posttoday
ความมั่นคงทางพลังงานกับการพึ่งพาพลังงานจากภายนอก

ความมั่นคงทางพลังงานกับการพึ่งพาพลังงานจากภายนอก

16 กรกฎาคม 2555

สัปดาห์ที่แล้ว ผมมีโอกาสได้อ่านบทความจากต่างประเทศชิ้นหนึ่ง

โดย...มนูญ ศิริวรรณ

สัปดาห์ที่แล้ว ผมมีโอกาสได้อ่านบทความจากต่างประเทศชิ้นหนึ่ง ที่ลงคำให้สัมภาษณ์ของประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO ของบริษัทน้ำมันข้ามชาติ (MultiNational Oil Company) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ บริษัท Exxon Mobil เกี่ยวกับความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy Security) กับการพึ่งพาพลังงานจากภายนอก (Energy Dependency) โดยประธาน Exxon บอกว่า สองคำนี้มีความหมายแตกต่างกัน แต่คนชอบนำเอาไปผูกโยงเป็นเรื่องเดียวกัน ทำให้นโยบายด้านพลังงานของประเทศสหรัฐมีปัญหาอยู่ในปัจจุบัน

ในความเห็นของเขา เขาเห็นว่าความมั่นคงด้านพลังงานนั้น ไม่ได้อยู่ที่ว่าประเทศจะมีทรัพยากรธรรมชาติด้านพลังงานมากหรือน้อย แต่อยู่ที่มีขีดความสามารถในการเข้าถึงและพัฒนาแหล่งพลังงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศมากแค่ไหน รวมทั้งมีความสามารถที่จะนำเอาแหล่งพลังงานเหล่านั้นมาใช้ได้อย่างไม่ขาดตอนหรือไม่

ถ้ามองในแง่นี้ เขามีความเห็นว่าสหรัฐไม่ได้มีปัญหาเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานแต่อย่างใด เพราะมีทั้งแหล่งพลังงานในประเทศ และมีขีดความสามารถสูงในการออกไปแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ ทั่วโลก เพื่อมาป้อนความต้องการพลังงานของสหรัฐได้อย่างไม่ขาดตอน

ปัญหาด้านพลังงานของสหรัฐอาจจะมีอยู่บ้างก็คือ การต้องพึ่งพาพลังงานจากภายนอกในระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) สูง

แต่ปัจจุบันความเสี่ยงนี้ก็ลดลงไปเรื่อยๆ จากการที่สหรัฐได้ค้นพบเทคโนโลยีใหม่ในการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่เรียกว่า Hydraulic Fracturing ซึ่งทำให้สหรัฐสามารถผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติประเภท Unconventional ที่เรียกว่า Shale Gas และ Shale Oil ได้เป็นจำนวนมาก ทำให้สหรัฐสามารถลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศลงได้ และอาจกลายเป็นประเทศผู้ส่งออกพลังงานในอนาคต โดยเฉพาะในเรื่องของก๊าซ LNG ถ้ารัฐบาลสหรัฐเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงาน ยอมให้ส่งออกได้ตามที่เอกชนเรียกร้องอยู่ในขณะนี้

พูดถึงสหรัฐแล้วย้อนกลับมาดูประเทศไทยบ้าง เราจะพบว่าประเทศไทยมีทั้งปัญหาความมั่นคงด้านพลังงานกับปัญหาการพึ่งพาพลังงานจากภายนอกมากจนเกินไป

ด้านความมั่นคงเรามีทรัพยากรธรรมชาติด้านพลังงานน้อยมาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการ (ถึงแม้มีคนจะพยายามออกมาพูดว่าเรามีสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสูงติดอันดับโลกก็ตาม) แต่ความจริงก็คือเราต้องนำเข้าน้ำมันถึง 84% และก๊าซธรรมชาติ 21% ของปริมาณการใช้ทั้งหมดของประเทศ

ด้านการออกไปแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติด้านพลังงานในต่างประเทศ เราก็เป็นประเทศเล็ก ไม่ร่ำรวยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศมหาอำนาจอย่างเช่น สหรัฐ ยุโรป จีน หรือญี่ปุ่น ดังนั้นเราย่อมมีข้อจำกัดในเรื่องเงินทุน เทคโนโลยี ทำให้มีความเสียเปรียบในการแข่งขันเพื่อขอรับสัมปทานในแหล่งพลังงานขนาดใหญ่

ดังนั้น จึงทำให้เราต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานจากภายนอกมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะแหล่งพลังงานภายในประเทศมีแต่จะหมดไป เนื่องจากเราพัฒนาขึ้นมาใช้เกือบหมดแล้ว ในอนาคตเราจึงต้องนำเข้าพลังงานเพิ่มมากขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่า เราจะต้องเพิ่มการนำเข้าก๊าซธรรมชาติทั้งทางท่อจากประเทศเพื่อนบ้าน และนำเข้าในรูปก๊าซ LNG ซึ่งมีราคาแพง โดยจะต้องนำเข้าถึง 50% ของปริมาณความต้องการทั้งหมดของประเทศ และต้องซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มจากปัจจุบัน 3% เป็น 21% ภายในปี 2573

จะเห็นได้ว่าประเทศไทยมีปัญหาทั้งความมั่นคงด้านพลังงานและการพึ่งพาพลังงานจากภายนอก ซึ่งนับวันปัญหาจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเราจึงไม่ควรตั้งตัวอยู่ในความประมาทว่าเรามีแหล่งพลังงานในประเทศเหลือเฟือ และเรียกร้องรัฐบาลให้เข้ามาอุดหนุนราคาพลังงานให้ต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริง เพื่อให้เราได้ใช้กันอย่างฟุ่มเฟือยและสุขสบาย จนไม่คำนึงถึงอนาคตของคนรุ่นหลังว่าเขาจะมีพลังงานในประเทศให้เหลือใช้กันบ้างหรือไม่

สำหรับผู้ที่อ้างตัวว่าหวังดีต่อประชาชน ผมก็อยากขอร้องว่าก่อนที่ท่านจะเผยแพร่ข้อมูลอะไรให้ประชาชนได้รับรู้ในวงกว้าง ขอให้แน่ใจว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และอย่าใส่อคติของท่านลงไปในข้อมูลนั้นๆ

ไม่เช่นนั้นก็เท่ากับท่านกำลังเจือยาพิษลงไปในอาหารให้ประชาชนรับประทานนั่นเอง!!!

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้