
ปชป.ขู่ฟ้องDSIรับ2คดีพิจารณา
ปชป.ขู่ฟ้องดีเอสไอหากรับคดีต่อสัญญาบีทีเอส-เงินบริจาคน้ำท่วมเป็นคดีพิเศษ ยันไร้อำนาจพิจารณา ซัดเป็นเครื่องมือเพื่อไทย
ปชป.ขู่ฟ้องดีเอสไอหากรับคดีต่อสัญญาบีทีเอส-เงินบริจาคน้ำท่วมเป็นคดีพิเศษ ยันไร้อำนาจพิจารณา ซัดเป็นเครื่องมือเพื่อไทย
นายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า พรรคได้รับข้อมูลว่า ในวัน 27 มิ.ย. จะมีการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (ดีเอสไอ.) โดยมีวาระพิจารณาเกี่ยวข้องกับปชป. ว่ากระทำความผิดอาญากรณีต่อสัญญาบีทีเอสและ การกระทำความผิดอาญากรณีบริจาคเงินและทรัพย์สินให้แก่ศูนย์ช่วยเหลือน้ำท่วมว่าเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.พรรคการเมือง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็น กระบวนการรับลูก เนื่องจากมีการตั้งเรื่องมาจากพรรคเพื่อไทย เป็นการยืมมือหน่วยราชการลดทอนความ น่าเชื่อถือของพรรคการเมือง ฝ่ายตรงข้าม
ทั้งนี้กรณีการทำสัญญาให้ บริการเดินรถ มีข้อถกเถียงทางกฎหมายว่า ดีเอสไอ.มีอำนาจรับไว้เป็นคดีพิเศษหรือไม่ เพราะ พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาตรา 66 บัญญัติว่า หากข้าราชการเมืองทำผิดเป็นอำนาจ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่จะสืบสวนสอบสวน
"ถ้ามีการลงคะแนนรับทั้งสองคดีเป็นคดีพิเศษ ฝ่ายกฎหมายของพรรคจะดำเนินคดีอาญาและร้องต่อ ป.ป.ช.ว่ามีการทำผิดกฎหมาย เนื่องจากผู้บริหาร กทม.เป็นบุคคลตามมาตรา 66 ของกฎหมาย ปปช.จึงอยู่ในอำนาจของปปช.ไม่ใช่ดีเอสไอ เช่นเดียวกับกรณียุบพรรค อ้างถึงการทำผิด พรบ.พรรคการเมืองย่อมอยู่ใน อำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ใช่ดีเอสไอ"นายสกลธีกล่าว
ทั้งนี้ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่กลัวการตรวจสอบ แต่อยากให้การตรวจสอบเป็นไป โดยถูกช่องทาง เพราะกลัวว่าพรรคเพื่อไทยจะ ใช้ดีเอสไอเป็นเครื่องมือใน การรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประโยชน์ทางการเมือง







