posttoday
เพื่อไทยถอยไม่สุดซื้อเวลารอสวนกลับ

เพื่อไทยถอยไม่สุดซื้อเวลารอสวนกลับ

04 มิถุนายน 2555

ถอยไม่เป็นท่าสำหรับพรรคเพื่อไทย หลังจากเสนอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ เข้าสภาผู้แทนราษฎร

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

ถอยไม่เป็นท่าสำหรับพรรคเพื่อไทย หลังจากเสนอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ เข้าสภาผู้แทนราษฎร ท่ามกลางข้อครหาเอื้อประโยชน์ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดียึดทรัพย์

เดิมทีพรรคเพื่อไทยคาดการณ์ไม่น่าจะมีปัญหา ด้วยเหตุผลบางประการ ไม่ว่าจะเป็นการคุมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ถึงจะออกแรงปาดเหงื่อบ้างแต่ก็คงผ่านรัฐสภาได้ แล้วค่อยไปลุ้นเอาในขั้นตอนของศาลรัฐธรรมนูญ หรือกระแสต่อต้านจากภายนอกสภาคงมีไม่มากนัก

กอปรกับผลการสำรวจของโพลหลายสำนักเห็นด้วยกับการสร้างความปรองดอง เช่นเดียวกับกลุ่มมวลชนไม่มีพลังมากพอจะล้มรัฐบาลได้ หลังจากรัฐบาลสามารถผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้มาถึงวาระ 3 เหลือแต่ลงมติให้ความเห็นชอบอีกอึดใจเดียวเท่านั้น

แต่จินตนาการกับความจริงสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง

วันที่ 30 พ.ค.-1 มิ.ย. กลายเป็น 3 วันอันตรายล่อแหลมเจียนอยู่เจียนไปของรัฐบาลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แรงกดดันจากในและนอกสภามีพลานุภาพสร้างความสะเทือนให้รัฐบาลพร้อมๆ กันอย่างไม่น่าเชื่อ

แม้ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภา จะฝ่าด่านพรรคประชาธิปัตย์จนเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาได้จากลำดับท้ายสุดมาอยู่ที่ลำดับแรก แต่ครั้นจะเริ่มนับหนึ่งกลับทำไม่ได้ เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจกามิกาเซ่ตัวเอง ยอมเอาภาพลักษณ์แลกกับการล้มกฎหมายปรองดอง พร้อมกับประกาศร่วมเคลื่อนไหวนอกสภาคัดค้านให้ถึงที่สุด

เพื่อไทยถอยไม่สุดซื้อเวลารอสวนกลับ

สร้างอุณหภูมิในสภาให้เดือดเพื่อกระตุ้นองศาร้อนนอกสภาให้ร้อนไม่แพ้กัน

การผลิตซ้ำแรงกดดันในสภายิ่งมากขึ้นเท่าไหร่ พลังขับเคลื่อนนอกสภาก็เพิ่มเป็นเงาตามตัวเท่านั้น จำนวนคนหลั่งไหลเข้ามาร่วมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและกลุ่มเสื้อหลากสีมากขึ้น กระเทือนถึงการประชุมสภาเพื่อรับหลักการวาระ 1 เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ทั้งที่เดิมได้กำหนดเอาไว้วันที่ 6-7 มิ.ย. เพื่อลองของเปิดประชุมอีกครั้ง

มองเกม ณ จุดนี้แล้ว พรรคเพื่อไทยเสียเหลี่ยมไปมาก เสียงข้างมากที่มีอยู่ในมือทำอะไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน ทั้งหมดมาจากการประเมินสถานการณ์ต่ำไป ไม่คิดว่ามวลชนเสื้อเหลืองจะสร้างแรงกดดันได้ เงื่อนไขการชุมนุมเริ่มบานปลายไปถึงการขับไล่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี

พอไฟเริ่มลามทุ่งจากรัฐสภาไปถึงรัฐบาล เหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นผิดแผนไปจากแนวทางยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยที่วางเอาไว้ คือ พยายามจะทำทุกทางเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้รัฐบาลออกจากปัญหานี้เพื่อค้ำยันเก้าอี้นายกฯ จึงต้องป้อนโปรแกรมให้นายกฯ ปูผลิตซ้ำคำพูดต่อสาธารณชน “กฎหมายปรองดองเป็นเรื่องของสภา”

แต่แนวกันไฟเริ่มเอาไม่อยู่ เป็นปัจจัยให้ยิ่งลักษณ์ต้องลงมาเล่นเกมนี้ด้วยตัวเองอย่างเลี่ยงไม่ได้ หากวางตัวเสมือนหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย สถานะของนายกฯ จะมีปัญหาหนักมากขึ้นในสายตาของสังคมแน่นอน จำใจต้องปริปากพูดเรื่องปรองดองและการเมืองมากขึ้นแม้ไม่อยากเข้าไปยุ่งก็ตาม

