
ยุโรปส่งสัญญาณเตือนภัยเสียงที่...ดังขึ้น...ดังขึ้น!
โดย...วีระพงษ์ ชุติภัทร์
โดย...วีระพงษ์ ชุติภัทร์
ประมาณสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้เขียนบทความที่ชื่อว่า “ปัญหายุโรป ถึงเวลาแล้วที่นักลงทุน...ต้องระวัง!!” (โพสต์ทูเดย์ 16 พ.ค. 2555 หรือดูที่ http://www.doctorwe.com/ posttoday/20120516/1178) ซึ่งได้ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนในหลายประเทศในยุโรปเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อนโยบายรัดเข็มขัด (Austerity) ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ และแนวโน้มจากนี้ไปสถานการณ์ก็ดูน่าจะแย่ลงไปอีก โดยมีเหตุผลดังนี้ครับ
หนึ่ง “เลือกตั้งกรีซ” คือ ความหวัง...จริงหรือไม่?
วันที่ 17 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ กรีซจะจัดการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาปรากฏว่าไม่มีพรรคไหนได้เสียงเด็ดขาดเกิน 50% เลย ครั้งนี้พรรคไซริซาที่มีนโยบายผ่อนคลายมาตรการรัดเข็มขัด และไม่ทำตามไอเอ็มเอฟ กำลังได้รับเสียงสนับสนุนมากกว่าพรรคเก่าๆ อย่างพรรค PASOK และพรรค ND (อ่านประวัติการเมืองกรีซได้ที่ “กรีซ ประเทศฉิบหาย...ช่างมัน ขอให้ข้า...ชนะก่อน ดูที่ http://www. doctorwe.com/posttoday/20110707/173)
ดังนั้น แนวโน้มเหตุการณ์หลังการเลือกตั้งในครั้งนี้ น่าจะมีทางออกอยู่ 3 ทางด้วยกัน คือ
ทางออกที่ 1 พรรคไซริซา ได้คะแนนเสียงเกิน 50% สิ่งที่พรรคนี้จะทำแน่ๆ คือ การปลดแอกประชาชนออกจากมาตรการรัดเข็มขัด เบี้ยวหนี้ปล่อยให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้ เครดิตประเทศกรีซคงแย่แน่...แต่รัฐบาลคงได้หน้า และการออกจากยูโรโซน...อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
ทางออกที่ 2 ไม่มีพรรคไหนได้เสียงเด็ดขาด ต้องจัดตั้งรัฐบาลผสม ซึ่งคงจะพยายามทำตามไอเอ็มเอฟเหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ แต่จะถูกประชาชนประท้วงอย่างหนักเหมือนเดิม
ทางออกที่ 3 จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้เลย ผลการเลือกตั้งออกมาว่าไม่มีใครได้ที่นั่งเกิน 50% แล้วทุกพรรคไม่สามัคคีกัน จนทำให้ไม่สามารถรวบรวมจำนวนที่นั่งได้เพียงพอในการจัดตั้งรัฐบาล หากเป็นเช่นนั้นจริง กรีซเกิดกลียุคแน่!!
สอง อันดับความน่าเชื่อถือที่แย่ลง...แย่ลง จะทนกันได้อีกนานไหม?
วันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เอสแอนด์พี ลดเกรดประเทศสเปน จาก A ลงมาเหลือ BBB+ พร้อมทั้งยังให้ความเห็นด้วยว่า “มุมมองประเทศสเปน... ออกมาในแง่ลบ” และยังมีแนวโน้มที่อาจจะต้องให้ไอเอ็มเอฟและประเทศอื่นช่วยเหลือทางการเงิน (Bailout)
เช่นเดียวกับประเทศกรีซ วันที่ 18 พ.ค. 2555 มูดี้ส์ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกอีกแห่งหนึ่ง ลดอันดับความน่าเชื่อถือธนาคารในสเปน 16 แห่ง และธนาคาร Santander ในอังกฤษ (บริษัทแม่อยู่ในสเปน) ผลการลดอันดับธนาคารในสเปนทำให้ราคาหุ้นของธนาคาร Bankia ลดลงกว่า 30% และรัฐบาลสเปนต้องเข้าช่วยเหลือ โดยการแปลงเงินกู้ที่รัฐบาลสเปนเคยให้ยืมทั้งหมด เปลี่ยนมาเป็นหุ้นของธนาคาร Bankia เป็นจำนวนสูงถึง 45%
การลดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัท เอสแอนด์พีและมูดี้ส์ จะยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เฉพาะในสเปนที่มีอัตราคนว่างงานสูงถึง 25% และรัฐบาลสเปนมีหนี้สินที่สูงจนเกินผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไปแล้ว รัฐบาลสเปนจะมีความสามารถในการรับภาระเหล่านี้... ได้อีกนานแค่ไหน?
สาม ไฟไหม้ข้างบ้าน...เพื่อนบ้านกรีซจะทำอย่างไร?
ขณะนี้ไฟกำลังไหม้เศรษฐกิจในบ้านกรีซอยู่ โดยมีรถดับเพลิงหลักๆ เพียง 3 คัน คือ รถไอเอ็มเอฟ รถเยอรมนี และรถฝรั่งเศส หากกรีซออกจากยูโรโซนจริง ค่าเงินยูโรคงร่วงแน่!! หลังจากนั้นประชาชนของทุกประเทศจะเริ่มหวาดกลัวมากขึ้น รถดับเพลิงทั้งสามคัน แทนที่จะไปช่วยดับไฟเศรษฐกิจของเพื่อนบ้าน เช่น สเปน อิตาลี โปรตุเกส เป็นต้น
รถดับเพลิง...ก็คงจะไปไหนลำบากขึ้น เพราะประชาชนในประเทศของตนก็ต้องการความมั่นใจด้วยเหมือนกันว่า ถ้าเกิดไฟไหม้ลามมาถึงเยอรมนี หรือฝรั่งเศสแล้ว รัฐบาลของเขาจะมีเม็ดเงินที่จะดับปัญหาหนี้สินที่ลุกลามมาจากประเทศเพื่อนบ้านเพียงพอไหม?
สี่ เศรษฐกิจทั้งโลก...โดนหางเลข
เศรษฐกิจเอเชีย ถือได้ว่าเป็นเศรษฐกิจที่แข็งแรงที่สุดในโลก ในขณะนี้จีนคงจะใช้มาตรการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปในเศรษฐกิจจำนวนมหาศาล เพื่อต้องการให้คนในประเทศของตนยังมีงานทำอยู่ เพราะถ้าหากคนจีนไม่มีงานทำ พวกเขาอาจไปทำสิ่งที่ไม่ดีต่อรัฐบาลจีน เช่น พวกก่อความไม่สงบในทิเบต เป็นต้น ซึ่งจีนยอมไม่ได้แน่ๆ
แต่หากเปรียบเทียบขนาดการลงทุนแล้ว จีนมีขนาด GDP เป็นอันดับ 2 ของโลก ประมาณ 7.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่ต้องไปช่วยกลุ่มยูโรโซนที่มีขนาด GDP รวมกัน 17.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรืออาจกล่าวได้ว่าขนาดเศรษฐกิจยูโรโซนใหญ่เป็น 2.5 เท่าของขนาดเศรษฐกิจจีน คุณผู้อ่านคิดว่าจีนจะมีปัญญาผลักดันให้เศรษฐกิจโดยรวมให้เดินหน้าต่อไปได้ไหม?
ขณะที่สหรัฐอเมริกา ขนาดเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก (15.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ) และญี่ปุ่น อันดับ 3 ของโลก (5.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ) นั้น สองประเทศนี้เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวจากพิษทางเศรษฐกิจอยู่ แค่ประคองตัวเองให้พอเติบโตได้บ้าง ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
กว่าจะถึงการเลือกตั้งก็อีกหลายสัปดาห์ หลังเลือกตั้งแล้ว ดูทางออกทั้งสามทางก็พอรู้ว่า...ยังอีกนาน เยอรมนี ฝรั่งเศส ยามเข้าตาจนคงต้องไปช่วยประเทศตัวเองก่อน จีนและเอเชียก็เล็กเกินไป สำหรับการแก้ปัญหากรีซ งานนี้...ไม่เร็วแน่ๆ แต่ที่แน่ๆ ปัญหาประเทศเพื่อนบ้านกรีซจะมาซ้ำเติมอีก
แล้วคุณผู้อ่านคิดว่านักลงทุนทั่วโลกจะอยู่เฉยๆ เหรอครับ? ความหวาดกลัว ความไม่แน่นอน ...คงจะเพิ่มขึ้นทุกวัน
ทางออกมีหนึ่งเดียว...เหมือนเดิม หนีไปหาพันธบัตรอเมริกาดีกว่า...







