posttoday
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

16 กรกฎาคม 2555

ศุกร์ 13 ก.ค. ผ่านไปเป็นปกติ ซึ่งก็ควรเป็นเช่นนั้น เพราะไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะเกิดความวุ่นวายในประเทศจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง

ศุกร์ 13 ก.ค. ผ่านไปเป็นปกติ ซึ่งก็ควรเป็นเช่นนั้น เพราะไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะเกิดความวุ่นวายในประเทศจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในประเด็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291

ผมเชื่อว่านักกฎหมายทั่วไปพอจะคาดเดาได้ถึงผลการวินิจฉัยในประเด็นหลัก คือ เป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หรือไม่ เพราะหลักคิดง่ายๆ คือ ยังไม่เกิดการกระทำใดที่เป็นการล้มล้าง


ประเด็นปัญหาที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เป็นประเด็นข้อกฎหมาย เป็นเรื่องเทคนิคทางกฎหมายที่คนทั่วไปอาจไม่เข้าใจเหมือนหลายๆ เรื่อง เช่น กู้เงินไม่เกิน 2,000 บาท ทำไมฟ้องศาลไม่ได้ หรือทำไมต้องไปฟ้องที่ภูมิลำเนาของจำเลย ฟ้องศาลที่บ้านโจทก์ตั้งอยู่ไม่ได้หรือ

การฟังความเห็นต่อคำวินิจฉัยนี้ จึงต้องอาศัยนักกฎหมายที่เข้าใจระบบกฎหมายมหาชน

กิตติศักดิ์ ปรกติ เป็นอาจารย์สอนกฎหมายของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยบอนน์ ประเทศเยอรมนี

เป็นการจบปริญญาเอกที่เป็นเกียรติประวัติกับประเทศไทย เพราะได้เกียรตินิยมสูงสุดอันดับ 1 โดยชนะฝรั่งเจ้าของประเทศในการคัดเลือกรอบสุดท้าย

ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับท่าน แต่ท่านมีงานสำคัญ ไม่มีเวลาที่จะเขียนบทความแสดงความเห็นในเรื่องนี้ ผมจึงขอนำความคิดเห็นของท่านมาหากินในคอลัมน์ เพื่อเผยแพร่ให้ท่านได้ทราบความเห็นของนักกฎหมายระดับแนวหน้า

อาจารย์กิตติศักดิ์ ให้ความเห็นไว้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญ โดยพื้นฐานแล้วย่อมมีอำนาจที่จะพิจารณาคดีที่เกี่ยวกับการละเมิดรัฐธรรมนูญได้ มาตรา 68 ที่กำหนดให้ผ่านอัยการสูงสุดนั้น ถือได้ว่าอัยการสูงสุดเป็นผู้แบ่งเบาภาระของศาล โดยพิจารณากลั่นกรองเสียก่อน ท่านให้ความเห็นว่า ถ้าตีความว่าต้องผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้น หากอัยการสูงสุดมีส่วนในการกระทำนั้นด้วย เรื่องจะมาถึงศาลได้อย่างไร

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่เรื่องที่จะพิจารณา เป็นเรื่องสำคัญที่มีความจำเป็นต้องพิจารณาหรือไม่

ผมขอฝากแง่คิดแทรกไว้ว่า เมื่อมีผู้กล่าวหาว่า มีการกระทำที่จะล้มล้างระบอบการปกครอง จะถือเป็นเรื่องใหญ่ สำคัญที่ศาลจำเป็นต้องวินิจฉัยหรือไม่

สำหรับประเด็นมาตรา 291 นั้น อาจารย์เห็นว่า รัฐธรรมนูญ 2550 ผ่านการลงประชามติมาแล้ว จึงเป็นเหมือนเจ้าของประเทศตกลงให้ใช้เป็นกติกาบ้านเมือง แต่ก็ยอมให้แก้ไขได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา 291 นั้นเอง

อาจารย์เปรียบเทียบว่า มาตรา 291 เป็นเหมือนการมอบอำนาจ ที่มอบให้รัฐสภาเป็นผู้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านถามว่า ผู้รับมอบอำนาจจะแก้ไขหนังสือมอบอำนาจได้หรือไม่

อาจารย์เปรียบเทียบง่ายๆ แต่เห็นภาพชัดเจน เหมือนเรามอบอำนาจให้ทนายความไปรังวัดสอบเขตที่ดิน ทนายความจะไปแก้หนังสือมอบอำนาจโอนขายที่ดินได้หรือไม่

ถ้าจะแก้ไขย่อมต้องกลับไปถามผู้มอบอำนาจก่อนว่าจะให้ทำได้หรือไม่ การแก้ไขมาตรา 291 ให้ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จึงทำไม่ได้

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศเพราะรัฐธรรมนูญเป็นโครงสร้างของบ้าน จึงเกิดทฤษฎีจากนักกฎหมายของเยอรมนี ที่ยอมรับกันทั่วไปว่า การแก้ไขโครงสร้างของบ้านในขณะที่คนในบ้านมีความขัดแย้งกัน เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะสมาชิกในบ้าน ไม่ว่ากลุ่มเล็กหรือกลุ่มใหญ่ จะแยกกันอยู่คนละมุมบ้านได้อย่างไร

แม้การตั้ง ส.ส.ร.จะเคยทำมาแล้ว 2 ครั้ง คือปี 2489 และ 2540 แต่เป็นการแก้ในสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องการรื้อโครงสร้างบ้านจึงไม่เป็นปัญหา

แต่สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพียงเริ่มแก้ไขก็เห็นความแตกแยกของคนในประเทศแล้ว

สำหรับข้ออ้างของพวกอึ่งอ่าง คางคก ที่ชอบอ้างว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มาจากประชาชน ไม่มีอำนาจโดยชอบธรรมนั้น อาจารย์ให้ความเห็นว่า แม้ตุลาการไม่ได้มาจากประชาชน แต่ก็มีความชอบธรรมที่จะทำหน้าที่ตัดสินคดี เหมือนพ่อแม่ใช้อำนาจปกครองบุตรโดยบุตรไม่เคยมอบหมายเลย แต่ก็เป็นอำนาจตามกฎหมายที่ต้องเป็นเช่นนั้น

อยากให้ท่านไปหาอ่านบทความอาจารย์ เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2554 เรื่องสิ่งที่คล้ายกันพึงได้รับการปฏิบัติอย่างเดียวกัน แต่ไม่พึงปฏิบัติอย่างเดียวกันกับสิ่งที่ต่างกัน

ผมขอยกบางส่วนมาให้เห็นชัดๆ ถึงอำนาจฝ่ายตุลาการในระบอบประชาธิปไตย

“หลักของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น ดำรงอยู่ได้ไม่ใช่เพราะตั้งอยู่บนฐานของเสียงข้างมากเฉยๆ แต่เพราะเป็นเสียงข้างมากที่ยืนยันหลักการถือกฎหมายเป็นใหญ่ หรือที่เรียกกันว่าหลักนิติธรรม นั่นคือนับถือว่าข้อพิพาททั้งปวงต้องได้รับการวินิจฉัยจากศาลยุติธรรมที่ตั้งขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมาย กล่าวอีกอย่างก็คือ อำนาจสูงสุดแม้จะเป็นของประชาชน แต่ก็จำกัดโดยกฎหมายเสมอ และกฎหมายที่ว่านี้มีอยู่อย่างไรก็ต้องตัดสินโดยผู้พิพากษาซึ่งเป็นอิสระ

ที่ว่าเป็นอิสระในที่นี้ก็คือต้องเป็นคนกลาง ที่เข้าสู่ตำแหน่งเพราะมีคุณสมบัติเป็นที่ประจักษ์ทั้งในทางคุณวุฒิและทางคุณธรรม ไม่ใช่ตั้งกันตามอำเภอใจของผู้มีอำนาจ แต่ตั้งขึ้นจากบุคคลที่ผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์ที่พอจะทำให้น่าเชื่อได้ว่า บุคคลเหล่านี้ล้วนมีคุณวุฒิเป็นผู้รู้กฎหมาย รู้ผิดชอบชั่วดี และเป็นผู้ทรงคุณธรรม คือวินิจฉัยตัดสินคดีไปตามความรู้และความสำนึกผิดถูกของตน โดยตั้งตนอยู่ในความปราศจากอคติ และมีหลักเกณฑ์ทางจรรยาบรรณคอยควบคุม”

การจะล้มล้างศาลด้วยเหตุผลไม่ได้มาจากประชาชน จึงเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อปลุกระดมผู้คนให้เห็นว่า ถ้าศาลตัดสินไม่ถูกใจ ไม่เป็นไปเพื่อนายใหญ่แล้ว ต้องยุบศาล

อย่าหลงระเริงว่า มีเงิน มีเสียงข้างมาก จะทำอะไรก็ได้ เพราะฟ้ามีตา เทวดามีจริง

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI