posttoday
ผ่าแผน10ปี ผ่าตัดยุโรป อนาคตที่ยังจับต้องได้ยาก

ผ่าแผน10ปี ผ่าตัดยุโรป อนาคตที่ยังจับต้องได้ยาก

28 มิถุนายน 2555

การประชุมสุดยอดผู้นำ 27 ประเทศยุโรป ระหว่างวันที่ 28-29 มิ.ย.นี้ อาจไม่ได้เป็นเพียงเวทีหาทางออกปัญหาหนี้ยุโรป

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

การประชุมสุดยอดผู้นำ 27 ประเทศยุโรป ระหว่างวันที่ 28-29 มิ.ย.นี้ อาจไม่ได้เป็นเพียงเวทีหาทางออกปัญหาหนี้ยุโรปเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว เพราะจากการเปิดเผยของสื่อหลายสำนัก อาทิ บีบีซี นิวส์ และเอพีพบว่า เวทีแห่งนี้จะมีการเจรจาแผน 10 ปี สู่อนาคตของสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายด้านจนแทบจะเป็นการยกเครื่องปฏิรูปโครงสร้างอียูครั้งใหญ่ ชนิดที่หลายประเทศอาจไม่กล้าคิดมาก่อนในยามที่สถานการณ์เป็นปกติ

ภายใต้การยกเครื่ององค์กร ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นการปรับโครงสร้างที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่มีสนธิสัญญาลิสบอน หรือสนธิสัญญาปฏิรูปสหภาพยุโรปเมื่อปี 2550 จะมีการหารือถึงข้อเสนอต่างๆ อาทิ การตั้งรัฐมนตรีคลังอียู ให้มีอำนาจวีโตร่างงบประมาณแผ่นดินในแต่ละประเทศ รวมถึงข้อตกลงอีกหลายด้านโดยจะพิจารณาอยู่บนหลักการพื้นฐาน 4 ข้อ ได้แก่ 1.แก้ปัญหาหนี้สาธารณะยุโรป 2.แก้ปัญหาภาคธนาคารในยุโรป 3.ช่วยเหลือกรีซ และ 4.กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของยุโรปที่กำลังซบเซา โดยจะนำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนของยุโรป

สิ่งที่คาดว่าจะได้เห็นการประกาศชัดเจนในที่ประชุมอียูซัมมิตครั้งนี้ก็คือ ความตกลงต่างๆ ที่มีการตกลงกันได้ก่อนหน้านี้ในที่ประชุมผู้นำ 4 ชาติยุโรป ที่อิตาลี และฝรั่งเศส อาทิ แนวทางการตั้งสหภาพธนาคาร ความคืบหน้าการรวมกลุ่มทางการคลัง และแผนกระตุ้นเศรษฐกิจยุโรปวงเงิน 1.63 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ทว่า สิ่งที่ต้องจับตาก็คือ การหารือข้อเสนอสำคัญถึงอนาคตของยุโรป

ภายใต้เอกสารล่าสุดที่เปิดเผยโดยบีบีซี ในหัวข้อ “การรวมกลุ่มทางการเงินและเศรษฐกิจที่แท้จริง” ซึ่งร่วมกันร่างขึ้นโดยคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และยูโรกรุ๊ป หรือกลุ่มรัฐมนตรีคลังจาก 27 ชาติสมาชิกนั้น มีการหารือถึงข้อเสนอหลายด้าน เพื่อนำไปสู่ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายในอียูให้มากขึ้น ดังที่ โฮเซ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการอียูกล่าวไว้ว่า ความเป็นเอกภาพที่มากขึ้นต้องไปพร้อมกับความรับผิดชอบที่มากขึ้น

ข้อเสนอประการแรก คือ การจำกัดปริมาณการก่อหนี้ของแต่ละประเทศสมาชิก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตหนี้สาธารณะขึ้นอีกในอนาคต

ผ่าแผน10ปี ผ่าตัดยุโรป อนาคตที่ยังจับต้องได้ยาก

 

ประการที่สอง คือ ข้อเสนอให้มีการวีโต หรือยับยั้งการผ่านร่างงบประมาณประจำปีของชาติสมาชิกได้ หากพบว่านำไปสู่การก่อหนี้เกินวงจำกัด ซึ่งเป็นการก้าวข้ามไปจากการพูดคุยก่อนหน้านี้ ที่ยังไม่มีการระบุถึงสิทธิในการวีโตใดๆ เพราะเป็นการละเมิดอธิปไตยที่เป็นเรื่องใหญ่ของแต่ละประเทศ

ประการที่สาม คือ ข้อเสนอจัดตั้ง “สำนักงานการคลังยุโรป” หรือรัฐมนตรีคลังแห่งยุโรป เพื่อควบคุมดูแลทั้งงบประมาณการคลังกลางของยุโรป และการคลังของ 27 ชาติสมาชิก ซึ่งเป็นข้อเสนอจากเยอรมนี หรือประเทศเขตเศรษฐกิจอันดับ 1 และเป็นเจ้าหนี้เบอร์ 1 ในยุโรป

ประการที่สี่ คือ การจัดตั้งคณะกรรมการควบคุมดูแลระบบการธนาคารในยุโรป หรือสหภาพธนาคาร และแผนการรับประกันเงินฝากในธนาคาร

ประการที่ห้า คือ เสนอให้มีนโยบายร่วมในกฎระเบียบด้านการจ้างงานและเพดานภาษี

ประการที่หก คือ การเสนอให้มีกระบวนการตัดสินใจร่วมกันกับรัฐสภาของ 27 ชาติสมาชิก ให้มีความชอบธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย

และข้อเสนอประการที่หก ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อยุโรปในขณะนี้ แต่อาจเป็นไปได้ยากที่สุดก็คือ การออกตราสารหนี้ร่วมกัน หรือการออกพันธบัตรยูโรบอนด์

เมื่อพิจารณาข้อเสนอต่างๆ เหล่านี้แล้วจะพบว่าเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่รวมศูนย์ให้อียูมีอำนาจเหนือรัฐสมาชิกมากขึ้น เพื่ออุดช่องโหว่และวางกรอบป้องกันให้รัดกุมขึ้น และปูทางไปสู่การเป็นสหภาพยุโรปที่แข็งแกร่งขึ้นตั้งแต่ฐานรากในอีก 10 ปีข้างหน้า

ทว่า ในระยะสั้นนั้นอาจยังไม่สามารถตอบโจทย์วิกฤตการณ์หนี้ยุโรปได้มากพอ โดยเฉพาะหากพิจารณาถึงบรรยากาศความแตกแยกอย่างหนักภายในอียูขณะนี้ ข้อเสนอ 10 ปีสู่อนาคตอียูก็อาจเป็นเพียงแนวทางกว้างๆ ที่ยากจะบรรลุได้จริง

เพราะแม้ว่าเยอรมนีจะมีเสียงดังที่สุดในการตัดสินใจด้านนโยบายภายในยุโรป จากขนาดของเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่สุด และยังเป็นเจ้าของเงินกู้รายใหญ่ที่สุดภายในยุโรปขณะนี้ แต่ทิศทางการแก้ปัญหาของเยอรมนีกลับสวนอีกหลายประเทศ โดยต้องการให้แก้ปัญหาพื้นฐาน เช่น การรวมกลุ่มทางการคลัง และการตั้งสหภาพธนาคาร มากกว่าแนวทางก่อหนี้หรือก่อภาระผูกพันเพิ่ม อาทิ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการออกพันธบัตรยุโรป

แนวทางการออกพันธบัตรยุโรปนั้น ได้รับการจับตามองมาพักใหญ่ว่า เป็นหนทางที่ลงตัวที่สุดในการระดมทุนร่วมกันในยุโรป เพื่อนำเงินไปอุ้มประเทศที่ประสบปัญหา หรือนำไปใช้ในนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อลดภาระและแรงกดดันที่ประเทศขนาดใหญ่ อาทิ เยอรมนี และฝรั่งเศส จะนำเงินภาษีของประชาชนไปช่วยอุ้มประเทศเพื่อนบ้าน

ทว่า จนถึงปัจจุบันเยอรมนียังคงแสดงท่าทีคัดค้านอย่างแข็งกร้าว เนื่องจากมองว่าเป็นภาระผูกพันที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ซึ่งผู้นำเยอรมนีถึงกับกล่าวกับผู้สื่อข่าวประโยคหนึ่ง หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอด 4 ประเทศ ที่ฝรั่งเศสว่า “จะไม่ยอมให้มีพันธบัตรร่วมยุโรปตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่”

ขณะเดียวกัน ข้อเสนออื่นๆ เช่น การตั้งรัฐมนตรีคลังยุโรปเพื่อสอดส่องดูแลการคลังในแต่ละประเทศ และมีอำนาจยับยั้งการผ่านร่างงบประมาณแผ่นดินของชาติสมาชิกหากเห็นว่าก่อหนี้มากเกินไปนั้น ก็ยังเป็นข้อเสนอที่ลดทอนอำนาจอธิปไตยของ 27 ชาติสมาชิกอียูลง ซึ่งอาจนำไปสู่การคัดค้านของรัฐบาลหลายประเทศตามมา โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายในอียู กำลังเกิดความแตกแยกกันมากที่สุด

“การประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปครั้งนี้ อาจเสนอแผนการที่ซับซ้อน เช่น การรวมกลุ่มทางการคลังและสหภาพธนาคาร ทว่า ไร้ซึ่งรายละเอียดที่จับต้องได้จริง หรือรายละเอียดที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง” นีล แมกคินนอน นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ วีทีบี แคปิตอล ในอังกฤษ ระบุกับบีบีซี ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ว่า ที่ประชุมอียูซัมมิตอาจไม่ตอบโจทย์วิกฤตการณ์หนี้ที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้า และไม่อาจรอการปรับโครงสร้างของยุโรปได้

และหากแผนการ 10 ปีของยุโรป ยังไม่อาจจับต้องได้ในอนาคตอันใกล้ และไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้โลกได้มากพอ อนาคตของอียูก็อาจสั่นคลอนและสะดุดก่อนไปถึง

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน