
ชำแหละ 318 เสียง พท.ตกม้าตายกลางสภา
จากความพยายามจะใช้เสียงข้างมาก “หักคอ” รัฐสภา กลับต้อง “คอหัก” เสียเอง กับเสียงที่ขาดไป 5 เสียง ในการลงมติของที่ประชุมร่วมรัฐสภา
จากความพยายามจะใช้เสียงข้างมาก “หักคอ” รัฐสภา กลับต้อง “คอหัก” เสียเอง กับเสียงที่ขาดไป 5 เสียง ในการลงมติของที่ประชุมร่วมรัฐสภา
พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงษ์ สว.มุกดาหาร ได้เสนอญัตติ “ขอให้ลงมติว่าคำสั่งศาลของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันต่อรัฐสภาหรือไม่” ท่ามกลางเสียงทักท้วงจากฝ่ายค้านว่าไม่สามารถพิจารณาได้ในช่วงประชุมสมัยนิติบัญญัติที่พิจารณาได้แค่กฎหมาย จนนำมาสู่ทางออกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 127 วรรค 4 ซึ่งเปิดทางให้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่นำเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากบัญญัติไว้ในมาตรา 136 มาพิจารณาได้
แต่สุดท้ายผลการลงมติปรากฏว่ามีผู้เห็นด้วยเพียง 318 เสียง ต่อ 2 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนน 3 เสียง ยังไม่ถึงเป้าหมายที่ต้องการ 323 เสียง จากจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ 644 เสียง ทำให้ทุกอย่างต้องพังทลายลงไป
ชำแหละคะแนนไล่เรียงไปตามแต่ละพรรคนอกเหนือจากฝั่งประชาธิปัตย์ที่ “วอล์กเอาต์” ประท้วง ไม่ร่วมสังฆกรรม 160 เสียงแล้ว
“เพื่อไทย” 264 เสียง มาลงคะแนน 250 เสียง ดังนั้น จำนวนที่ขาดประชุม 14 เสียง จึงนับเป็นความผิดพลาดที่เพื่อไทยไม่คาดคิด ยังไม่รวมกับ 1 เสียง จาก เทียบจุฑา ขาวขำ สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ที่ “ไม่ลงคะแนน”
อีกตัวแปรสำคัญที่ส่งผลสะเทือนการลงมติเที่ยวนี้มาจากพรรคร่วมรัฐบาล อย่าง “ชาติไทยพัฒนา” ที่มี สส.ทั้งหมด 19 คน แต่ลงมติเพียง 11 คน โดย 8 เสียงที่หายไปประกอบด้วย ชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี ชุมพล ศิลปอาชา สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ตุ่น จินตะเวช สส.อุบลราชธานี ธานินทร์ ใจสมุทร สส.สตูล นพดล มาตรศรี สส. สุพรรณบุรี วินัย ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สส.พิจิตร และ รมช.พาณิชย์ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ สส.บัญชีรายชื่อ
“พรรคชาติพัฒนา” จาก สส.ทั้งหมด 7 คน ลงมติเห็นด้วย 5 คน คือ ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ ประสาท ตันประเสริฐ สส.นครสวรรค์ ประเสริฐ บุญชัยสุข สส.นครราชสีมา พลพีร์ สุวรรณฉวี พรรคชาติพัฒนา นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล สส.นครราชสีมา ส่วน 2 คนที่ไม่ลงมติ คือ ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ วัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา
“พรรคพลังชล” มี สส.ทั้งหมด 7 คน ลงมติเห็นด้วย 6 คน คือ สุกุมล คุณปลื้ม สส.ชลบุรี และ รมว.วัฒนธรรม ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ พันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา รณเทพ อนุวัฒน์ อุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์ สส.ชลบุรี สันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนคนที่ไม่ลงมติคือ สุชาติ ชมกลิ่น สส.ชลบุรี
ส่วนพรรคเล็กต่างลงมติกันพร้อมเพรียง “ประชาธิปไตยใหม่” เห็นด้วย 1 คน คือ พัชรินทร์ มั่นปาน สส.บัญชีรายชื่อ “รักประเทศไทย” ลงมติเห็นด้วย 2 คน คือ ชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์ โปรดปราน โต๊ะราหนี สส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ไม่ได้แสดงตนในที่ประชุม
อีกพรรคที่น่าสนใจคือ “ภูมิใจไทย” จากสมาชิก 35 เสียง เที่ยวนี้ลงมติเห็นด้วย 7 คน คือ จักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สส.สุโขทัย นันทนา สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท มนู พุกประเสริฐ สส.สุโขทัย เรืองศักดิ์ งามสมภาค สส.บัญชีรายชื่อ วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ สส.นครราชสีมา บุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี ประนอม โพธิ์คำ สส.นครราชสีมา
อีกฝั่งที่น่าสนใจคือท่าทีของ สว. นอกจากส่วนใหญ่ที่ไม่ร่วมลงมติ แต่มีอีก 46 คน ซึ่งลงมติเที่ยวนี้ เห็นด้วย 41 คน ส่วนใหญ่เป็น สว.สายเลือกตั้ง สว.ที่งดออกเสียง 1 คน คือ พ.ต.อ.สนธยา แสงเภา สว.สรรหา ไม่ลงคะแนน 2 คน คือ ทวีศักดิ์ คิดบรรจง สว.บุรีรัมย์ วรวิทย์ บารู สว.ปัตตานี ขณะที่ สว. ซึ่งไม่เห็นด้วย 2 คน คือ มณเฑียร บุญตัน สว.สรรหา สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สว.สรรหา
ผลจากการลงมติครั้งนี้ทำให้พรรคเพื่อไทยไม่สามารถใช้เวทีรัฐสภาเพื่อลงมติว่าคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ที่สั่งให้มีการชะลอการลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 มีผลผูกพันต่อรัฐสภาหรือไม่ทันที
ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญเดินหน้าสู่กระบวนการวินิจฉัย ตามมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญได้ต่อไป ส่วนสภาจะหยิบเรื่องนี้มาพิจารณาอีกทีก็รอเปิดสมัยประชุมครั้งหน้า คือระหว่างวันที่ 1 ส.ค.-28 พ.ย.







