
ก่อแก้วไม่ตอบโต้วัฒนาหลังไล่พ้นพรรค
ก่อแก้วไม่ตอบโต้วัฒนาหลังตะเพิดพ้นพรรคหากรับมติเพื่อไทยเลื่อนพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญ ย้ำทำถูกต้องแล้ว
ก่อแก้วไม่ตอบโต้วัฒนาหลังตะเพิดพ้นพรรคหากรับมติเพื่อไทยเลื่อนพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญ ย้ำทำถูกต้องแล้ว
นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยว่า การที่นายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกประธานรัฐสภา เรียกร้องให้ตนพิจารณาตัวเองหากไม่เห็นด้วยกับมติพรรคในการทำหน้าที่ของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา โดยตนพยายามเปิดใจกว้างรับฟัง และไม่ถือเป็นความขัดแย้งในการทำงานร่วมกันของคนในพรรค
ทั้งนี้ ตนเห็นด้วยกับการทำหน้าที่ของนายวัฒนา ซึ่งถือว่าถูกต้องแล้ว หากไม่ออกมาพูดอาจจะถูกตำหนิได้ ดังนั้น ไม่อยากมีวิวาทะกับนายวัฒนา ส่วนการพิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญ ตนไม่ไม่ออกมาพูดแล้ว ต้องรอดูการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนจะมีการโหวตหรือไม่ ในสมัยประชุมสภาหน้าและยืนยันจะทำตามมติพรรค
ไม่หนุนศาลรธน.รับคำร้องเรืองไกรยุบปชป.
นายก่อแก้ว กล่าวว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องโดยตรงจากนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสว.สรรหา ให้ยุบพรรคประชิปัตย์นั้น ตนไม่เห็นด้วยกับศาลที่รับคำร้องเรื่องดังกล่าว และการที่ศาลรับเพราะความจำยอม เนื่องจากจถูกมองว่า 2 มาตรฐาน เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยรับคำร้องโดยตรงจากสส.พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่ม 40 สว. และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)
อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวของศาล อาจส่งผลให้อนาคตมีประชาชนมายื่นร้องยุบพรรคต่อศาลโดยตรง จนเป็นภาระต่อศาล เช่น กรณีที่พรรคประชิปัตย์เปิดเวทีปราศรัยในหลายพื้นที่ รวมถึงปราศรัยของสส.พรรคประชาธิปัตย์บนเวทีพธม. ซึ่งมีเนื้อหาล้มล้างรัฐบาล และการกระทำของศาลรัฐธรรมนูญทำให้เกิดมาตรฐานบิดเบี้ยว
แดงไม่คิดยื่นชื่อถอดถอนผู้ตรวจการแผ่นดิน
นายก่อแก้ว เปิดเผยว่า กรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีคำวินิจฉัยยว่าการแต่งตั้งนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ ขัดต่อจริยธรรมการแต่งตั้งข้ารากชารเมืองนั้น ตนไม่เห็นด้วยเพราะคำวินิจฉัยของผู้ตราจการขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 39 ที่ระบุว่าผู้ที่มีคดีอาญาต้องสันนิฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาล
อย่างไรก็ดี กรณีของนายณัฐวุฒิ ถือว่าไม่มีความผิด เพราะออกมาชุมกับคนเสื้อแดงเพื่อปกป้องประชาธิปไตย แต่กลับถูกยัดข้อหาก่อการร้าย ทั้งนี้ อยากให้สังคมเปรียบเทียบกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ แต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็นรมว.ต่างประเทศ ทั้งที่มีคดียึดสนามบินและบุกรุกทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งนายอภิสิทธิ์ยังออกคำสั่งสลายการชุมนุมมีผู้เสียชีวิตเป็นร้อย อีกทั้ง ศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่เกินขอบเขตแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติ จึงอยากถามทั้ง 3 กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินเหตุใดจึงไม่ตรวจสอบจริยธรรม
“อยากเรียนผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ถ้าท่านดำเนินการกับผู้ปกป้องประชิปไตย แต่ไม่ดำเนินการกับผู้ฝักฝ่ายเผ็จการ อาจทำให้คนไทยอดคิดไม่ได้ว่า ท่านกำลังเหยียบย่ำฝ่ายปกป้องประชาธิปไตย และไปชื่นชมผู้ฝักใฝ่เผด็จการ เราเป็นห่วงว่า ในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา สังคมมีปัญหาเพราะองค์กรอิสระ กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง จึงไม่อยากให้องค์กรเหล่านี้ต้องสูญเสียความน่าเชื่อถือ” นายก่อแก้ว กล่าวว่า
อย่างไรก็ตาม คนเสื้อแดงยังไม่คิดยื่นเรื่องถอดถอนผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะถือว่ายังเป็นองค์กรใหม่ จึงควรให้เวลาปรับกระบวนทัศน์ อีกทั้ง ยังเห็นว่ามีบทบาทแค่ตรวจสอบ แต่ไม่มีอำนาจดำเนินการกับหน่วยงานได้ ต่างจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีอำนาจล้นฟ้า
จิกปชป.-ศาลรธน.ดูบอลยูโรเป็นตัวอย่างการเมือง
นายก่อแก้ว เปิดเผยว่า ในช่วงฟุตบอลยูโรปี 2012 อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการที่ปรึกษาพรรค นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี และผู้ใหญ่ในพรรค เวลาดูบอลให้ย้อนกลับมาคิดถึงตัวเองว่า บอลยูโรมีแข่งทุก 4 ปี และเมื่อทีมที่แพ้ก็จะต้องมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ให้มีโอกาสชนะในการแข่งขันครั้งต่อไป ฃ
โดยนักเตะแต่ละคนก็ทำตามกฎ กติกา มารยาท ไม่มีเล่นใต้ดิน หากแพ้ก็ไปแข่งกันใหม่ใน 4 ปีข้างหน้า ไม่มีทีมใดที่เรียกแฟนบอลไปล้มล้างผลการแข่งขัน นอกจากนี้ อยากเรียกร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน ให้ดูกรรมการที่ตัดสินการแข่งขันว่า เขามีความเป็นกลางอย่างไร เพราะหากไม่เป็นกลางก็จะถูกผู้ชมโห่ไล่ ขว้างปาสิ่งของและแฟ้มได้ รวมทั้งกองเชียร์ ถ้าทีมที่ตัวเองเชียร์ไม่ชนะ ก็ไม่ต้องไปดึงแฟนบอลมาล้มการตัดสิน รอให้ 4 ปี ค่อยมาว่ากันใหม่