ขณะเดียวกันการใส่เกียร์ถอยงดประชุมสภาของพรรคเพื่อไทย ไม่ต่างอะไรกับการดับสวิตช์ม็อบไม่เปิดติดในสัปดาห์หน้า ตัดตอนกระแสความสนใจของสังคมไม่ให้ไปจับจ้องกับการเมืองนอกสภา สร้างภาพลักษณ์ให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลที่ไม่ได้มีเจตนาเร่งผลักดันการนิรโทษกรรมตามข้อกล่าวหา

แล้วก็ได้ผลเมื่อมวลชนเสื้อเหลืองและเสื้อหลากสีประกาศยุติการชุมนุมชั่วคราวจากเดิมกำหนดรวมตัวในวันที่ 5 มิ.ย. ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ หน้าทำเนียบรัฐบาล

ใช่ว่าการถอยของพรรคเพื่อไทยจะถอยแบบสุดกำแพง ตรงกันข้ามกลับแฝงนัยสำคัญเอาไว้ สะท้อนได้จากท่าทีของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่าน วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งยืนยันว่า ครม.จะยังไม่ตรา พ.ร.ฎ.ปิดสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ

“ครม.ต้องการให้สภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินก่อน เนื่องจากตอนนี้รัฐบาลถูกกดดันอย่างหนักจากองค์กรระหว่างประเทศ อย่างน้อยที่สุดอยากให้ผ่านวาระที่ 1 ขั้นรับหลักการเพื่อให้รัฐบาลสามารถมีประเด็นไปชี้แจงนานาชาติได้”

หมายความว่า ตราบใด พ.ร.ฎ.ปิดสมัยประชุมยังไม่ออกมาเร่งดำเนินการให้มีผลบังคับใช้นานเท่าไหร่ ความเป็นไปได้ของการเร่งพิจารณากฎหมายปรองดองย่อมเป็นไปได้มากขึ้นเท่านั้น โดยสมัยประชุมนิติบัญญัติซึ่งควรจะหมดเวลาไปตั้งนานแล้ว กลับได้ทดเวลาบาดเจ็บมากขึ้นไปเรื่อยๆ

จุดเล็กๆ นี้เป็นคำตอบว่า พรรคเพื่อไทยยังมีความพยายามอยากผลักดันร่าง พ.ร.บ.ปรองดองอยู่ เพียงแต่เวลานี้ขอซื้อเวลาดูสถานการณ์ไปเรื่อยๆ ก่อนว่าดีกรีของม็อบเสื้อเหลืองและแนวต้านต่างๆ จะอยู่ในระดับใด ถ้าได้จังหวะเวลาที่เหมาะสมเมื่อไหร่ก็พร้อมเดินหน้าทันที

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เวลานี้ในด้านหนึ่งไม่สามารถประมาทแรงต้านได้เช่นกัน หลังจากได้แสดงผลงานมาแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความระส่ำระสายให้กับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยพอสมควร ขืนดึงดันและสุ่มสี่สุ่มห้าดันทุรังเสนอกฎหมายปรองดองเข้าไปอีก

เกิดอะไรผิดพลาดขึ้นเวลานั้น อาจยากต่อการควบคุมบรรยากาศทางการเมืองและการรักษาเก้าอี้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ เอาไว้ก็จะลำบากไม่แพ้กัน

ดังนั้น ทีมยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยต้องคำนวณสถานการณ์กันแบบวันต่อวัน ถือไพ่ในมือใบเดียวไม่ได้ ต้องถือหลายใบ เพื่อเลือกเล่นไพ่ให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ ว่าเวลาไหนควรเล่นอย่างไรให้ตัวเองได้เปรียบมากที่สุด และไม่พลาดท่าให้กับฝ่ายตรงข้ามเหมือนที่ผ่านมา

จึงอย่าได้แปลกใจว่าทำไมพรรคเพื่อไทยถึงไม่เสนอปิดสมัยประชุมทันที ภายหลังเลื่อนการประชุมออกไป ถึงว่าวาระสำคัญทางการเมืองของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่างกฎหมายปรองดองถูกแช่แข็งอยู่ในปัจจุบัน

ในที่สุดพรรคเพื่อไทยเหลือทางเลือกไม่มากนัก ระหว่างเดินหน้าท่องคาถา “Let it Be” อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ประลองกำลังประชุมสภาอีกครั้ง หรือถอยด้วยการปิดสมัยประชุมเพื่อดับไฟพักยกกันชั่วคราว รอเวลาไปรบกันในสมัยประชุมสามัญทั่วไปเดือน ส.ค.

แต่ไม่ว่าจะเลือกทางไหนพรรคเพื่อไทยก็ต้องยอมรับกับผลที่ตามมาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI