
ประเด็นร้อน
ประเด็นร้อนวันที่ 16 มี.ค. ที่ต้องติดตามคือ การเจาะเลือดของคนเสื้อแดงจำนวน 1 ล้านซีซี เพื่อเตรียมนำไปราดที่หน้าทำเนียบรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ และบ้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หากไม่ตัดสินใจยุบสภา และการประชุมร่วมของรัฐสภา ซึ่งวิปรัฐบาล และ สว. บางส่วน ประกาศจะไม่เข้าร่วมประชุม ขณะที่พรรคเพื่อไทยยืนยันจะเข้าร่วมประชุมอย่างแน่นอน
1.การประกาศยกระดับการต่อสู้ในการเรียกร้องของกลุ่มเสื้อแดง ด้วยการรวบรวมเลือดจากผู้ชุมนุม 1 แสนคน คนละ 10 ซีซี เพื่อให้ได้เลือดจำนวน 1 ล้านซีซี เพื่อนำไปเทรอบทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 18.00 น. ของวันที่ 16 มี.ค. เพื่อกดดันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยุบสภา โดยอ้างว่าหากนายอภิสิทธ์อยากเป็นนายกฯ ต่อไป ก็ต้องข้ามกองเลือดของประชาชนเข้าไป
แต่หากยังไม่ยุบสภาอีก คนเสื้อแดงก็จะนำเลือดล้านซีซีที่สองไปเทที่หน้าทำการพรรคประชาธิปัตย์ ถ้ายังไม่ยุบสภาอีก ล้านซีซีที่สามจะเทเต็มหน้าบ้านนายอภิสิทธิ์ ซอยสุขุมวิท 31 ซึ่งต้องติดตามว่าคนเสื้อแดงจะรวบรวมเลือดได้จริงตามที่อ้างหรือไม่ เพราะในช่วงค่ำของวันที่ 15 มี.ค. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ลดลงไปกว่าครึ่ง เหลืออยู่ประมาณ 5 หมื่นคน
ขณะที่ท่าทีของนายอภิสิทธิ์ต่อมาตรการดังกล่าว มีความชัดเจนว่าจะไม่มีการยุบสภาอย่างแน่นอน และจะกลายเป็นประเด็นร้อนที่จะทำให้อุณหภูมิทางการเมืองเดือดขึ้นอย่างแน่นอน
2.การเรียกประชุมรัฐสภาของนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ในเวลา 09.30 น. ของวันที่ 16 มี.ค. โดยไม่สนใจการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงบริเวณถนนราชดำเนิน ที่อยู่ห่างจากรัฐสภาเพียงไม่กี่ร้อยเมตร เป็นประเด็นร้อนที่น่าเป็นห่วงว่า หากกลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนมาปิดล้อมรัฐสภา อาจเกิดเหตุซ้ำรอยเหตุการณ์ 7 ต.ค. 2551 ได้
อย่างไรก็ตาม วิปรัฐบาลได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะไม่เข้าร่วมประชุมเพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์ ขณะที่สมาชิกวุฒิสภาจำนวนหนึ่งก็ประกาศว่าจะไม่เข้าร่วมประชุมเพราะเกรงจะเป็นเงื่อนไขทำให้เกิดความรุนแรง ส่วนพรรคเพื่อไทยยืนยันที่จะเข้าร่วมประชุม ซึ่งต้องติดตามดูว่าองค์ประชุมจะครบหรือไม่ และกลุ่มคนเสื้อแดงจะมาปิดล้อมตามที่มีการหวั่นเกรงกันหรือไม่
3.คณะกรรมการสมาคมท่องเที่ยวไทย หรือเฟสตา จะประชุมเตรียมหารือร่วมกัน เพื่อติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด หลังจากที่จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง
4.ต้องจับตาการประมูลโครงการขยายโครงข่ายเพื่อรองรับการใช้งานมัลติมีเดีย (เอ็มแซน) มูลค่า 3,041 ล้านบาท ครั้งที่ 2 ของ บริษัท ทีโอที หลังจากการประมูลครั้งแรกเมื่อกลางเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ได้ราคาต่ำกว่าราคากลางเพียง 10.5 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมาก หากเทียบกับการประมูลอีออกชันอื่นๆ ที่จะมีราคาต่ำกว่าราคากลางเฉลี่ย 1030% ส่งผลให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชะลอโครงการนี้
อย่างไรก็ตาม การประมูลรอบที่ 2 ยังคงเป็นกลุ่มผู้ประมูลเดิม คือ กิจการร่วมค้าเอชเอ็มของกลุ่มบริษัท คอมลิงก์ กลุ่มร่วมค้าเจอาร์ดับเบิลยูของกลุ่มจัสมิน และกิจการร่วมค้าทีเอฟเอ็ม
5.บริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ ในฐานะศูนย์ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของประเทศไทย จะจัดประชุมและลงนามบันทึกความเข้าใจการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล กับ Indonesian Refined Sugar Association ประเทศอินโดนีเซีย นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่จะมีการร่วมพูดคุยระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย
6.เกิดปรากฏการณ์ที่น่าจับตา เพราะท่ามกลางการเมืองไทยที่ร้อนระอุ แต่ต่างชาติกลับเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด บริษัท เอเบลิ่ง เฮฟเฟอร์แนน อินเวสเม้นท์ แมเนจเม้นท์ ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนและที่ปรึกษาด้านการตลาด การเงิน และการลงทุนจากสหรัฐ จะเปิดแถลงข่าวในวันที่ 16 มี.ค. หลังเชิญคณะนักลงทุนจากสหรัฐมาเยือนประเทศไทย พร้อมจัดตั้งกองทุนเอเชี่ยน แมเนจเม้นท์ ฟันด์ และการแต่งตั้งคนไทยเป็นคณะกรรมการ เพื่อสนับสนุนบริษัทไทยและธุรกิจใหม่ๆ เชิงนวัตกรรมเทคโนโลยี เวชภัณฑ์ใหม่ ตลอดจนมองหาบริษัทของไทยที่มีศักยภาพในการเข้าตลาดหลักทรัพย์สหรัฐด้วย
นอกจากนั้น ต้องจับตาการเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นของนักลงทุนต่างชาติที่ยังทำเซอร์ไพรส์เข้ามาเป็นผู้ซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง หลังจากเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ต่างชาติเก็บหุ้นเข้าพอร์ตไปอีก 1,300 ล้านบาท โดยปิดตลาดที่ 734.83 จุด เพิ่มขึ้น 1.49 จุด โดยนางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ย้ำว่า จากการสอบถามไปยังโบรกเกอร์ไทยและต่างประเทศ พบว่านักลงทุนไม่ตื่นตระหนกเท่าไรนัก







