
สสค. ร่วมกับ เจแปนฟาวน์เดชั่น เดินหน้า อยุธยาโมเดล
สสค. ร่วมกับ เจแปนฟาวน์เดชั่น เดินหน้าอยุธยาโมเดล สอนโรงเรียนนำร่อง เรื่องหลักสูตรรับมือภัยพิบัติ เป็นศูนย์กลางกระจายความรู้รับมือภัยพิบัติ
สสค. ร่วมกับ เจแปนฟาวน์เดชั่น เดินหน้าอยุธยาโมเดล สอนโรงเรียนนำร่อง เรื่องหลักสูตรรับมือภัยพิบัติ เป็นศูนย์กลางกระจายความรู้รับมือภัยพิบัติ
นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาด้านวิชาการ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) นายคาซึฮิโร ฟุคุดะ ผู้อำนวยการเจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ และ นายฮิโรคะซุ นากาตะ ประธาน NPO Plus Art ร่วมกันจัดโครงการ คาราวานเรียนรู้ภัยพิบัติ จากประเทศญี่ปุ่น ให้ความรู้โรงเรียนเสนา เสนาประสิทธิ์ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเตรียมรับมือภัยธรรมชาติ
เมื่อปี พ.ศ. 2554 เกิดวิกฤติอุทกภัยในประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ส่วนใหญ่ ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว และ สึนามิ รวมทั้งภัยพิบัติจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไดอิจิ การเรียนรู้ภัยพิบัติเป็นสิ่งที่ประชาคมโลกควรให้ความสำคัญมากขึ้น เพื่อลดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สิน ให้เกิดความเข้าใจในภัยพิบัติ กลายมาเป็นทักษะชีวิตที่เริ่มสอนตั้งแต่เยาวชน โดยครอบครัว โรงเรียน และองค์กรต่างๆ ต้องให้การสนับสนุน เพื่อเผยแพร่ไปสู่สังคม
ดร.อมรวิชช์ กล่าวว่า หลังจากอุทกภัยครั้งใหญ่ สสค. ได้สนับสนุนทุนให้โรงเรียนกว่า 100 โครงการในพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่อใช้วิกฤติให้เป็นโอกาสในการเรียนรู้ โดยร่วมกับ เจแปน ฟาวน์เดชั่น จัดโครงการ จิชินอิทซึโมะ เพื่อนำเสนอ สึนามิโมเดล ให้ความรู้เรื่องการรับมือภัยพิบัติแบบญี่ปุ่น แก่เยาวชน ผ่านโรงเรียนเสนา เสนาประสิทธิ์ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อกระจายไปยังโรงเรียนอื่นในพื้นที่
นายฮิโรคะซุ กล่าวว่า หากชุมชุนใดมีต้นทุนทางสังคมที่เข้มแข็ง การศึกษา และความรู้ในเรื่องภัยพิบัติ สังคมนั้นจะเกิดความสูญเสียน้อย และสามารถฟื้นตัวได้เร็ว แม้ในช่วงภัยพิบัติ ยกตัวอย่าง เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่โกเบ ในปี พ.ศ.1995 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตประมาณ 6พัน 4ร้อยกว่าคน อย่างไรก็ตามภายหลังได้มีการทำวิจัย พบว่าผู้ประสบภัยสามารถช่วยเหลือตัวเอง 60% ขณะที่มีเพียง 20% ที่ต้องขอความช่วยเหลือจากรัฐ
“การสอนเรื่องทักษะการเอาชีวิตรอดในช่วงอุบัติภัย ที่มีเนื้อหาต่างๆ อาทิเช่น การขนย้ายคนเจ็บ การช่วยเหลือคนเจ็บ การนำวัสดุรอบมาตัวใช้ให้เป็นประโยชน์ และอุปกรณ์ที่จำเป็นในช่วงภัยพิบัติ นำเสนอผ่านงานดีไซน์ งานศิลปะ และสถาปัตยกรรม ซึ่งทั้งหมดถูกนำเสนอในรูปแบบของกิจกรรม เด็กเยาวชนจะสามารถเข้าใจเนื้อหาได้ง่าย ให้ความสนใจ สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองมีส่วนร่วมในกิจกรรม อีกทั้งเมื่อครอบครัว โรงเรียน และองค์กรต่างๆ มีส่วนร่วมในกิจกรรมเสริมทักษะแล้ว การรับมือภัยพิบัติ ก็จะสามารถเผยแพร่ไปยังสังคมได้” นายฮิโรคุซุ กล่าว
นายคิซึฮิโร กล่าวในเรื่องของโครงการ คาราวานเรียนรู้ภัยพิบัติ ที่ผ่านมาประเทศไทยและญี่ปุ่นต่างเผชิญเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล แต่การสร้างจิตสำนึกร่วมกันต่อการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในอนาคต
ในด้านความพร้อมของ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากศึกษารายละเอียดของ สึนามิโมเดล แล้วจะนำมาปรับใช้เป็นอยุธยาโมเดล ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมให้แก่โรงเรียนนำร่อง เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้ความรู้แก่เยาวชน และ ชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจให้ประชาชนให้มีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไข เพื่อเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย ทั้งนี้ด้าน สสค. จะดำเนินงานเผยแพร่ความรู้ของโครงการ จิชินอิทซึโมะ แก่จังหวัดที่เคยประสบอุทกภัยต่อๆไป







