
เฉลิมขู่ตุลาการรธน.ระวังโดนยื่นถอดถอน
เฉลิมค้าน ศาลรธน.สั่งเบรกห้ามพิจารณาเเก้รธน. เตือนตุลาการทั้งเเปดให้เปลี่ยนเเนวคิด มิฉะนั้นจะโดนยื่นถอดถอน
เฉลิมค้าน ศาลรธน.สั่งเบรกห้ามพิจารณาเเก้รธน. เตือนตุลาการทั้งเเปดให้เปลี่ยนเเนวคิด มิฉะนั้นจะโดนยื่นถอดถอน
เวลา09.10น.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนเข้าประชุมครม.กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องตามมาตรา68ไว้พิจารณาและมีคำสั่งให้รัฐสภารอการดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่หลายฝ่ายออกมาคัดค้านการดำเนินการดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญว่ากรณีนี้ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำตัดสินที่ผูกพันองค์กรอื่นๆ รัฐธรรมนูญมาตรา68 ระบุไว้ชัด การเสนอของแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่การล้มล้างหรือได้มาซึ่งอำนาจ ตนฝากถามไปยังตุลาการรัฐธรรมนูญแปดคนว่าการเลือกตั้งวันที่3กค.2554ไปอยู่ที่ใด พวกตนได้อำนาจมาจากการเลือกตั้งและแก้ไขรัฐธรรมนูญ2550เนื่องจากไม่ชอบ พวกตนได้อำนาจเสนอแก้ไขมาจากรัฐธรรมนูญ มาตรา291 และรู้ได้อย่างไรว่าสสร.99คนจะไปรื้อโครงสร้างหรือกลัวว่าจะรื้อศาลรัฐธรรมนูญ
รองนายกฯกล่าวว่าสมัยที่ตนเป็นรมว.ยุติธรรมไม่เคยเห็นด้วยกับระบบศาลคู่ที่ตรวจสอบไม่ได้และดำเนินการตามใจชอบ หากเป็นระบบศาลยุติธรรมนั้นตรวจสอบได้ด้วยคณะกรรมการตุลาการ ไม่พอใจองค์คณะก็ร้องเรียนได้ แต่ครั้งนี้เหมือนกับเทวดาจะทำอะไรก็ทำ ตนไม่เห็นด้วย เมื่อถามว่าฝ่ายตุลาการดำเนินการครั้งนี้คล้ายว่าก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติจะทำเช่นใดต่อไป รองนายกฯกล่าวว่าต้องปรึกษาหารือกัน ตนขอเรียนว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา68วรรคแรกนั้นก็ไม่เข้าข่าย สมมติแปลความว่าเข้าข้างว่าเข้าข่าย ผู้ร้องต้องยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดและต้องมีความเห็นยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ว่าอยู่ๆไปยื่นสนุกสนาน ควรเกรงใจประชาชนบ้าง ตนมีอำนาจอยู่แล้วที่วันนี้เป็นรองนายกฯ เพราะนส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและพวกตนมาจากการเลือกตั้ง แล้วจะได้มาซึ่งอำนาจโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอย่างไร อย่างนี้ต้องมาออกโทรทัศน์ด้วยกันสักรอบ เมื่อถามว่าแสดงว่าพรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าในวาระสามต่อ รองนายกฯกล่าวว่า ต้องฟังมติพรรคแต่ตนมองว่านักกฎหมายสามารถมีความเห็นแตกต่างกันได้แต่อย่าสุดโต่ง กรณีนี้มันมากไปไม่มีใครรับได้หรอก
เมื่อถามว่าหลายฝ่ายมองว่าระบบตุลาการภิวัตน์กลับมาอีกครั้ง รองนายกฯกล่าวว่าตนคิดว่าจะออกมาอย่างไรก็แล้วแต่ แต่งานนี้คงผิดหวังเพราะหากทำอะไรตามใจชอบนั้น ไม่มีใครออกไปที่ไหนอีกแล้วเพราะคนพวกนั้นออกไปหมดแล้ว แต่คนพวกนี้มั่นคงแน่นแฟ้น เมื่อถามว่าหากศาลรัฐธรรมนูญตีความแบบนี้จะทำให้ประชาชนสับสน รองนายกฯกล่าวว่า”ก็คงเสียรังวัดไปเอง สมมติว่าหากตีความเข้าข้างตนเองนั้นมันต้องดูมาตรา 68วรรคสองด้วยว่าต้องยื่นอัยการสูงสุดจากนั้นจึงส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่หงุบหงิบไปยื่นกันเอง คิดอะไรอยู่เพราะเรียนกฎหมายมาด้วยกัน”
เมื่อถามว่านายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าการดำเนินการแบบนี้เป็นการตรวจสอบไว้ก่อนโดยมองในแง่ดี ทั้งๆที่สสร.ยังไม่เกิดขึ้นเลย รองนายกฯกล่าวว่า”ตนอ่านข่าวนี้ก็นั่งขำ มีที่ไหนว่าก่อกำเนิดศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมาถ่วงดุล มันไม่ใช่เลย เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจหน้าที่พิจารณากฎหมายว่าพรบ.ฉบับใดขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือยุบพรรค เพิกถอนสิทธิการเมือง แต่ครั้งนี้บอกว่าถ่วงดุลรัฐสภานั้น แหม!ไม่คาดคิด”
เมื่อถามว่า หากอัยการสูงสุดระบุว่าการดำเนินการของผู้ร้องสามารถยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้เลยนั้นจะทำอย่างไร รองนายกฯกล่าวว่า “วันนี้หากไม่ยึดหลักกฎหมายบ้านเมืองจะไปไม่ได้ มุมมองของตนนั้นไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายสังคมจะเป็นคนตัดสินและยอมรับไม่ได้หรอกแบบนี้ เพราะยังไม่รู้ว่าใครจะเป็นสสร.และจะยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร มันจะล้มล้างอำนาจเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ ทั้งๆที่วันนี้ก็มีอำนาจอยู่แล้ว วันเลือกตั้งปีที่แล้วแปดคนนี้ไปอยู่ที่ใดหรือนอนหลับ” เมื่อถามว่าขั้นตอนการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีหลายขั้นตอน รองนายกฯกล่าวว่าถูกต้อง ใจร้อน รอไม่ได้หรืออย่างไร เดือนเมย.และพค.ร้อนหนัก เมื่อถามว่าเหตุใดพรรคประชาธิปัตย์เสนอให้รัฐบาลปิดประชุมรัฐสภา รองนายกฯกล่าวว่าพวกนี้กินยาผิดซอง เรื่องนี้เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร ฝ่ายค้านชุดนี้สนุกใหญ่ เมื่อถามว่าหากยังมีการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปนั้นจะส่งผลกับการยุบพรรคที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า เห็นตั้งธงแบบนี้แล้วมีปัญหาว่าจะกระทำได้หรือไม่ในมุมมองของตนนั้นมองว่าทำไม่ได้เพราะไม่เข้าองค์ประกอบของรัฐธรรมนูญ มาตรา68วรรคแรก สมมติไปแปลความว่าเข้าองค์ประกอบในวรรคแรกของมาตรานี้ มันต้องดูว่าวรรคสองต่อไปว่าต้องเสนอเรื่องต่ออัยการสูงสุดก่อนเพื่อกลั่นกรองอีกชั้นหนึ่งไม่ใช่เสนอเลย กฎหมายนั้นต้องดูที่เจตนารมณ์
“ตุลาการหลายท่านไม่จบกฎหมายมหาชน และตัดสินคดีความต่างๆเช่นลัก วิ่ง ชิง ปล้น แต่กรณีนี้มันกฎหมายมหาชน ส่วนการแก้ไขเรื่องนี้นั้นต้องรับฟังกันและกัน อาจารย์ที่สำเร็จการศึกษากฎหมายมหาชนออกมาแสดงความเห็นในแนวทางเดียวกันเลย และตนก็จบกฎหมายมหาชนเช่นกัน แต่ตนเชื่อว่ากรณีนี้ทุกอย่างมีทางออก”รองนายกฯระบุ
เมื่อถามว่าแกนนำนปช.กำลังล่ารายชื่อถอดถอนตุลาการทั้งแปดคนนี้ออกจากตำแหน่ง รองนายกฯระบุว่าหากตุลาการยังดื้อดึงสุดท้ายคงไปถึงขั้นนั้นและจากสายข่าวของตนทราบว่าจะมีคนไปร้องทุกข์กล่าวโทษตุลาการทั้งแปดคนนี้ในคดีอาญา มาตรา157แห่งประมวลกฎหมายอาญาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขอร้องว่าถอนไปเถอะขอให้เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ จะถ่วงดุลอำนาจนั้นมันไม่มี และเอาความส่วนใดมาพูด ของอย่างนี้ไม่ต้องเรียนกฎหมายเลย อ่านวรรคแรกของมาตรา68นั้นชัดอยู่แล้ว เมื่อถามว่าหากเป็นแบบนี้จะเสนอปรับปรุงการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่าศาลยุติธรรมไม่มีใครไปแตะ แต่ระบบศาลคู่ควรกลับบ้านไปได้แล้วเพราะตนไม่เห็นด้วย อย่างนี้มันตรวจสอบไม่ได้
“กรณีนี้ยืนยันว่าไม่นำไปสู่ความวุ่นวายแน่นอน ไม่มี ทุกอย่างเรียบร้อยหมด”รองนายกฯกล่าว







