
ค่าบาทแกว่ง ส่งออก-นำเข้าเดี้ยง
ปรากฏการณ์นักลงทุนโยกเงินเข้าไปลงทุนในสหรัฐอเมริกา ทำให้พันธบัตรสหรัฐมีผลตอบแทนต่ำลง
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
ปรากฏการณ์นักลงทุนโยกเงินเข้าไปลงทุนในสหรัฐอเมริกา ทำให้พันธบัตรสหรัฐมีผลตอบแทนต่ำลง ในขณะที่พันธบัตรสกุลยูโรมีผลตอบแทนสูงขึ้นตามความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจ
ผลกระทบจากวิกฤตการเงินในสหภาพยุโรป (อียู) ทำให้ค่าเงินทุกสกุลผันผวน แกว่งตัว เพราะไม่มีใครรู้ว่าสถานการณ์หนี้เสียจะพัฒนาไปอย่างไร
สำหรับไทยเอง ตั้งแต่ต้นปีค่าเงินบาท ได้อ่อนค่าลงมา 6% แล้ว เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มจะอ่อนค่าลงไปได้อีก หากสถานการณ์ในอียูยังไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะหยุดลามและแก้ไขปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ค่าเงินบาทเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวอยู่ในระดับ 31.84/86 บาท/เหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงจากสัปดาห์ที่แล้วที่อยู่ในระดับ 31.75/77 บาท/เหรียญสหรัฐ
นักค้าเงิน คาดว่า ในสัปดาห์นี้เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 31.40-31.80 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยต้องจับตาข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ และเครื่องชี้เศรษฐกิจประจำเดือน พ.ค. ของไทย รวมถึงระดับความต้องการเงินเหรียญสหรัฐในช่วงสิ้นเดือนของกลุ่มผู้นำเข้า ขณะที่จุดสนใจของสถานการณ์วิกฤตหนี้ยุโรป อยู่ที่การเจรจาของรัฐบาลใหม่ของกรีซกับกลุ่มเจ้าหนี้ Troika (EU-IMF-ECB) และ การประชุม EU Summit ในวันที่ 28-29 มิ.ย.นี้
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนี PMI เขตชิคาโก เดือน มิ.ย. ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่ ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขายเดือน พ.ค. ดัชนีราคาบ้านเดือน เม.ย. และตัวเลข GDP ประจำไตรมาส 1/2555
ปัญหาของค่าเงินในขณะนี้เมื่อมีความผันผวนทุกสกุล ทำให้การค้าขายโลกวุ่นวายมาก เนื่องจากการกำหนดราคาซื้อขายสินค้าและวัตถุดิบทำได้ยากขึ้น
สำหรับไทยเองมีทั้งการนำเข้าวัตถุดิบ ส่งออกสินค้าชิ้นส่วน และสินค้าสำเร็จรูป ผู้ผลิตและผู้ส่งออกจำเป็นที่จะต้องติดตามสถานการณ์ค่าเงินอย่างใกล้ชิด และต้องการคาดเดาแนวโน้มค่าเงินในอีก 3 เดือนข้างหน้าด้วย เนื่องจากการสั่งซื้อสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นการสั่งซื้อล่วงหน้า
สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่แล้วมักจะซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน แต่สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี นี่จะเป็นต้นทุนที่ทางผู้ประกอบการไม่ต้องการ เนื่องจากจะทำให้ต้นทุนเพิ่มได้กำไรน้อยลงไปอีก
พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เงินบาทที่อ่อนค่าลงทำให้ผู้ประกอบการกังวลเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน โดยในเดือน เม.ย. 2555 ค่าเงินบาทเฉลี่ยอยู่ที่ 30.66 บาท ส่วนเดือน พ.ค. 2555 ค่าเงินบาทเฉลี่ยอยู่ที่ 31.05 บาท ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาทในอนาคตไม่แน่นอน เพราะมีปัจจัยที่อาจทำให้เงินบาทผันผวนได้
หากแก้ปัญหาไม่สำเร็จและเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของอียูอย่างรุนแรงอาจทำให้ค่าเงินผันผวนรุนแรงได้ โดยเฉพาะหากปัญหาของกรีซลามไปสเปนหรืออิตาลี
