
เปิดเทอม-เปิดศึก ตร.ตีกันเหตุ Copy Cat
ถึงฤดูเปิดเทอมก็เหมือนกับถึงฤดูแห่งการไล่ล่าของเหล่า “เด็กเทคนิค” คู่อริ แม้ว่าคดีส่วนใหญ่ตำรวจจะตามล่าจับตัว
โดย...วัสยศ งามขำ
ถึงฤดูเปิดเทอมก็เหมือนกับถึงฤดูแห่งการไล่ล่าของเหล่า “เด็กเทคนิค” คู่อริ แม้ว่าคดีส่วนใหญ่ตำรวจจะตามล่าจับตัว นักเรียนที่ก่อเหตุร้ายได้ แต่มันก็ไม่เจือสมพอกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นเพราะชีวิตของเด็ก และผู้ที่ถูกลูกหลงจากฝีมือนักเรียนนักเลง ถูกกระชากวิญญาณออกไปแล้ว
ล่าสุด ตำรวจนครบาลพยายามที่จะออกมาตรการในการแก้ปัญหา เช่นเดียวกับการตั้งใจแก้ปัญหาของกระทรวงศึกษาฯ แต่ในมุมมองของจิตแพทย์แล้ว เชื่อว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่สามารถแก้อย่างเป็นรูปธรรมหรือด้วยความรุนแรงได้ในเวลาอันสั้น
เหตุสะเทือนขวัญล่าสุดเห็นจะเป็นการไล่ตีกันของนักเรียน โรงเรียนวิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษก ไล่ยิงนักเรียนโรงเรียนเทคนิคกาญจนาภิเษก เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา บนรถ ขสมก. สาย 131 วิ่งประจำเส้นทางมีนบุรีหนองจอก บริเวณปากซอยเชื่อมสัมพันธ์ 21 เขตหนองจอก แต่กระสุนพลาดไปโดน จักรพันธ์ โคตรจักร คนขับรถเมล์เสียชีวิต
คดีนี้แม้ว่าตำรวจ สน.ลำผักชี จะใช้เวลาเพียง 2 วัน ติดตามจับกุมตัว สมศักดิ์ แก้วจันทิก วัย 21 ปี ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยเขาเป็นรุ่นพี่ของนักเรียนโรงเรียนวิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษก ที่ลาออกไปก่อนหน้านี้ จากการตรวจสอบประวัติการศึกษาย้อนหลัง ยังพบว่ามีพฤติกรรมเป็นหัวโจกก่อเหตุทะเลาะวิวาท และยกพวกบุกทุบตีนักเรียนโรงเรียนอื่นเป็นประจำ
แต่การจับกุมก็ไม่ได้ทำให้ความสูญเสียหวนกลับคืนมาได้ ขณะที่ตำรวจนครบาลเองก็ได้แต่เพียงเร่งออกมาตรการป้องกันเหตุเท่านั้น แต่ในมุมมองทางด้าน “จิตเวช” แล้ว การแก้ปัญหาไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจเพียงหน่วยงานเดียว และไม่ควรแก้ไขด้วยความรุนแรง
นั่นจึงทำให้จิตแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจเตรียมที่จะออกไปเยือนตามสถานศึกษาต่างๆ ที่มักมีเหตุวิวาท เพื่อเยียวยาทางจิตให้ทั้งครูและนักเรียน เพื่อการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน
“การแก้ปัญหานี้จะใช้ความรุนแรงไม่ได้ ยิ่งใช้วิธีการรุนแรงเด็กยิ่งต่อต้าน จะนำตัวเด็กที่ก่อเหตุไปกักขัง หรือกักบริเวณ ก็ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหา ต้องค่อยๆ แก้ไขด้วยการพูดคุยกัน” พ.ต.ท. (หญิง) อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลตำรวจบอก
เธอเชื่อว่า การใช้กฎหมายจัดการกับเด็กวัยรุ่นเหล่านี้ไม่ใช่ทางยุติปัญหา การแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดต้องใช้วิธีการทางจิตเวชควบคู่กันไป โดยขณะนี้โรงพยาบาลตำรวจกำลังมีโครงการจะไปจัดค่าย ตามโรงเรียนเทคนิคที่มีความรุนแรง และจัดการปัญหาเหล่านี้ผ่านจิตแพทย์
ตำรวจกำลังทำโครงการไปออกค่ายร่วมกับเด็กอาชีวะ ผู้ปกครอง และครู โดยจิตแพทย์จะไปเป็นวิทยากร แยกทำกิจกรรมกับเด็กและครู เช่น การละลายพฤติกรรม เน้นไปที่การให้เด็กรู้คุณค่าของตัวเองก่อน หากวัยรุ่นรู้จักรักตัวเอง เด็กพวกนี้ก็จะไม่ทำร้ายตัวเองและไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน
พ.ต.ท. (หญิง) อัญชุลี บอกว่า ปกติแล้วเด็กเหล่านี้จะเรียนแบบพฤติกรรมกัน หรืออย่างที่เรียกว่า Copy Cat ดังนั้นเมื่อเด็กวัยรุ่นเห็นคนอื่นทำได้ก็จะทำตาม ดังนั้นสื่อมวลชนก็มีส่วนสำคัญ เพราะการออกข่าวแต่ละครั้งจะทำให้เด็กรู้สึกเท่ และก็เริ่มเลียนแบบพฤติกรรมกัน
ขณะเดียวกันการแสดงออกของผู้ใหญ่ที่ทะเลาะกันตีกัน ก็เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เด็กเลียนแบบอย่างเช่น กรณีของ สส.ที่ตีกันในสภาก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดความรุนแรงต่อเด็กวัยรุ่น ทั้งที่ควรจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับพวกเขา
ขณะเดียวกันวัยรุ่นก็ต้องการเป็นที่ยอมรับของสังคม จึงถูกยุยงได้ง่าย ส่วนสาเหตุที่ตีกันในช่วงนี้บ่อยครั้ง เนื่องจากว่าเป็นช่วงเปิดเทอมใหม่ ถือเป็นเรื่องปกติที่เหตุเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน พ.ค.-ก.ค. และช่วงเดือน พ.ย.ที่เป็นช่วงเปิดเทอมสอง
สำหรับกระทรวงศึกษาธิการก็มีความเคลื่อนไหวในการป้องกันเหตุ โดย ศักดา คงเพชร รมช.ศึกษาธิการ เสนอติดกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ด้านซ้ายของรถประจำทางสายที่สุ่มเสี่ยงเกิดเหตุบ่อยครั้ง วิ่งผ่านวิทยาลัยอาชีวศึกษากลุ่มเสี่ยงประมาณ 10 กว่าแห่ง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป
โดยในช่วงแรกอาจจะติดคันเว้นคัน หรือคันเว้นสองคัน เพื่อบันทึกว่าเด็กกลุ่มไหนอยู่จุดไหน หากเกิดเหตุก็สามารถขอความร่วมมือจากตำรวจ และเจ้าหน้าที่กลุ่มเสมารักษ์ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อเคลื่อนกำลังในช่วงวิกฤตได้
ก็ต้องรอดูผลที่หลายหน่วยงานพยายามเข้าไปแก้ปัญหาว่า จะหยุดยั้งความบ้าพลังในทางที่ผิดของนักเรียนนักเลงเหล่านี้ได้หรือไม่







