
โหรสว.ฟันธงศาลรธน.ตัดสินแนวประนีประนอม
สว.โหรฟันธงกลางงานวันเกิดครบรอบ 72 ปี เชื่อ ศาลรธน. ตัดสินคดีแก้รธน. แนวประนีประนอม ขณะดวงเมืองยังมีแนวโน้มวุ่นต่อ ระบุเข้าข่ายอันตรายช่วงกลางเดือน ก.ย.นี้
สว.โหรฟันธงกลางงานวันเกิดครบรอบ 72 ปี เชื่อ ศาลรธน. ตัดสินคดีแก้รธน. แนวประนีประนอม ขณะดวงเมืองยังมีแนวโน้มวุ่นต่อ ระบุเข้าข่ายอันตรายช่วงกลางเดือน ก.ย.นี้
เวลา 00.30 น.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานหลังการจัดงานวันเกิดครบรอบ 72 ปีเต็ม ของ ดร.บุญเลิศ ไพรินทร์ อดีต สว.ฉะเชิงเทราระบบเลือกตั้งรุ่นแรก และ ส.ส.เขต 1 ฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ ในปัจจุบันเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา (11 ก.ค.55) ซึ่งได้กล่าวแสดงความเห็นภายในงานวันเกิดของตนเองตามแนวทางโหราศาสตร์ ถึงการพิจารณาคดีทางการเมืองของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันศุกร์ ที่ 13 ก.ค.55 ที่โรงแรมซันธารา เวลเนสรีสอร์ท อ.เมืองฉะเชิงเทราว่า เชื่อว่าแนวทางการตัดสินนั้นน่าจะออกมาในแนวทางของการประนีประนอมมากกว่า ด้วยการที่จะให้มีการแก้ไขเพียงบางมาตรา แทนที่จะต้องมีการยกร่างใหม่ขึ้นมาทั้งฉบับ และจะยังไม่มีการยุบพรรคการเมืองเพราะถือว่ายังไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือยกร่างใหม่ทั้งฉบับโดยผลการตัดสินนั้นน่าจะออกมาแบบกลางๆ และจะเป็นประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย
โดยฝ่ายที่เห็นว่าไม่ควรยกร่างใหม่ก็จะรู้สึกพึงพอใจ เพราะการยกร่างใหม่ทั้งหมดนั้นจะไปขัดมาตรา 291 และ 68 โดยผู้ที่ต้องการยกร่างใหม่ทั้งหมดก็จะไม่สามารถทำได้ จะแก้ไขได้เป็นเพียงรายมาตรา และเป็นหน้าที่ของรัฐสภาไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ สสร. และเชื่อว่าศาลจะมีการพิจารณาออกมาในรูปของการผ่อนปรน โดยที่จะไม่มีการเสนอให้มีการยุบพรรคที่เสนอให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ตามวรรค 3 ของมาตรา 68 ซึ่งจะสร้างความพึงพอใจในระดับหนึ่งให้แก่ทุกฝ่าย
แต่แน่นอนว่าหากการตัดสินออกมาเช่นนี้ ย่อมสร้างความไม่พึงพอใจของฝ่ายที่อยากจะยกร่างใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดง และพรรคร่วมรัฐบาล แต่ก็น่าจะพอใจในส่วนของการที่พรรครัฐบาลและพรรคร่วมจะไม่ถูกยุบด้วย ถึงจะไม่ได้ยกร่างใหม่ก็ตาม จึงถือเป็นการประนีประนอมระหว่างผู้ที่ต้องการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ และผู้ที่ไม่ต้องการให้ยกร่างใหม่ ฉะนั้นจึงเป็นการได้กันฝ่ายละครึ่งๆ หรือ เรียกกันว่าแบบวินๆ ได้บ้างเสียบ้าง แต่ก็ถือว่าทั้งสองฝ่ายจะได้
สำหรับดวงเมืองของประเทศไทยนั้นในช่วงเดือน ส.ค.นี้จะยังไม่มีอะไร แต่ในเดือน ก.ย.นั้นจะอยู่ในขั้นวิกฤต โดยฝ่ายที่ไม่พอใจก็จะสร้างปัญหาขึ้นมาทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เมื่อไม่พอใจก็จะเกิดความขัดแย้งขึ้นมา และจะทวีความรุนแรงขึ้น ตามหลักโหราศาสตร์นั้นจะทวีความรุนแรงขึ้นช่วงระหว่างวันที่ 7-25 ก.ย.นี้ ในขณะที่
“ดาวเสาร์กับดาวอังคารเป็นดาวบาปพระเคราะห์อยู่ในราศีตุนเล็งลักขณาลงเมืองราศีเมษ จะทำให้เกิดความระหองระแหง เกิดการเลือดตกยางออก และมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง" นาย บุญเลิศ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บรรยากาศภายในงานนั้นมีผู้เดินทางมาร่วมงานอย่างเนืองแน่นมากกว่าความคาดหมายที่ได้มีการจัดเตรียมที่นั่งไว้รองรับสำหรับฐานคะแนนเสียงสำคัญ ที่เดิมได้มีการจัดเตรียมโต๊ะงานเลี้ยงไว้เพียงประมาณ 150 ที่นั่ง แต่ในวันนี้ได้มีผู้มาร่วมงานมากว่า 300 คน จึงทำให้ที่นั่งมีไม่เพียงพอ และต้องมีการเสริมโต๊ะงานเลี้ยงจนล้นออกมาจากภายในห้องจัดเลี้ยง มาอยู่ยังด้านนอกอีกจำนวนมากหลายโต๊ะ
ขณะเดียวกัน ที่หน้างานยังได้มีการรับลงทะเบียน เพื่อสำรวจเช็คฐานเสียง ว่าแขกเหรื่อที่มาร่วมงานนั้นมาจากที่ใด พร้อมยังได้แจกเสื้อยืดคอโปโลสีขาวสกรีนชื่อเจ้าของงานให้แก่ผู้ที่เดินทางมา นำกลับไปสวมใส่อีกด้วย ขณะที่ฐานเสียงส่วนใหญ่ที่มาร่วมงานนั้นส่วนใหญ่เป็นเพียงบรรดาแกนนำชุมชนระดับล่าง หรือระดับต่ำกว่านายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลงมา และไม่มีนักการเมืองคนดังในพื้นที่ทุกระดับเดินทางเข้ามาร่วมงานแต่อย่างใด โดยมีเพียงคนในตระกูลการเมืองระดับตำนานในพื้นที่ ที่เพิ่งพ้นโทษแบนทางการเมืองเมื่อสมัยกว่าสิบปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ เข้ามาร่วมงานเท่านั้น







