posttoday
ปูโยนวรวัจน์ดูปิดสมัยประชุมสภา

ปูโยนวรวัจน์ดูปิดสมัยประชุมสภา

05 มิถุนายน 2555

นายกฯมอบวรวัจน์ประสานสภาหารือ แก้รธน.-หาเวลาเหมาะสมปิดสมัยประชุมสภา ยันหนุนปรองดองลดขัดแย้ง

นายกฯมอบวรวัจน์ประสานสภาหารือ แก้รธน.-หาเวลาเหมาะสมปิดสมัยประชุมสภา ยันหนุนปรองดองลดขัดแย้ง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล ประสานกับทางรัฐสภา รวมถึงวิปทั้ง 3 ฝ่าย เพื่อหารือ และพิจารณาวันเวลาที่เหมาะสมในการปิดประชุมรัฐสภา สมัยสามัญนิติบัญญติ ส่วนที่ฝ่ายค้านต้องการให้มีการเสนอพระราชกฤษฎีกาปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้น ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ขัดข้อง แต่ต้องดูทางสภาว่ายังมีเรื่องด่วนใดบ้างที่ยังคงค้างในสภา ซึ่งหากทางสภามีการยืนยันว่าไม่มีอะไรขัดข้องก็สามารถเสนอปิดประชุมได้ ทั้งนี้ต้องมาจากการหารือและความเห็นจากวิปทั้งหมด

ส่วนเรื่องการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ให้ชะลอการพิจารณาลงมติในวาระ 3 นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องของทางสภา และวิป ที่ต้องหารือกันในการดำเนินการต่อไป ส่วนรัฐบาลในฐานะที่เป็นผู้ยื่นพิจารณาได้มอบหมายให้นายวรวัจน์ ศึกษาในเรื่องของข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายอยู่ สำหรับร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งนั้น รัฐบาลยืนยันให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้บ้านเมืองสงบรวมถึงการดูแลความปลอดภัย ส่วนเนื้อหานั้น อยู่ที่รัฐสภา และวิป ที่จะต้องทำความเข้าใจ รัฐบาลไม่สามารถดลกำหนดได้ เพราะอำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจบริหารนั้นแยกออกจากกัน ทั้งนี้ในฐานะของผู้นำประเทศ เห็นควรชะลอหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ต้องมาพูดคุยกันว่าอะไร วิธีการใดที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความปรองดองได้ ซึ่งตนเองอยากเห็นการเสนอทางออกมาด้วย ไม่ใช่เมื่อทำไม่ได้ก็ให้หยุดไป จะทำให้ประเทศไม่มีทางออก

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า การที่พลเอก Martin E.Dempsey ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐอเมริกา เข้าพบ หารือถือเป็นการเข้าเยี่ยมในวาระปกติ ซึ่งมีเรื่องของความร่วมมือและแลกเปลี่ยนในส่วนของกองทัพ และการที่สหรัฐจะเข้ามาช่วยเหลือในการดูแลอุบัติภัยต่างๆ ส่วนที่มีความกังวลว่าจะมีการแอบแฝงของทหารหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ารัฐบาลต้องคำนึงถึงความมั่นคงของประเทศเป็นหลัก โดยต้องให้กองทัพทำงานร่วมกันก่อน ยืนยันว่าไม่มีเรื่องของการสอดแนม ทั้งนี้ในความร่วมมือทั้งหมดต้องดูในรายละเอียด และขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะกล่าวถึงการมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ เจรจากับทางการพม่า กรณีที่พล.อ.เต็งเส็ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เลื่อนกำหนดการเยือนประเทศไทย หลังนางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านของเมียนมาร์ ใช้ประเทศไทยในการเคลื่อนทางการเมือง ระหว่างการประชุม World Economic Forum หรือ WEF เพราะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยยืนยันว่า นางอองซาน ซูจี เดินทางมาในนามแขกของ WEF ซึ่งไทยให้การดูแลในเรื่องของความปลอดภัยทางการฑูตปกติ ทั้งนี้ ทั้ง 2 ประเทศ ต้องไปหารือกันว่าทางเมียนมาร์ ได้ติดกำหนดการในเรื่องใดจึงมีการเลื่อนการเดินทาง โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะต้องร่วมกันสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในประเทศกลุ่มสมาชิกอาเซียนเช่นเดิม

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI