
ประเด็นร้อน11มิ.ย.
เรื่องที่น่าติดตามที่สุดในไทยขณะนี้ไม่มีอะไรจะร้อนไปกว่าการดันแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเข้าสภาในวาระที่ 3
เรื่องที่กำลังเข้มข้นน่าติดตามที่สุดในประเทศไทยที่พูดกันไปทั่วบ้านทั่วเมืองขณะนี้ ไม่มีอะไรจะร้อนไปกว่าการจะฝืนความเห็นศาลรัฐธรรมนูญของรัฐบาล ที่จะดันแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเข้าสภาในวาระที่ 3 ได้ให้ในสมัยประชุมนี้
รองลงมาคงหนีไม่พ้นมหกรรมฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป ที่ยังต้องจับตาว่าทรูฯ จะแก้ไขปัญหาการไม่ได้รับสัญญาณถ่ายทอดการแข่งขันที่ลิขสิทธิ์อยู่ในมือของแกรมมี่
1.วันนี้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) จะประชุมเพื่อลงมติว่าจะลงโทษปรับบริษัท ทรูวิชั่นส์ หรือไม่ หลังไม่มีสัญญาณถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร ตั้งแต่คืนวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการเจรจากับทางจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เจ้าของลิขสิทธิ์ในประเทศไทย โดยค่าปรับตามกฎหมายเบื้องต้นอยู่ที่วันละ 25 หมื่นบาท ขณะที่บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ผู้จำหน่ายกล่องรับสัญญาณดาวเทียมจีเอ็มเอ็ม แซท คาดว่าจะเจรจากับทรูวิชั่นส์ได้เรียบร้อยและมีทางออกที่ดีสำหรับทุกฝ่าย ส่วนบริษัทเจ้าของสินค้าที่สนับสนุนการแข่งขันไม่มีข้อกังวลเรื่องจำนวนคนดู เพราะมีเทคโนโลยีที่เข้าถึงกลุ่มคนดูได้มากขึ้น
2.ด้านความเคลื่อนไหวทางการเมืองพุ่งความสนใจไปที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นัดประชุม สส.พรรค เพื่อหารือทางออกประเด็นที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ส่งหนังสือถึงประธานรัฐสภาให้ชะลอการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 จึงน่าติดตามว่าพรรคเพื่อไทยจะกล้าหักดิบคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญลงมติวาระ 3 ในประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 12 มิ.ย.นี้หรือไม่
3.ภารกิจนายกรัฐมนตรี วันนี้นับเป็นวันแรกในการเดินทางไปติดตามการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ปลายน้ำ กลางน้ำ และต้นน้ำ ระหว่างวันที่ 1114 มิ.ย. ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เสร็จเดินทางลงพื้นที่จริงทันที
คณะของนายกฯ จะเริ่มที่บริเวณประตูน้ำจุฬาลงกรณ์รังสิต จ.ปทุมธานี เพื่อตรวจความก้าวหน้า จากนั้นไปชมการซ้อมการเตือนภัยและแผนเผชิญเหตุน้ำท่วม วัดโพธิ์ลิง ต.บ้านโพธิ์ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกับไปเยี่ยมเยียนประชาชนพื้นที่รับน้ำนอง ณ อ.บางบาล
4.ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม เดินทางลงพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา ติดตามความคืบหน้าการสร้างแนวป้องกันน้ำถาวรของนิคมอุตสาหกรรมกับนายกรัฐมนตรี พร้อมกับมอบเงินอุดหนุนการก่อสร้างให้กับผู้พัฒนานิคมฯ จำนวน 2 ใน 3 ของวงเงินลงทุน เป็นจำนวนเงินรวม 3,200 ล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ
5.กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดสัมมนา “วาระแห่งชาติ : เศรษฐกิจไทยยุคใหม่ในเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน”เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่เออีซีของอุตสาหกรรมไทย ธุรกิจบริการไทย ธุรกิจเกษตรและอาหารไทย โดยภายในงานจะมี นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ บรรยายพิเศษ เรื่องอนาคตประเทศไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
6.เวลา 10.00 น. วันนี้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รักษาการแทน ผบช.น. ประชุมชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ศูนย์สืบสวนสอบสวน สน.บางซื่อ สน.พหลโยธิน สน.สุทธิสาร และ สน.ลุมพินี ติดตามความคืบหน้าคดีชายลึกลับตระเวนสาดน้ำสารเคมีใส่ประชาชน
7.น่าติดตามความคืบหน้านโยบายปราบทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาล เพราะวันนี้มีการประชุมหารือการจัดทำเกณฑ์กระบวนการงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดทุจริตคอร์รัปชัน จาก 15 กระทรวง โดยมี นายนิวัฒน์ธํารง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานหารือแผนงานแก้ไขปัญหาการทุจริตภาครัฐ ภายใต้แนวคิด 1 หน่วยงาน 1 ข้อเสนอในการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ (Clean Initiative) ที่ทำเนียบรัฐบาล
8.นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง คปภ.และหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินของประเทศเกาหลีใต้ FSC และเปิดสัมมนา “บทเรียนและประสบการณ์จากการเปิดเสรีธุรกิจประกันภัยของประเทศเกาหลีใต้” ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล โดยการสัมมนาครั้งนี้เป็นการระดมสมองเตรียมพร้อมการเปิดเสรีประกันภัยตามข้อตกลงของการรวมกลุ่มของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
9.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รอง นายกฯ และ รมว.คลัง เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาผู้บริหารระดับสูงกรมบัญชีกลาง ปีงบประมาณ 2555 ซึ่งจะมีการสั่งการให้กรมบัญชีกลางเร่งหน่วยงานต่างๆ เบิกจ่ายเงินงบประมาณให้รวดเร็ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ.







