
ด.ต.ชายแดนใต้เครียดใช้เชือกผูกคอตาย
ดาบตำรวจเมืองปัตตานี ใช้เชือกเปลสนามผูกคอตายกับลูกกรงบ้าน หลานวัย 7 ปี ตื่นมาเห็น ใช้มีดตัดเชือกให้ ก่อนก้มลงกราบโดยไม่รู้ว่าปู่ตายแล้ว
ดาบตำรวจเมืองปัตตานี ใช้เชือกเปลสนามผูกคอตายกับลูกกรงบ้าน หลานวัย 7 ปี ตื่นมาเห็น ใช้มีดตัดเชือกให้ ก่อนก้มลงกราบโดยไม่รู้ว่าปู่ตายแล้ว
เมื่อเวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.สุวิทย์ ยุทธนาการ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอตายที่บ้านเลขที่ 290 ถ.กันตัง ต.ทับเที่ยง เขตเทศบาลนครตรัง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์ รพ.ตรัง และเจ้าหน้าที่กู้ภัย โดยพบร่างของ ด.ต.ธนภัทร โอชาพันธุ์ อายุ 56 ปี ผบ.หมู่งาน ป.สภ.เมืองปัตตานี ในสภาพนั่งพิงฝาผนังบ้าน โดยมีเชือกเปลสนามหล่นอยู่ข้างตัว เนื่องจากหลานชายได้ตัดเชือกกับลูกกรงหน้าต่างบ้านออกแล้ว โดยแพทย์ระบุว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง แต่จากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการทำร้ายร่างกาย หรือฆาตกรรมแต่อย่างใด
จากการสอบสวน นางจินตาภา โอชาพันธุ์ อายุ 47 ปี ภรรยา ให้การว่า ด.ต.ธนภัทร ผู้ตาย ทำงานประจำอยู่ที่ สภ.เมืองปัตตานี และเพิ่งจะเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านได้ประมาณ 2 อาทิตย์ โดยก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังนอนหลับอยู่ในห้องนั้น ด.ช.ศรุต หลานชายวัย 7 ปี ได้ลุกขึ้นออกจากห้อง เพื่อเตรียมแต่งตัวจะไปโรงเรียนตามปกติเหมือนเช่นทุกวัน ได้ไปพบผู้ตายซึ่งเป็นปู่ของตัวเอง ใช้เชือกเปลสนามผูกคอกับลูกกรงหน้าต่างของบ้านแล้ว จึงได้นำมีดมาช่วยตัดเชือก ก่อนจะก้มลงกราบผู้ตาย และร้องเรียกให้ทุกคนในบ้านออกมาดู ซึ่งก็พบว่า ผู้ตายเสียชีวิตแล้ว ส่วนสาเหตุนั้นตนไม่ทราบ เพราะที่ผ่านมาผู้ตายเป็นคนเงียบขรึมเก็บกด แต่ไม่เคยบ่น หรือน้อยใจเรื่องใด ให้กับตนและลูกๆ ทราบ สำหรับอาการเจ็บป่วยที่ผู้ตายเคยรักษาตัวมานาน และปัญหาหนี้สินนั้น ก็คงจะไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ตายเครียดจนต้องผูกคอตาย
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตรัง สันนิษฐานว่า ด.ต.ธนภัทร ผู้ตาย ได้ฉวยโอกาสช่วงที่ภรรยาและคนอื่นๆ ในบ้านกำลังนอนหลับอยู่ในช่วงหัวรุ่ง จึงตัดสินใจใช้เชือกผูกคอตายจนเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนสาเหตุคาดว่าผู้ตายน่าจะมีความเครียดส่วนตัวเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ไม่ยอมบอกให้ภรรยาและลูกทราบ กระทั่งเมื่อหาทางออกไม่ได้ จึงตัดสินใจผูกคอตายเพื่อหนีปัญหาดังกล่าว







