อง 7 จังหวัด ที่มีผลในเดือน เม.ย. และปัญหาขาดแคลนแรงงานและค่าจ้างที่สูงขึ้น กระทบต่อการตัดสินใจลงทุนในระยะยาว
ประเมินว่าสถานการณ์การจ้างงานไตรมาสถัดไปอาจชะลอตัวลงเช่นกัน
ขณะที่อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ แนวโน้มการจ้างงานอยู่ในภาวะทรงตัว อุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์ อุตสาหกรรมแม่พิมพ์ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน และอุตสาหกรรมงานด้านสุขภาพและสังคมสงเคราะห์ มีแนวโน้มการจ้างงานดีขึ้น
แนวโน้มการจ้างงานในภาพรวม มีโอกาสเกิดวิกฤต ณ สิ้นไตรมาส 3 อยู่ที่ 0.07% และโอกาสเกิดวิกฤตการจ้างงานช่วงกลางไตรมาส 4 ก็มีเพียง 0% แต่ต้องเฝ้าระวังผลพวงจากค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท และวิกฤตสหภาพยุโรป







