
ขบวนการรูดทรัพย์บัตรเครดิต-เอทีเอ็มปลอม
เคยอยู่ดีๆ ต้องตกเป็นหนี้โดยไม่รู้ตัวกันมั้ยเอ่ย...เชื่อว่าไม่มีใครอยากเจอ ยิ่งในสภาพเศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้
โดย...ธนก บังผล
เคยอยู่ดีๆ ต้องตกเป็นหนี้โดยไม่รู้ตัวกันมั้ยเอ่ย...เชื่อว่าไม่มีใครอยากเจอ ยิ่งในสภาพเศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้
แต่โจรมันไม่คิดอย่างเรานะสิ อะไรก็ตามที่ทำให้มันได้เงินแล้วเราเสียเงิน มันทำแน่
และที่ทำง่ายหลอกง่ายที่สุดคือ “บัตรเครดิต” เพราะคนส่วนใหญ่มักจะหลีกเลี่ยงในการก่อหนี้มีธุรกรรมกับธนาคาร และโจรรู้ดีว่าเป็นช่องโหว่ให้หากินได้
น.ส.อมรรัตน์ หรือตุ้ม อำภาวงศ์ อายุ 37 ปี ชาว จ.สกลนคร และนายราเชน หรือวิวัฒน์ หรืออ้วน เอียดแก้ว อายุ 41 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี ถูกตำรวจจับหลังใช้เวลาติดตามสืบสวนอยู่นานนับเดือน เนื่องจากพบว่า น.ส.อมรรัตน์ นำบัตรเครดิตปลอมไปรูดซื้อทองที่ร้านทองทองใบ ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม. 5 แสนบาท
นอกจากนี้ ยังได้ของกลางเป็นบัตรเครดิตจำนวน 5 ใบ ได้แก่ บัตรเครดิต ธ.กสิกรไทย บัตร ธ.นครหลวงไทย บัตรสมาร์ทเพิร์ส บัตรวีซ่าอิเล็กตรอน ธ.กรุงศรีอยุธยา และบัตรสมาร์ทเพิร์สของร้านสะดวกซื้อ ที่ล้วนเป็นของปลอม
เห็นไหมว่าอันตรายขนาดไหน เพราะธนาคารไหนก็โดนปลอมบัตรเครดิตได้ทั้งนั้น น.ส.อมรรัตน์ สารภาพว่า มีหน้าที่แค่นำบัตรเครดิตไปตระเวนรูดซื้อสินค้าตามร้านเอาค่านายหน้า 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนนายราเชนเป็นผู้นำบัตรทั้งหมดมาให้ โดยนายราเชนจะได้ส่วนแบ่ง 60 เปอร์เซ็นต์
บางร้านที่นำบัตรไปรูดจะรู้กัน และได้ส่วนแบ่ง 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนนายราเชนรับว่า ทำงานเป็นผู้สื่อข่าวนิตยสารตำรวจฉบับหนึ่งรู้จักกับชายไทยไม่ทราบชื่อ นำบัตรมาให้ครั้งละ 5 ใบ เพื่อส่งต่อ น.ส.อมรรัตน์รับไปดำเนินการอีกที
เรียกได้ว่าทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งตำรวจสงสัยเจ้าหน้าที่ธนาคารต้องรู้เห็นเป็นใจร่วมอยู่ในขบวนการนี้ น.ส.อมรรัตน์ ยังบอกด้วยว่ามีบัตรเครดิตปลอมอยู่ประมาณ 250 ใบ สามารถรูดซื้อสินค้าได้เป็นมูลค่าถึง 100 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ ตำรวจเคยจับนายอดิเรก โชคบัณฑิต ภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.ชัยภูมิ ซึ่งมิจฉาชีพรายนี้ใช้วิธีเปิดเว็บไซต์กูเกิล เพื่อค้นหารายชื่อนักธุรกิจที่สำคัญๆ
เมื่อได้รายชื่อแล้วจะเข้าไปที่เว็บไซต์ของทีโอทีเพื่อจะหาที่อยู่พร้อมเบอร์โทรศัพท์ของเหยื่อ จากนั้นจะเข้าไปที่เว็บไซต์ประกันสังคมหรือโรงพยาบาลต่างๆ หาข้อมูลส่วนบุคคลเลขประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด
เสร็จสรรพแล้ว ก็โทรไปที่ศูนย์บัตรเครดิตของธนาคารต่างๆ โดยหลอกว่าเป็นบุคคลดังกล่าว แล้วหลอกถามว่าบัตรเครดิตอนุมัติหรือยัง หรือถามยอดเงินของบัญชีที่เหลืออยู่
เป็นไงล่ะ อายุแค่ 26 ปี ก็สามารถป่วนธนาคารและคนอื่นๆ ได้แล้ว มันยังเนียนด้วยการเช็กกับธนาคารด้วยว่า เหยื่อมีบัตรเครดิตหรือไม่ แน่นอนว่าเมื่อเจ้าหน้าที่รับสายและถามข้อมูลส่วนบุคคลมันก็ตอบได้หมด
อีกประมาณ 2-3 วัน ก็จะโทรกลับไปอีกครั้งหนึ่งแล้วแจ้งขอเปลี่ยนที่อยู่อ้างว่าบัตรหายแล้วส่งบัตรมาใหม่ไปให้ที่อยู่ใหม่ซึ่งเป็นที่อยู่ของมัน ทำอย่างนี้เจ้าของบัตรตัวจริงจะถูกแอบอ้างชื่อแล้วเป็นหนี้แทนทันที ถ้ามันไม่เอาไปรูดเงินสด ก็รูดซื้อสินค้า ชำระค่าบริการ ค่าเสียหายเบาะๆ ที่ทำไป... 6 ล้านบาทครับพี่น้องงงงง
ไม่เฉพาะคนไทยเท่านั้น โจรต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาเป็นนักท่องเที่ยวเองก็แสบใช่ย่อย โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยา ตำรวจ จ.ชลบุรี เคยจับกุมแก๊งชาวบัลแกเรียชายหญิง 5 คน ใช้บัตรเอทีเอ็มปลอมกดเงินทั่วเมือง ได้ของกลางเป็นบัตรเอทีเอ็ม 33 ใบ
หลังได้รับแจ้งจากพนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ ว่า นายสเตฟาน นิโคเลียฟ ซาโวฟสกี้ หนึ่งในผู้ต้องหา ได้นำบัตรเครดิตปลอมมากดเงินที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคาร บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ซอยโพธิสัมพันธ์ ถนนพัทยานาเกลือ
ขบวนการนี้ยอมรับว่า บัตรเครดิตดังกล่าวมีชาวบัลแกเรียอีกกลุ่มหนึ่งขโมยข้อมูลในบัตรจากเหยื่อ แล้วทำปลอมแปลงขึ้นมา ก่อนที่จะให้นำมากดเงินที่ประเทศไทยได้รับค่าจ้างจำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ จากเงินที่กดได้ทั้งหมด ซึ่งเมื่อได้เงินมาแล้วจะส่งกลับไปให้หัวหน้าแก๊งในประเทศบัลแกเรีย ผ่านทางบริษัทโอนเงินเวสเทิร์นยูเนี่ยน
ซึ่งตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้ทำการสกัดกั้นกลุ่มคนร้ายแก๊งนี้เข้าประเทศโดยเฉพาะชาวบัลแกเรีย ที่จะตรวจค้นอย่างละเอียด เพราะส่วนใหญ่ผู้ต้องหามักจะเอาบัตรเครดิตที่ทำปลอมขึ้นมา ซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทาง แล้วนำมากดเงินในไทย
ล่าสุดโจรชาวฝรั่งเศส ก็แสบเช่นกัน เมื่อนายแอนโทนี่ มาร์ค คริสตอฟ โคล้ด (Mr.Anthony Marc Christophe Claude) อายุ 24 ปี ถูกจับพร้อมของกลางบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมจำนวน 97 ใบ และแผนที่จากกูเกิลเอิร์ธ แสดงจุดที่ตั้งของตู้เอทีเอ็มในเมืองพัทยา
หลังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ว่ามีชาวต่างชาติพยายามใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคาร บริเวณถนนพัทยาเหนือ หมู่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง พอไปถึงก็เจอคาหนังคาเขา เถียงไม่ออกเลย
จะเห็นได้ว่าโจรไฮเทคสมัยนี้ทั้งไทยและเทศ มีจุดมุ่งหมายเหมือนกันคือเงินของเหยื่อ ไม่ว่าเหยื่อนั้นจะเป็นคนไทยหรือธนาคารก็ตาม
หากไม่รู้ว่าขบวนการนี้โกงอย่างไร เราอาจตกเป็นเหยื่อเข้าเองสักวัน
กลโกงข้อมูลส่วนตัว
ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวกับใครที่อ้างว่าเป็นธนาคารโทรศัพท์เข้ามาถามอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะที่อ้างว่าเป็นคอลเซ็นเตอร์ ต้องปกปิดเป็นความลับและถ้าไม่จำเป็น ควรเปิดเผยที่ธนาคารเท่านั้น
จะรูดบัตรเครดิต ต้องเลือกสถานบริการที่มีความน่าเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้บัตรเครดิต เติมน้ำมันต้องระวังให้ดี เพราะแก๊งมิจฉาชีพมักปลอมตัวเป็นเด็กปั๊มแอบขโมยข้อมูลไปทำบัตรเครดิต ส่วนใหญ่แก๊งพวกนี้จะมาจากต่างประเทศ ที่พบมากที่สุดคือมาเลเซีย เมื่อรู้ว่าถูกแอบใช้บัตรเครดิตต้องรีบแจ้งอายัดทันที และแจ้งความตำรวจ
&<2288;