แต่ช่วงที่ค่าเงินบาทเริ่มอ่อนตัวลงผู้ส่งออกที่ซื้อป้องกันความเสี่ยงค่าเงินไว้ก่อนหน้านี้ก็มีกำไรอยู่ จึงมีการเก็งกำไรค่าเงินบาทซื้อๆ ขายๆ ทำให้ ประธาน ส.อ.ท. ต้องออกโรงมาเตือนผู้ส่งออกว่าไม่ควรใช้โอกาสนี้ในการเก็งกำไรค่าเงินจากการรับคำสั่งซื้อหรือสั่งซื้อวัตถุดิบ โดยผู้ประกอบการควรทำการค้าตามปกติ และถ้าคำนวณแล้วราคาสินค้าที่ขายได้คุ้มค่ากับต้นทุนการผลิตก็ให้รับคำสั่งซื้อ เพราะหากนำการเก็งกำไรจากค่าเงินมาใช้บริหารธุรกิจ อาจทำให้เจ็บตัวได้
นอกจากนี้ ถ้าผู้ส่งออกเห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจอียูอาจส่งผลกระทบกับการส่งออก ก็ควรหาวิธีอื่นมาชดเชยแทนการเก็งกำไรค่าเงิน เช่น การเจรจาเพิ่มคำสั่งซื้อจากลูกค้าเก่าในตลาดอื่น เป็นต้น
นั่นคือคำเตือนของผู้ผลิตรายใหญ่ที่ไม่มั่นใจในสถานการณ์ค่าเงินเหมือนกัน และก็ไม่อยากให้ผู้ส่งออกลงสนามไปร่วมเก็งกำไรค่าเงินกับเขาด้วย เพราะจะยิ่งซ้ำเติมตลาดทำให้ค่าเงินยิ่งผันผวนมากกว่าเดิม จนในที่สุดก็จะกระทบอุตสาหกรรมทั้งหมด
นอกจากผู้ส่งออกจะผสมโรงทำให้ค่าเงินผันผวนแล้ว ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็จับตาการค้าทองคำที่ปัจจุบันมีการหันมาซื้อขายล่วงหน้าแต่ไม่มีการส่งมอบจริง ทาง ธปท. จึงส่งสัญญาณการดูแลค่าเงินให้เข้มขึ้น ด้วยการทำหนังสือเวียนถึงผู้ค้าทองคำ ห้ามไม่ให้มีการขายเงินล่วงหน้าให้กับการซื้อทองคำแต่ไม่มีการรับมอบจริง แล้วมาสั่งขายเงินในภายหลัง
รายการนี้ผู้ค้าทองคำโดนมองว่าเป็นผู้ร้ายที่ช่วยผสมโรงปั่นค่าเงินอีกแรงหนึ่ง แต่จิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ยืนยันไม่คิดเก็งกำไรค่าเงินบาท โดยให้เหตุผลว่าเก็งกำไรทองคำยังดีกว่าเก็งกำไรค่าเงิน เพราะราคาทองคำผันผวนน้อยกว่า ปลอดภัยกว่าอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม จิตติ ยอมรับว่า ในระยะหลังอาจมีบางบริษัทที่มีการทำการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Forward) ในสัดส่วนที่สูง ธปท. อาจเข้าใจผิดว่าเข้าข่ายผสมโรงเก็งกำไร
และถ้าหากว่าไม่ส่ง Underling จะทำ Forward ไม่ได้ และหากต้องยกเลิก (Unwind) การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน ผู้ประกอบการก็ต้องเสียส่วนต่างทั้งฝั่งซื้อ และฝั่งขาย ซึ่งถือเป็นต้นทุนของผู้ประกอบการ
ต้องยอมรับว่าเงินบาทนั้นไม่ว่าจะอ่อนหรือแข็งค่าจะมีทั้งคนได้และคนเสียทั้งนั้น ทางด้านการนำเข้าซึ่งส่วนใหญ่คือการนำเข้าน้ำมันก็จะต้องซื้อน้ำมันแพงขึ้น แต่ในช่วงนี้น้ำมันในตลาดโลกเป็นขาลงก็ช่วยไม่ให้น้ำมันแพงได้ระดับหนึ่ง
ส่วนผู้ส่งออกที่มีทั้งนำเข้าวัตถุดิบมาผลิตและส่งออก ก็จะเจอความผันผวนทั้ง 2 ขา การดูแลค่าเงินของ ธปท. จึงต้องดูเป็นภาพรวมและให้ประเทศเสียประโยชน์น้อยที่สุด
การบริหารค่าเงินและดอกเบี้ยในขณะนี้ จึงตกหนักไปอยู่ในความรับผิดชอบของ ธปท. ซึ่ง ธปท. เองก็โชคดีที่ไม่ต้องเข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาทก็อ่อนค่าลงมาเอง สิ่งที่ ธปท. เป็นห่วงคือเรื่องการไหลเข้าออกของเงินมากกว่าค่าเงินบาทจะอ่อนค่าหรือแข็งค่า
ความเป็นห่วงของ ธปท. กับเอกชนแตกต่างกัน สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนี้ไปก็คือการออกมาตรการเข้มงวดที่จะดูแลปริมาณเงินไหลออก หากมีการผิดปกติ ธปท. จะออกมาตรการดูแลทันที
เอกชนก็ต้องเตรียมพร้อมรับแผนของ ธปท. ให้ดี เพราะอย่างที่บอกแล้วว่า การที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าหรือแข็งค่าจะมีคนได้และเสียเสมอ
การป้องกันความเสี่ยงของผู้ส่งออกจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในเวลานี้







