
ยกระดับรปภ.สูงสุดสั่งหน่วยจู่โจมเตรียมพร้อม
หลังกลุ่มคนเสื้อแดงหลั่งไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ ได้สำเร็จ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้สั่งการให้ยกระดับการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดทันที พร้อมได้เรียกประชุมหัวหน้าชุดจู่โจมทั้ง 88 สน. รวมทั้งชุดอรินทรราชและชุดนเรศวร 261 มาประชุมพร้อมกัน เพื่อทำการซักซ้อมทำความเข้าใจ
ทั้งนี้ 1.ทุกคนต้องแต่งเครื่องแบบเรียบร้อย มีอาวุธปืนประจำกาย 2.ต้องมียานพาหนะทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อความรวดเร็วเพื่อจะได้เข้าไปแก้ไขสถานการณ์ให้ได้ทันท่วงที เพราะถ้าล่าช้าไปความสูญเสียก็จะเพิ่มมากขึ้น 3.ชุดจู่โจมทั้ง 88 ชุด รวมกับชุดพิเศษอีก 10 ชุด รวมเป็น 98 ชุด จะต้องมีความพร้อมสูงสุดตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน
พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า ได้กำชับตำรวจใต้บังคับบัญชาให้อดทน แม้จะโดนสิ่งที่เรียกว่าอาวุธชีวภาพ เพราะความรุนแรงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้
“
เราจะดูแลให้พี่น้องชุมนุมอย่างสันติและปลอดภัย สิ่งที่เป็นห่วง คือ มือที่ 2 ที่ 3 หรือผู้ชุมนุมบางคนที่เล็ดลอดด่านตรวจเข้ามา ถ้าหากมีเหตุการณ์อะไรขึ้นมา พวกมือที่ 3 ที่ 4 ใช้อาวุธปืนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ซึ่งเราไม่มีอาวุธปืน เรามีเฉพาะโล่ กระบอง และอุปกรณ์ป้องกันตนเอง จึงเป็นห่วงพี่น้องตำรวจทหารอาจจะถูกทำลายถึงแก่กายและชีวิตได้” พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวนอกจากนี้ ยังได้มีการประกาศพื้นที่ห้ามกลุ่มเสื้อแดงเข้าไปชุมนุมใน 3 จุดด้วยกัน คือ ที่โรงพยาบาลศิริราช ทำเนียบรัฐบาล และบ้านสี่เสาเทเวศร์ (ตามกราฟฟิก)
ด้านที่ประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ศอ.รส. สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกวดขันในการจัดชุดตรวจสอบวัตถุระเบิดต่างๆ รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลความปลอดภัยตามจุดต่างๆ เนื่องจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันนี้จะมีมากขึ้น และจุดตรวจคงจะต้องช่วยกันมากขึ้นด้วยและจะมีการเข้มงวดตรวจสอบบางกลุ่ม
“
กลุ่มคนเสื้อแดงมีอยู่หลายกลุ่ม ซึ่งแนวทางเดิมของเขาก็มีอยู่ และเขาก็พยายามระดมคนอยู่ คนก็จะเข้ามากันเยอะ แผนระดมพลที่จะให้เข้ามามากที่สุดเขาก็พยายามดำเนินการอยู่ ทั้งนี้เราจะต้องระมัดระวังช่องว่างอื่นๆ ที่มี เพราะคนจะแฝงเข้ามาก่อกวนจะต้องดูให้ดีและรอบคอบ” นายปณิธาน กล่าวทั้งนี้ แผนที่ทาง ศอ.รส. ที่ได้ดำเนินการอยู่ไม่ต้องมีการปรับเปลี่ยนอะไร โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ความมั่นคง ที่ประกาศบังคับใช้ดูแลความเรียบร้อย น่าจะได้ดูแลสถานการณ์ได้
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และผู้อำนวยการ ศอ.รส. ประเมินว่าจะมีผู้ชุมนุมเสื้อแดงอย่างน้อยจะประมาณ 7 หมื่นคนขึ้นไป และคาดว่าในวันที่ 14 มี.ค. นี้ จะมีผู้ชุมนุมมากที่สุด และเกรงว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอาจจะใช้จักรยานยนต์มาก่อความวุ่นวาย จึงได้เรียกตำรวจนครบาลและทุกกองบังคับการมากำชับเรียบร้อย คิดว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
นายสุเทพ กล่าวว่า ได้สั่งเพิ่มกำลังตำรวจ ทีมลาดตระเวน สายตรวจมากขึ้น และจะประเมินสถานการณ์วันต่อวัน
“
ขอยืนยันจะไม่มีการใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม ยกเว้นกรณีที่ผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมาย เช่น ปิดถนน บุกรุกสถานที่ราชการ เคหสถาน บ้านบุคคลสำคัญ เราต้องมีการสลายมวลชน ผมภาวนาวันที่ 14 มี.ค. ขอว่าอย่าให้มีอะไร” นายสุเทพ กล่าวทั้งนี้ คาดว่าวันที่ 15 มี.ค. ก็คงจะไปทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ และอาจขอให้แกนนำลดพื้นที่การชุมนุมลง หากว่ามีผู้ชุมนุมไม่มากตามที่คาด ก็อาจจะขอให้ตัดพื้นที่ส่วนท้ายในถนนราชดำเนินเพื่อเปิดการจราจร
แหล่งข่าวจาก ศอ.รส. เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีการคาดการณ์ว่าจะมีผู้ชุมนุมมาร่วมมากที่สุดประมาณ 1.21.5 แสนคน ในวันที่ 14 มี.ค. และอาจจะมีการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ของผู้ชุมนุม จึงมีการแจ้งเตือนให้ระวัง ทั้งการวางระเบิด ปาระเบิด การใช้มอเตอร์ไซค์ออกก่อกวน
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์ ศอ.รส. จึงให้ทางกองทัพภาคที่ 1 จัดกำลังทหารหมวกแดง (แต่ไม่ใช่ทหารรบพิเศษ) จากหน่วยเคลื่อนที่เร็ว Rapid Deployment Force : RDF ของกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 รอ.) จ.ลพบุรี มาดูแลกรุงเทพฯ ชั้นใน สถานที่สำคัญ ทำเนียบรัฐบาล และถนนราชดำเนิน รวมทั้งบ้านสี่เสาเทเวศร์







