posttoday
'โภคิน-วิรัตน์' โต้เดือดกลางศาลรธน.

'โภคิน-วิรัตน์' โต้เดือดกลางศาลรธน.

06 กรกฎาคม 2555

โภคิน-วิรัตน์ โต้เดือดกลางศาลรธน. ปมความสัมพันธ์ทักษิณ เชื่อมโยงแก้รธน.เอื้อประโยชน์ วสันต์ สั่งห้ามไม่ให้พาดพิงคนนอก วอน "ไม่ต้องเรียกศาลที่เคารพ" เพราะไปข้างนอกก็ถูกด่าอยู่ดี

โภคิน-วิรัตน์ โต้เดือดกลางศาลรธน. ปมความสัมพันธ์ทักษิณ เชื่อมโยงแก้รธน.เอื้อประโยชน์ วสันต์ สั่งห้ามไม่ให้พาดพิงคนนอก วอน "ไม่ต้องเรียกศาลที่เคารพ" เพราะไปข้างนอกก็ถูกด่าอยู่ดี

 

'โภคิน-วิรัตน์' โต้เดือดกลางศาลรธน. โภคิน-วิรัตน์

องค์ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังค์เพื่อรับฟังการเบิกความและการซักค้านพยานฝ่ายผู้ถูกรร้องจำนวน 8 คนตามลำดับประกอบด้วย 1.นายโภคิน พุลกุล อดีตประธานรัฐสภา 2.นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 3.นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานวิปรัฐบาล 4.นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา 5.นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา 6.นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา 7.นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ 8.นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมาการกฤษฎีกา เป็นตัวแทนนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นายโภคิน กล่าวว่า คำร้องนี้ผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง โดยรัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นหน้าที่ของอัยการสูงสุดดำเนินการกลั่นกรองก่อนชั้นหนึ่ง เพราะมาตรา 68 วรรคที่ระบุคำว่า "ผู้ทราบ" ไม่ได้เป็นยืนยันว่าจะรับรู้ถึงการกระทำของผู้ที่เปลี่ยนแปลงการปกครองจริง ดังนั้น รัฐธรรมนูญถึงได้มอบหมายให้อัยการสูงสุดเป็นผู้วินิจฉัยก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเองก็เคยมีคำสั่งเมื่อปี 2549 เป็นแนวทางบรรทัดฐานเอาไว้

"รัฐธรรมนูญตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันไม่เคยมีบทบัญญัติว่าด้วยการห้ามแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ถ้าดูตามทฤษฎีรัฐธรรมนูญและหลักกฎหมายมหาชนแล้วจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ให้มีการแก้ไขได้ยกเว้นกรณีที่ระบุข้อห้ามเท่านั้น คือ การเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ ที่สำคัญในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญปัจจุบันยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เพราะได้กำหนดให้ประธานรัฐสภาวินิจัยในกรณีเพื่อป้องกันอีกชั้นหนึ่ง ไม่เข้าใจว่าข้อหาดังกล่าวไปเอาความคิดจากที่ไหนที่ห้ามแก้ไขทั้งฉบับ ดังนั้น ถ้าแบบนั้นรัฐธรรมนูญก็ควรกำหนดข้อห้ามว่าด้วยการไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญไปเลย" นายโภคิน กล่าว

อดีตประธานรัฐสภา กล่าวอีกว่า ไม่เพียงเท่านี้การแก้ไขมาตรา 291 ทุกขั้นตอนเป็นเหมือนเมื่อครั้งพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ2534 เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)และยกร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการยึดโยงประชาชนชัดเจนผ่านการเลือกตั้งสมาชิกส.ส.ร.และเมื่อทำรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วก็นำกลับไปให้ประชาชนพิจารณาผ่านการประชามติอีก

"ถ้าต้องบอกว่าต้องทำประชามติก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน คิดว่าไม่ถูกต้องเพราะเหมือนเป็นการทำให้รัฐธรรมนูญหนึ่งมีความสูงส่งกว่ารัฐธรรมนูญอีกฉบับหนึ่งโดยรัฐธรรมนูญทุกฉบับถือว่ามีสถานะความเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศเหมือนกัน ถ้าคิดแบบนี้รัฐธรรมนูญที่มาจากคณะรัฐประหารเป็นรัฐธรรมนูญต่ำที่สุดใช่หรือไม่" นายโภคิน กล่าว      

จากนั้นศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ผู้ร้องซักถามพยานได้ โดยผู้แทนของพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว.สรรหา ได้ถามว่า เมื่อนายโภคินเป็นประธานรัฐสภาและอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบพรรคและถูกตัดสิทธิทางการเมืองทำให้มีอคติกับรัฐธรรมนูญ 2550 ใช่หรือไม่ นายโภคิน ตอบว่า ไม่ใช่

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในผู้ร้อง ซักว่า ภายหลังจากมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วจะทำให้รัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐสภาชุดปัจจุบันมีสถานะคงอยู่ต่อไปใช่หรือไม่

นายโภคิน ตอบว่า ประเด็นนี้ขึ้นอยู่กับการกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลของส.ส.ร.ว่าจะให้มีเนื้อหาอย่างไร ซึ่งในอดีตก็เคยมีการระบุในบทเฉพาะกาลว่าให้รัฐบาลและรัฐสภาดำรงอยู่ต่อไปจนกว่าจะครบอายุของสภาผู้แทนราษฎร หรือ กำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ทันที จึงไม่บรรทัดฐานตายตัว

ต่อมาการซักถามและการตอบชี้แจงระหว่างทั้งสองคนเริ่มดุเดือดมากขึ้น เมื่อนายวิรัตน์ ถามว่า "ในฐานะที่อ.โภคินเคยเป็นอดีตประธานรัฐสภาสมัยรัฐบาลไทยรักไทยจึงมีความรักใคร่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาตลอดใช่หรือไม่" ส่งผลให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องสั่งห้ามไม่ให้นายวิรัตน์ถามคำถามในลักษณะนี้เพราะไม่อยากให้พาดพิงบุคคลภายนอก ซึ่งนายวิรัตน์ได้ยอมถอนคำพูดดังกล่าวออกไป

นายวิรัตน์ ได้ใช้สิทธิถามต่ออีกว่า "สมัยดำรงตำแหน่งประธานสภาฯได้ลงมติสนับสนุนให้พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกฯใช่หรือไม่"  นายโภคิน ชี้แจงว่า "รัฐธรรมนูญ2540 กำหนดให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจากเสียงข้างมากให้สภาฯ ทำให้การใช้สิทธิ์งดออกเสียงย่อมหมายถึงการไม่เห็นด้วย ผมไม่อยากดัดจริตเพราะตอนหาเสียงก็สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกฯ ผมไม่อยากหลอกตัวเอง"

ทั้งนี้ นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้กำชับทั้งสองฝ่ายว่า "ไม่อยากให้ถามในประเด็นลักษณะนี้อีกเพราะข้อเท็จจริงเหล่านี้รู้ๆกันอยู่ว่าใครพรรคพวกใคร และการชี้แจงของพยานรายนี้ก็เป็นการให้ความเห็นเชิงวิชาการไม่มีความจำเป็นต้องสอบถามข้อเท็จจริงแบบนั้น นอกจากนี้ ขอฝากไปยังทั้งสองฝ่ายว่าเวลาจะพูดไม่ต้องพูดว่าตุลาการศาลที่เคารพเพราะออกไปข้างนอกพวกท่านก็ด่าพวกผมอยู่ และที่นี่ก็ไม่ใช่สภา"

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน