posttoday
ทัวร์นกแก้วรอบ2 สะท้อนจัดการน้ำเหลว

ทัวร์นกแก้วรอบ2 สะท้อนจัดการน้ำเหลว

12 มิถุนายน 2555

เข้าสู่ช่วงเวลาที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคณะลงพื้นที่ติดตามโครงการแก้ปัญหาลุ่มน้ำต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

เข้าสู่ช่วงเวลาที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคณะลงพื้นที่ติดตามโครงการแก้ปัญหาลุ่มน้ำต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ตั้งแต่วันที่ 11-14 มิ.ย. หรือทัวร์นกขมิ้น (นกแก้ว) รอบ 2 เพื่อรับมือฤดูน้ำหลากที่กำลังมาถึง หลังจากเริ่มลมมรสุมได้สร้างความเสียหายแล้วหลายพื้นที่

โดยกำหนดที่เหลือของยิ่งลักษณ์อีก 3 วัน มีคิวยาวตรวจหลายพื้นที่ ดังนี้ 12 มิ.ย. ลงพื้นที่ประตูระบายน้ำลำขวด ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ต่อด้วย

13 มิ.ย. ตรวจแก้มลิงบึงขี้แร้ง จ.พิษณุโลก และประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ จ.สุโขทัย

14 มิ.ย. เดินทางไปเขื่อนภูมิพล จ.ตาก ก่อนปิดท้ายที่ จ.เชียงใหม่ ติดตามการขุดลอกแม่น้ำปิง พร้อมสรุปผลการดำเนินการทั้งหมด

แอ็กชันของรัฐบาลในรอบนี้ แน่นอนว่าต้องการลบฝันร้าย “น้ำท่วมเอาไม่อยู่” เมื่อปี 2554 จึงต้องเร่งเครื่องสร้างความเชื่อมั่นตามวาทกรรมของรัฐบาล เพราะรัฐบาลตระหนักดีว่า ฤดูน้ำหลากในปีนี้มีความหมายต่ออนาคตของนายกฯ ยิ่งลักษณ์อย่างมาก หากเกิดอะไรผิดพลาดคงยากที่จะทนแรงเสียดทานต่อไปได้

ทัวร์นกแก้วรอบ2 สะท้อนจัดการน้ำเหลว

 

ทว่า มีความคำถามตามว่า ทัวร์นกแก้วรอบ 2 ตอบโจทย์การแก้ปัญหาหรือไม่

หาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ ประเมินว่า ไม่ได้คาดหวังอะไร เพราะน้ำท่วมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้รัฐบาลถูกตั้งคำถามพอสมควรว่า การลงตรวจพื้นที่ในแต่ละครั้งได้สั่งการอะไรลงไปแล้ว และหน่วยงานที่รับผิดชอบตอบสนองแค่ไหน

“รัฐบาลอ้างว่าได้ปรับปรุงบึงรับน้ำให้สามารถรับปริมาณน้ำฝนและน้ำที่อาจบ่าข้ามทุ่งมาได้เพิ่มขึ้น แต่ข้อเท็จจริงก็คือ ช่องทางสำหรับนำน้ำเข้าสู่บึงยังคงเต็มไปด้วยสิ่งกีดขวางน้ำ ทั้งที่แม่น้ำยม จ.พิษณุโลก หรือสุโขทัย เป็นปัญหาแบบเดิมๆ ไม่มีหน่วยงานราชการสนใจ” หาญณรงค์ กล่าว

ไม่เพียงเท่านี้ หาญณรงค์ ยังมีมุมมองเพิ่มว่า สิ่งที่รัฐบาลควรเร่งทำกลับไม่ทำ แต่กลับไปทำสิ่งที่ไม่ควรทำ คือ การฝืนธรรมชาติโดยเฉพาะการสร้างคันกั้นน้ำ ประตูระบายน้ำ ซึ่งไม่ได้แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบเลย

“ครั้งนี้ก็ยังเชื่อว่าจะยังคงเป็นรูปแบบเดิม นั่นคือ นายกฯ ไปตามจุดที่จัดไว้ แล้วให้ข้าราชการรายงานความคืบหน้าของโครงการ โดยไม่ให้เห็นสภาพความเป็นจริงของแหล่งน้ำว่าเป็นอย่างไร” หาญณรงค์ กล่าว

ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำจากภาคประชาชนรายนี้ ทิ้งท้ายว่า สำหรับการแก้ปัญหาแบบสั่งการผ่านศูนย์กลางคนเดียว หรือ Single Command เป็นตัวสะท้อนถึงการขาดกระบวนการสำรวจความคิดเห็นของคนในชุมชนว่าอยากให้จัดการในรูปแบบใด อยากให้นายกฯ รับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อไม่ให้งบประมาณที่ขออนุมัติสูญเปล่า

ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน แสดงความคิดเห็นว่า อยากจะเรียกทัวร์นกขมิ้นครั้งนี้ว่า ทัวร์นกแก้วนกขุนทองมากกว่า เพราะการตรวจเยี่ยมแต่ละพื้นที่มีเพียงแค่การสั่งการ และมอบนโยบายอย่างที่จัดเตรียมบทพูดไว้แล้วเท่านั้น จึงไม่อาจคาดหวังอะไรได้กับทัวร์นกแก้วนกขุนทองครั้งนี้

ทั้งนี้ ศรีสุวรรณมั่นใจว่าการลงพื้นที่ทัวร์นกขมิ้นครั้งนี้มี 2 ประเด็น ได้แก่ 1.เบี่ยงประเด็นทางการเมืองที่ร้อนแรงในสภาผู้แทนราษฎรอย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 และ 2.หลบกระแสโจมตีโครงการแก้ปัญหาน้ำด้วยวิธีพิเศษ หลังจากก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาหลายครั้งว่า โครงการต่างๆ ไม่มีความคืบหน้า พร้อมกับถูกตั้งข้อสงสัยว่า เป็นเพียงการกระจายรายได้ให้กับผู้รับเหมามาก กว่ากระจายการแก้ไขปัญหาในพื้นที่

“ตราบใดที่รัฐบาลปิดโอกาสไม่ให้มีม็อบ ไม่ให้มีการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดการน้ำอย่างแท้จริง การลงพื้นที่แบบนกแก้วนกขุนทอง พูดเอาเองฝ่ายเดียวแบบนี้ คนไทยก็ไม่ได้อะไร และผมก็ขอสนับสนุนประชาชนในการแสดงออกผ่านแนวทางนี้ เพราะเป็นวิธีรูปธรรมสำหรับขันนอตระบบราชการให้แน่นมากขึ้น” ศรีสุวรรณ ระบุ

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน