
สุรพงษ์หนุนเรื่องนาซ่าเข้าสภา
บัวแก้วไม่หนุนเรื่องนาซ่าผ่านครม. ลั่นเข้าสภาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ไม่ได้ช่วยทักษิณ
บัวแก้วไม่หนุนเรื่องนาซ่าผ่านครม. ลั่นเข้าสภาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ไม่ได้ช่วยทักษิณ
เมื่อเวลา 14.00 น. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังร่วมหารือกับนางคริสตี้ เคนนี้ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์กรณีองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซ่า) ขอใช้พื้นที่สนามบินนานาชาติ อู่ตะเภา โดยมีข่าวลักษณะว่ามีการขนอุปกรณ์มาตั้งแต่พ.ค. ซึ่งจากการตรวจสอบไปยังกองทัพเรือพบว่ายังไม่มีการขนอุปกรณ์ใดๆเข้าในประเทศ
ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดและกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ จึงได้แจ้งไปว่าขณะนี้เรื่องนาซ่า เป็นปัญหาที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ทั้งสื่อในประเทศและต่างประเทศ และนางคริสตี้ก็ได้รับข้อมูลตรงกันและมีความเห็นสอดคล้องกันว่า มีความเข้าใจไม่ตรงกัน โดยนำ 2 เรื่องมาปนกัน คือ เรื่องความช่วยเหลือมนุษยธรรมด้านภัยพิบัติและนาซ่า ทั้งนี้ นาซ่าเป็นองค์กรพลเรือน ไม่ได้เกี่ยวข้องด้านการทหาร
นอกจากนี้ ประเด็นที่นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน ออกมาระบุว่า หากไม่นำเรื่องนาซ่าเข้ามาตรา 190 จะเป็นการขายชาติ รวมถึงสว.บางท่านออกมาให้ข่าวว่าการขึ้นไปสำรวจของนาซ่า จะมีการนำดาวเทียมมาตรวจสอบพื้นที่ต่างๆ ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ เป็นการสร้างความสับสนในสังคมและประชาชน เพราะภายใต้ระบอบประชาธิปไตยของไทย ต้องทำตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้
อย่างไรก็ดี หากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 26 มิ.ย. ผลออกมาจะเป็นอย่างไร ตนจะแจ้งให้ทางรัฐบาลสหรัฐทราบทันที ทั้งนี้ นางคริสตี้เข้าใจว่าเป็นตามรัฐธรรมนูญของไทย ทว่า ตนมีความเป็นห่วงเรื่องความสัมพันธ์ เพราะมีความพยายามหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาเพื่อสร้างความเข้าใจผิดระหว่างจีนและสหรัฐ ซึ่งนางคริสตี้จะนำเรื่องดังกล่าวแจ้งกลับไปทางสหรัฐ
“ถ้าสมุมติว่าผลประชุมครม.ออกมาเห็นว่าต้องเข้าสภา ก็จะดำเนินการชี้แจงข้อมูลต่างๆให้กับสภาได้รับทราบ เป็นเรื่องของที่ประชุมร่วมรัฐสภา วิพากษ์วิจารณ์ร่วมกัน อีกทั้ง ข้อมูลต่างๆที่ผมได้แจกไปมีข้อมูลครบถ้วนหมด กระทั่งหนังสือฉบับล่าสุด เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ทางสถานทูตสหรัฐส่งมาให้เรา เป็นข้อความแลกเปลี่ยนเอกสาร ที่รัฐบาลไทยที่ผมต้องลงนาม เพื่อนำเข้าครม. ผมก็ได้เปิดเผยหมดแล้ว” นายสุรพงษ์ กล่าว
ส่วนกรณีที่ทางสหรัฐต้องการให้ได้คำตอบในวันที่ 26 มิ.ย. นั้น โดยนางคริสตี้ได้ชี้แจงว่าทางนาซ่าหรือนักวิทยาศาสตร์ คงจะหมายถึงปลายเดือน แต่มีการเขียนวันที่ 26 มิ.ย. เพราะเกรงว่าการขนย้ายอุปกรณ์ต่างๆ อาจไม่ทัน เนื่องจากต้องใช้เวลา 2 เดือน มิ.ย.-กค. ก่อนปฏิบัติการในเดือนส.ค. –ก.ย. ซึ่งสหรัฐก็เข้าใจว่าต้องผ่านครม.ก่อน และหากเดือนนี้ไม่เสร็จก็อาจจะต้องยกเลิกไป
“ปีหน้านาซ่าจะกลับมาใช้พื้นที่ของไทยอีกหรือไม่นั้น ยอมรับว่าไม่มั่นใจ เพราะปีนี้คงไม่ทัน เนื่องจากมรสุมคงผ่านไป แต่เรื่องมรสุม ถ้าเขาคิดว่าจะใช้บ้านเราให้เป็นประโยชน์ เพื่อดูแลภูมิภาคนี้ทั้งหมด กรณีเกิดพายุ เขาก็คงกลับมาใช้อยู่ เนื่องจากนาซ่าเป็นองค์กรที่ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล และทำเพื่อมนุษยชาติ ซึ่งคาดว่าอาจจะกลับมาทำปีหน้าก็ได้ หากปีนี้น้ำท่วมก็ช่วยไม่ได้”นายสุรพงษ์ กล่าว
