
รัฐบาลมั่นใจ'เอาอยู่' ธปท.คาดส่งออกวูบเหลือ8%
ถึงขณะนี้ต้องยอมรับกันได้แล้วว่า วิกฤตเศรษฐกิจโลกกระทบโดยตรงต่อไทยอย่างไม่มีทางเลี่ยง
ถึงขณะนี้ต้องยอมรับกันได้แล้วว่า วิกฤตเศรษฐกิจโลกกระทบโดยตรงต่อไทยอย่างไม่มีทางเลี่ยง
เงินทุนเคลื่อนย้ายประเภทเงินร้อนยังดาหน้าทะลักเข้าไทยมาหากินกับดอกเบี้ยที่สูงกว่า และราคาจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เย้ายวนใจ
ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการของกระทรวงการคลัง สรุปว่าเงินทุนทั้งร้อนและไม่ร้อนเข้ามาในไทยตั้งแต่ต้นปีแล้วร่วม 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ถ้าเงินทุนเหล่านั้นไหลออกไปไม่เพียงแต่ทำให้ซูบ ตลาดทุนของไทยก็ดิ่งเหว ค่าเงินบาทยิ่งไม่ต้องพูดถึง
แต่นั่นยังไม่เท่ากับความร้ายแรงของภาคการส่งออกที่เป็นเสมือนทัพหน้าที่หาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องคนในประเทศ
ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่า ปีนี้ภาคการส่งออกของไทยน่าจะเติบโตได้แค่ 8% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 15% เพราะผลกระทบการชะลอตัวเศรษฐกิจโลก
เงินหายไปจำนวนไม่น้อย และแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยตามไปด้วย
ธปท.มีการประเมินผลกระทบกันเบาะๆ ว่า อย่างน้อยที่สุดวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจะฉุดเศรษฐกิจไทยให้เติบโตลดลง 0.5-0.7% ฟังดูอาจน้อยนิดกับตัวเลขที่รัฐบาลประกาศก้องว่าจะโต 5.5-6%
แต่หากคิดเฉลี่ยเป็นเม็ดเงินที่หายไปถือว่ามหาศาล เมื่อพิจารณาจากขนาดเศรษฐกิจของไทยที่มีอยู่ร่วม10 ล้านล้านบาท ถ้าหายไป 0.5-0.7% ก็ตก 5-7 หมื่นล้านบาท
วันที่ 15 มิ.ย. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ เพื่อประเมินสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจยุโรปที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ปรากฏว่าที่ประชุมเห็นพ้องกันว่าวิกฤตยุโรปที่ตั้งเค้าว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านั้น รุนแรงน้อยกว่าวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า นายกฯ ได้สั่งให้ติดตามผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปที่จะมีผลกระทบต่อการส่งสินค้าออกไปยุโรป และการส่งออกทางอ้อมผ่านจีนและอาเซียนไปยังยุโรป โดยให้แยกผลกระทบเป็นรายสินค้า และหาตลาดทดแทนสำหรับสินค้านั้นๆ
“ไทยส่งออกไปยุโรปโดยตรง 9% ซึ่งสินค้าที่ส่งออกคงไม่กระทบทุกรายการ เช่น สินค้าจำเป็น อาหารก็ยังส่งออกได้อยู่ แต่สินค้าฟุ่มเฟือยหรือพวกอิเล็กทรอนิกส์จะกระทบแน่นอน ก็ต้องหาตลาดทดแทน ส่วนผลกระทบทางอ้อมเราส่งออกไปจีน 19% ส่งออกไปอาเซียน 22% ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้ก็ส่งสินค้าไปยุโรป ต้องดูผลกระทบตรงนี้ด้วย” อาคม ระบุ
ในเบื้องต้น แม้ สศช.ยังไม่มีการปรับลดตัวเลขการคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2555 แต่ก็ติดตามสถานการณ์ยุโรปอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ผลการเลือกตั้งในกรีซที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของกรีซ กรีซจะยังเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) หรือไม่ และถ้ายังเป็นอยู่ อียูต้องเข้ามาช่วยเหลือ รวมทั้งวิกฤตเศรษฐกิจที่ลุกลามไปยังสเปน
ขณะที่ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯ เชื่อมั่นว่าที่ประชุมมองว่าวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปวันนี้ยังอยู่ในอาการไม่น่าเป็นห่วง แต่ยอมรับว่าการส่งออกได้รับผลกระทบแน่ๆ เช่นเดียวกัน การเคลื่อนย้ายเงินทุนที่มีความผันผวน ทำให้ไทยอาจต้องมีมาตรการบางอย่าง ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับ ธปท.จะพิจารณาดำเนินการ
และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาว่าเอสเอ็มอีกลุ่มใด หรือสินค้าใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่ส่งสินค้าไปยุโรป
สุรนันทน์ กล่าวว่า ที่ประชุมสั่งให้มีการเตรียมความพร้อมเครื่องมือทางการเงินและการคลัง สำหรับรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจยุโรป
นอกจากนี้ ได้ให้ สศช. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และ ธปท. จำลองสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตยุโรปตั้งแต่เบาไปหนัก มีข้อเสนอว่าหากสถานการณ์ไม่รุนแรงจะต้องทำอะไร หากสถานการณ์เข้าขั้นรุนแรงจะทำอะไร
ขณะที่ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ มั่นใจว่าโครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทยเข้มแข็งพอที่จะรับมือความผันผวน เพราะไทยมีการเตรียมตัวมานาน โดยเฉพาะการเน้นการพึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งจะเห็นว่าหลายนโยบายได้มีการเน้นย้ำการสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศให้มากขึ้น
ตอนนี้สิ่งที่ต้องดูแล คือ กลุ่มเอสเอ็มอี และภาคการส่งออกพวกสิ่งทอต่างได้รับผลกระทบแน่นอน ซึ่งต้องลงไปทำงานอย่างใกล้ชิดในการสำรวจตัวเลขเอสเอ็มอีทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ และมีมาตรการเข้าไปช่วยเหลือภาคธุรกิจ
คล้อยหลังการประชุมของนายกรัฐมนตรีไม่นาน ดร.โกร่ง-วีรพงษ์ รามางกูร ประธานกรรมการ ธปท. ก็เรียกประชุมคณะกรรมการนัดพิเศษเพื่อหารือปัญหาวิกฤตยุโรป แม้จะไม่มีข้อสรุปเล็ดลอดออกมา แต่เชื่อได้ว่ามีการสั่งให้เตรียมการรับมือ
เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงกว่าที่คาด ขนาด ประสาร ก็ยอมรับว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) พร้อมจะประชุมนัดพิเศษหากผลกระทบยุโรปลุกลามถึงเศรษฐกิจไทย เพราะเชื่อว่าการส่งออกของไทยจะขยายตัวได้แค่8% เพราะได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก
นี่คือวิธีการตั้งรับของรัฐบาลไทยในสถานการณ์ที่ไฟกำลังไหม้ไปทั่วทั้งยุโรป และมีโอกาสจะลุกลามมายังไทยและประเทศคู่ค้า ขณะที่ต่างประเทศต่างพากันออกมาตรการต่างๆ และหาทางสะสมกระสุนเพื่อรับมือกับผลกระทบที่จะมาถึง
แม้รัฐบาลไทยจะมองว่าไม่ร้ายแรง แต่วิกฤตขณะนี้ลุกลามไปทั่ว ล่าสุดบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ อีแกน โจนส์ เรตติ้งส์ ได้ประกาศลดอันดับเครดิตของประเทศฝรั่งเศสจาก A- มาอยู่ที่ระดับ BBB+ โดยให้เหตุผลว่ารัฐบาลฝรั่งเศสชุดใหม่ดำเนินนโยบายหลายด้านที่อาจฉุดให้การคลังของประเทศอ่อนแอลง ขณะที่ภาคธนาคารในฝรั่งเศสก็มีแนวโน้มที่อาจต้องขอเงินช่วยเหลือตามมา
ก่อนหน้านี้ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ก็ได้ลดอันดับเครดิตธนาคารหลายแห่งใน 4 ประเทศยุโรป ประกอบด้วย ฝรั่งเศส เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์
นี่คือภัยของโลกที่พร้อมจะลากไทยลงเหว ถ้าไม่ปรับนโยบาย ลด แลก แจก แถม







