
ประชาชนช่วยตำรวจเกราะเหล็กป้องอาชญากรรม
งานป้องกันปัญหาอาชญากรรมของตำรวจดูเหมือนจะวุ่นวายไม่หมดสิ้น ปัญหาของกำลังไม่เพียงพอต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม
โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ
งานป้องกันปัญหาอาชญากรรมของตำรวจดูเหมือนจะวุ่นวายไม่หมดสิ้น ปัญหาของกำลังไม่เพียงพอต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม ทำให้ตำรวจต้องปวดหัวกับเหล่าโจรร้ายและมิจฉาชีพในรูปแบบต่างๆ ที่มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อกำลังสายปราบปรามยังมีไม่เพียงพอที่จะดูแลได้ทั่วถึงในแต่ละท้องที่ ตำรวจก็ต้องวางยุทธศาสตร์ในการดูแลประชาชนเพิ่มเติม ว่าแล้วก็ต้องดึงประชาชนด้วยกันนี่แหละมาคอยเป็นหูเป็นตาร่วมเฝ้าระวังป้องกันอาชญากรรม
เฉกเช่นกับ สน.ประเวศ ที่อยู่ในกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 (บก.น.4) ข่าวคราวช่วงหลังที่ผ่านมาเกิดเหตุนักเรียนนักเลงยกพวกตีกันบ่อยครั้ง ว่าแล้ว พ.ต.อ.ชินวร โบราณินทร์ ผกก.สน.ประเวศ เจ้าของท้องที่ก็ต้องดึงประชาชนมาคอยแจ้งเบาะแส หรือช่วยระวังภัยเพิ่มเติม ด้วยการเปิดตัวโครงการ “เครือข่ายวิทยุเครื่องแดงช่วยแจ้งเหตุ”
พ.ต.อ.ชินวร เล่าว่า ด้วยปัญหาอาชญากรรมที่เพิ่มมากขึ้น ต้องมาวิเคราะห์พร้อมกับวางแผนว่าจะทำอย่างไรให้ปัญหานี้ลดลง และให้ประชาชนมีส่วนร่วม สน.ประเวศ จึงผุดไอเดียเครือข่ายวิทยุเครื่องแดงให้กับประชาชนในพื้นที่ ทั้งพ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกอบการบ้านเช่า อพาร์ตเมนต์ ที่เป็นเป้าหมายหลักให้ช่วยสอดส่องเป็นหูเป็นตาร่วมกับตำรวจในพื้นที่ ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการป้องกันการเกิดอาชญากรรมและปัญหายาเสพติดมิให้แพร่ระบาด สร้างแรงจูงใจและจิตสำนึกให้ประชาชนมีความตระหนักในการให้ความช่วยเหลือ ปฏิบัติหน้าที่ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาของสังคม
“เครือข่ายวิทยุเครื่องแดง วิธีการเฝ้าระวังปัญหาอาชญากรรมของประชาชนร่วมกับตำรวจ คือจะใช้วิทยุเครื่องแดงสื่อสารในระบบซีบี ย่านความถี่ 245 MHZ โดยประชาชนเข้าร่วมในฐานะอาสาสมัครที่มีการจัดตั้งขึ้น โดยจะมีเจ้าหน้าที่ไปสอนกับเหล่าอาสาสมัครที่มาลงทะเบียนถึงวิธีการใช้วิทยุ ภาษา การแจ้งเหตุ รวมถึงมรรยาทต่างๆ ของการใช้วิทยุสื่อสาร”
ผกก.สน.ประเวศ ย้ำอีกว่า โครงการนี้จัดทำขึ้นก็เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการป้องกันการเกิดอาชญากรรมและปัญหายาเสพติดในพื้นที่ไม่ให้แพร่ระบาด ซ้ำยังเป็นการสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนในพื้นที่ให้ร่วมกันปกป้องชุมชนของตนเอง โดยเฝ้าระวังสิ่งผิดปกติ รวมถึงบุคคลต้องสงสัย ปัญหาอาชญากรรมต่างๆ และแจ้งมายังตำรวจได้โดยตรงผ่านวิทยุสื่อสารที่รวดเร็วกว่า
จากนี้ก็ต้องดูว่า สน.ประเวศ จะมีการประเมินผลของโครงการเครือข่ายวิทยุชุมชนเครื่องแดงอย่างไร ก็ได้แต่หวังว่าปัญหาอาชญากรรมจะลดลงจากแรงขับเคลื่อนของคนในพื้นที่ได้เช่นกัน
นอกจาก สน.ประเวศแล้ว ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 พื้นที่ชายขอบของเมืองกรุงที่เชื่อมต่อกับต่างจังหวัด ก็ประสบปัญหาอาชญากรรมไม่ต่างกัน โดยเฉพาะกับเรื่องของยาเสพติด ปัญหาฉกชิงวิ่งราวจี้ปล้น ตำรวจก็ยิ่งทำงานยากเข้าไปใหญ่ จึงขอกำลังความช่วยเหลือจาก “วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง” ในพื้นที่ที่มีอยู่ประมาณ 2,000 คน มาช่วยเหลืองานตำรวจ
ในพื้นที่ของ บก.น.9 ก็ให้คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามาเป็นอาสาสมัครมุ่งเน้นสร้างจิตสาธารณะ สอดส่องดูแลเป็นหูเป็นตาร่วมกันทำสังคมให้น่าอยู่ โดย พ.ต.อ.ชยุต รัตนอุบล รอง ผบก.น. 9 ปฏิบัติราชการแทน ผบก.น.9 อธิบายถึงการดึงวินจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามามีส่วนร่วมทำงานกับตำรวจว่า “ปกติแล้ววินรถจักรยานยนต์รับจ้างก็เป็นอาชีพที่ให้บริการประชาชนอย่างใกล้ชิด วิ่งรับส่งผู้โดยสารในชุมชนต่างๆ อย่างทั่วถึง และในชุมชนแต่ละแห่งก็อาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาอาชญากรรมอยู่ไม่น้อย ทั้งลักทรัพย์ วิ่งราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ คนขับวินรับจ้างก็พบเห็นอยู่บ่อยครั้ง เราจึงขอความร่วมมือเป็นอาสาสมัครช่วยเหลืองานตำรวจไปเลย โดยจัดอบรมให้
การอบรมก็จะส่งเสริมทักษะการสังเกต รวมถึงการแจ้งเบาะแสของอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้น สามารถจดจำรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายได้ ที่ผ่านมาในพื้นที่ของ บก.น.9 อบรมวินจักรยานยนต์รับจ้างไปแล้วครั้งหนึ่ง ได้รับการตอบรับดีมาก และตำรวจได้เพิ่มการอบรมป้องกันภัยจากมิจฉาชีพในรูปแบบต่างๆ การช่วยเหลือผู้อื่นในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการป้องกันภัยยาเสพติด
“จักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งประกอบอาชีพอยู่บนท้องถนนใกล้ชิดผู้โดยสาร โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่เสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม วินจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่ บก.น.9 มีอยู่นับร้อยวิน ผู้ขับขี่ก็ร่วมมือเป็นอย่างดีในการช่วยเหลืองานของสังคม ต้องขอชมเชยเพราะถือเป็นงานอาสาโดยแท้จริง ไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ให้” รอง ผบก.น.9 ย้ำ
ถือได้ว่าเป็นการช่วยเหลืองานของสังคมอย่างแท้จริงสำหรับอาสาสมัครที่เข้ามาช่วยงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นหูเป็นตาป้องกันอาชญากรรมร่วมกัน ซึ่งต้องได้รับการอบรม มีความรู้เฉพาะทาง การดึงมวลชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมรักษาสังคมของตนเอง ถือเป็นงานหลักของตำรวจอีกชิ้นที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดอาชญากรรมลงไปให้ได้