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวคิดหากเรื่องดังกล่าวเข้าสภาไม่น่าจะทัน สมมุติว่าครม.ตัดสินว่าต้องเข้าสภา สภาก็ยังเปิดไม่ได้ หากเปิดสมัยวิสามัญก็ต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ก็เป็นสิ่งดีหากเข้าสภาแล้ว ก็จะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดให้สังคมและประชาชนรับทราบ และเชื่อว่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในอนาคต เพราะเล่นการเมืองอย่างเดียวบ้านเมืองคงไม่ไปถึงไหน และเรื่องดังกล่าวก็จะเป็นบทเรียนอันหนึ่งที่ราคาไม่แพงมาก
“ส่วนตัวผมเห็นว่า แนวโน้มน่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ตามมาตรา 190 เพื่อให้เกิดความชัดเจน เพราะไม่เช่นนั้น คงมีหลายฝ่ายที่ไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง หรือยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยอีก ซึ่งเรื่องก็ถูกยับยั้งอยู่ดี ไหนๆ จะล่าช้าแล้ว ก็อยากทำให้เกิดความเข้าใจให้ตรงกัน และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ถือเป็นบทเรียนทำให้สังคมไทยรับรู้ว่าอะไรเป็นอะไร นักการเมืองเล่นการเมือง ควรต้องแยกแยะ ว่าอะไรเป็นประโยชน์ต่อชาติ ซึ่งผมมองว่าดีเสียอีก ที่มากล่าวหาว่าผมใช้กรณีนี้แลกกับวีซ่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อเข้าสหรัฐ ไม่ได้อีกแล้ว หากเรื่องนี้ไม่ผ่านที่ประชุมครม. จะได้จบเสียทีเรื่องการใส่ร้าย เข้าสภาจะได้จบ” นายสุรพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ทำไมจึงไม่นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาตั้งแต่แรก นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ฝ่ายสหรัฐได้ส่งเรื่องมาถึงกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา และกระทรวงได้ดำเนินการสอบถามความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่งให้ตนลงนามเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. เพื่อให้นำเสนอต่อที่ประชุมครม. จึงเป็นเรื่องด่วน
ส่วนกรณีที่ตั้งข้อสังเกตว่าเครื่องบินที่นาซ่านำมาสำรวจจำนวน 3 ลำ มี 1 ลำที่มีศักยภาพสูง เรดาห์ไม่สามารถตรวจจับได้ จึงทำให้บางฝ่ายกังวลว่าจะลักลอบสอดแนม นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เป็นเครื่องบินรุ่นเดียวกัน แต่ได้ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับตรวจสอบสภาพอากาศแทนแล้ว ซึ่งทางนาซ่าก็ให้ตรวจสอบอุปกรณ์ชนิดดังกล่าว
ด้านนางคริสตี้ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศไทย ได้เชิญมาพูดคุยในหลายเรื่อง รวมถึงกรณีโครงการของนาซ่าขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเพื่อตรวจสอบสภาพภูมิอากาศ โดยยืนยันว่า การศึกษาดังกล่าวเป็นโครงการทางวิทยาศาสตร์ของนาซ่า ที่ร่วมกับนักวิจัยชาวไทย ซึ่งนายสุรพงษ์ ได้ชี้แจงว่าเรื่องนี้จะเข้าสู่การประชุมครม. โดยไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ทางสหรัฐเคารพการตัดสินใจ และยืนยันว่าความร่วมมือด้านต่างๆ ระหว่างสองประเทศ ยังคงเป็นไปเช่นเดิม
เมื่อถามว่า ข้อห่วงใยกรณีเครื่องบินของนาซ่าที่นำมาใช้ในโครงการนี้ มีจุดประสงค์แอบแฝงทางการทหาร นางคริสตี้ กล่าวว่า เครื่องบินที่นำมาใช้เป็นเครื่องบินที่ใช้ในโครงการวิทยาศาสตร์ ซึ่งนาซ่าเป็นองค์กรพลเรือน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางทหาร และข้อมูลที่ได้จากการศึกษาวิจัยทั้งหมด จะนำเผยแพร่สู่สาธารณะ รัฐบาลทุกรัฐบาลทั่วโลก แม้แต่ประชาชนก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ เพราะการศึกษาวิจัยเป็นเรื่องปริมาณน้ำฝนและรูปแบบของฝน







