
รายงานพิเศษ:สื่อในสถานการณ์ เผชิญ "ภัยความมั่นคง"
การทำงานของสื่อมวลชนในภาวะที่ต้องเผชิญกับขบวนการที่เป็นภัยต่อความมั่นคง จึงมิใช่แค่แย่งชิงนำเสนอข่าวสารด้วยความรวดเร็วอย่างเดียว แต่ต้องมีสำนึกร่วมต่อการหาหนทางสร้างความสงบสุขให้กับประเทศชาติเช่นกัน
การทำงานของสื่อมวลชนในภาวะที่ต้องเผชิญกับขบวนการที่เป็นภัยต่อความมั่นคง จึงมิใช่แค่แย่งชิงนำเสนอข่าวสารด้วยความรวดเร็วอย่างเดียว แต่ต้องมีสำนึกร่วมต่อการหาหนทางสร้างความสงบสุขให้กับประเทศชาติเช่นกัน
หากข้อมูลที่สื่อนำเสนอมีผลกระทบในทางลบต่อประเทศชาติ ถึงแม้จะเป็นข้อเท็จจริงหรือการวิเคราะห์ก็ตาม ย่อมทำให้ประเทศต้องสูญเสียโอกาสและเสียความเชื่อมั่นในสายตาของนานาอารย ประเทศได้
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางความคิดพัฒนาการไปสู่ความแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่ายของผู้คนในชาติ และส่อเค้าลางความรุนแรงในระยะเวลาอันใกล้นี้ ล้วนเป็นประเด็นร้อนที่สื่อสารมวลชนเกาะติดและนำมารายงานต่อเนื่อง หากเป็นสื่อสายกลางอาจจะพอเห็นการนำเสนอแง่มุมแต่ละฝ่ายเป็นไปอย่างสมดุลย์ ข่าว แต่ขณะเดียวกันก็มีการกำเนิดสื่อเทียม ซึ่งสื่อลักษณะนี้แง่การสร้างสมดุลย์ข่าวอาจอาจมีน้อยกว่าการเปิดพื้นที่สร้างข่าวเพื่อประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก
การชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะมีขึ้นตั้งแต่วันพรุ่งนี้( 12 มี.ค ) พบว่า แต่ละฝ่ายโหมทำสงครามข่าวสารอย่างหนักหน่วง ทั้งข่าวจริง ข่าวลวง ข่าวปล่อย ข่าวลือ แม้กระทั่งข่าวบิดเบือน ล่าสุด การโหมออกมาปล่อยข่าวของแกนนำคนเสื้อแดงที่ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปปิดหมายศาลระงับการแพร่ภาพสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีเพิลชาแนล ซึ่งคนในฝ่ายรัฐก็ออกมาชี้แจงว่าเป็นข่าวลือเพื่อสร้างเงื่อนไขปลุกผู้ขุมนุม เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้เห็นยุทธวิธีการใช้สื่อมาเป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหว
จึงเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคข่าวสารต้องมีวิจารณญาณ ติดตามการนำเสนออย่างมีสติ ยิ่งจากการประเมินตรงกัน ก็แน่ชัดว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ปลุกปั่นในขณะนี้ มีการแทรกซึมของผู้ไม่หวังดี ซึ่งมีเป้าหมายมิใช่แค่โค่นรัฐบาล หากหวังผลสูงไปกว่านั้นให้กระทบกระเทือนสถาบัน ล้วนเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักว่า นี่คือภัยกระทบความมั่นคงของชาติ
การทำงานของสื่อมวลชนในภาวะที่ต้องเผชิญกับขบวนการที่เป็นภัยต่อความมั่นคง จึงมิใช่แค่แย่งชิงนำเสนอข่าวสารด้วยความรวดเร็วอย่างเดียว แต่ต้องมีสำนึกร่วมต่อการหาหนทางสร้างความสงบสุขให้กับประเทศชาติเช่นกัน
เพราะในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ใช่ภาวะปกติ
อีกด้านหนึ่ง มีข้อมูลที่น่าสนใจ จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ได้พิเคราะห์การปฏิบัติหน้าที่ของสื่อสารมวลชนไทย ในสถานการณ์ที่ประเทศต้องเผชิญภัยความมั่นคง ยิ่งความความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่จ้องสร้างความรุนแรงทางการเมืองผ่านการชุมนุม ได้ถูกยกระดับกลายเป็นภัยต่อความมั่นคงไปแล้ว
ข้อมูลนับจากนี้เป็นส่วนหนึ่ง ที่จะทำให้เห็นมุมมองของฝ่ายความมั่นคงที่มีต่อสื่อสารมวลชนและสะท้อนถึง ความต้องการบางอย่างจากสื่อมวลชน …
กอ.รมน.ระบุว่า ในโลกยุคปัจจุบันสื่อเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการชี้นำทางความคิดของผู้คนใน สังคม เนื่องจากสามารถสร้างทัศนคติของบุคคลและกลุ่มบุคคลให้โน้มเอียงไปทางหนึ่ง ทางใดก็ได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ที่เกี่ยวกับความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ ยิ่งเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนและต้องมีความรอบคอบในการนำเสนอข่าวสาร หากสื่อนำเสนอในเชิงสร้างสรรค์ ย่อมจะส่งผลดีต่อการพัฒนาชาติบ้านเมือง แต่หากข้อมูลที่สื่อนำเสนอมีผลกระทบในทางลบต่อประเทศชาติ ถึงแม้จะเป็นข้อเท็จจริงหรือการวิเคราะห์ก็ตาม ย่อมทำให้ประเทศต้องสูญเสียโอกาสและเสียความเชื่อมั่นในสายตาของนานาอารย ประเทศได้
นอกจากนั้นสื่ออาจสามารถสร้างอิทธิพลเหนือนโยบายของรัฐบาลด้วยการนำ เหตุการณ์วิกฤติมาเปิดเผยต่อสาธารณชน และทำให้เป็นเรื่องสำคัญของประเทศ โดยสื่อเป็นผู้ให้ข่าวสาธารณชนด้วยการแสดงความคิดเห็น ซึ่งในบางสถานการณ์สื่อจึงเหมือนกับเป็นผู้เปิดประเด็นและสร้างความสำคัญให้ กับสถานการณ์ แต่สื่ออาจมิได้มีส่วนช่วยในการแก้ไขสถานการณ์แต่อย่างใด
สื่อมีอิทธิพลต่อความสำเร็จ หรือความล้มเหลวต่อการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ในเกือบ จะทุกสถานการณ์ เนื่องจากสื่อสามารถนำภาพเหตุการณ์สถานการณ์ความขัดแย้ง หรือความรุนแรง ไปสู่สายตาสาธารณชนทั้งในประเทศและสังคมโลกได้ในเวลาที่ใกล้เคียงกับ เหตุการณ์จริง โดยสาธารณชนเองก็สามารถแสดงความรู้สึกร่วมในเหตุการณ์ผ่านสื่อมวลชนได้ ซึ่งในบางสถานการณ์ก็เป็นการสร้างแรงกดดดันให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง อย่างไรก็ตามสื่อไม่สามารถที่จะเสนอข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด แต่จะนำเสนอได้เฉพาะในส่วนที่ผู้สื่อข่าวมีความรู้ หรือเฉพาะเหตุการณ์ที่ผู้สื่อข่าวมองเห็นเท่านั้น ซึ่งอาจไม่ครบถ้วนและอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่เลวร้ายมากขึ้นได้
นอกจากนั้นจากความที่สื่อมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้ที่ได้ รับข่าวสาร จึงทำให้ทุกฝ่ายที่มีความขัดแย้งกัน มีความพยายามที่จะใช้สื่อให้เป็นเครื่องมือในการสร้างการรับรู้ของสาธารณชน ให้ฝ่ายของตนเอง ได้เปรียบฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ รวมทั้งในห้วงของสถานการณ์วิกฤตผู้สื่อข่าวพยายามรวบรวมข่าวสาร และรายงานให้เร็วที่สุด แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต้องการเวลาในการตรวจสอบ ควบคุมพื้นที่ และอาจมองเห็นว่าสื่อเป็นตัวแทรกแซงและเป็นอุปสรรคต่อการการปฏิบัติงาน จึงมักเกิดการกระทบกระทั่งและไม่ไว้วางใจกันอยู่เสมอ
จากอิทธิพลของสื่อ จึงเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้บังคับหน่วย และฝ่ายอำนวยการของหน่วยงานด้านความมั่นคงทุกระดับ ที่จะต้องให้ความสำคัญ และทำความเข้าใจในข้อเท็จจริงดังกล่าว รวมทั้งจัดให้มีการวางแผนการใช้สื่อคววคู่ไปกับการปฏิบัติภารกิจต่างๆ อย่างสมดุลในทุกสถานการณ์ และจัดให้มีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความชำนาญทางด้านการประชาสัมพันธ์ได้ทำงานร่วมกับสื่อมวลชน เพื่อให้การทำงานร่วมกันของหน่วยงานด้านความมั่นคงกับสื่อมวลชน เป็นไปในลักษณะมีความไว้วางใจ และมีข้อตกลงร่วมกันมากกว่าการใช้กำลังบังคับ หรือ กีดกัน ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับการยอมรับจากสื่อและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
นอกจากนั้น “การบูรณาการสื่อเพื่อความมั่นคง” ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่หน่วยงานของ กอ.รมน.ในทุกระดับ ต้องให้ความสำคัญในการดำเนินการ เพื่อสร้างเครือข่าย และขยายช่องทางการสื่อสารจาก กอ.รมน. ไปยังประชาชนกลุ่มต่างๆ ให้เป็นไปอย่างกว้างขวาง และต่อเนื่องโดยต้องมีการพัฒนาสัมพันธ์กับสื่อ และให้มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องภารกิจหน้าที่ของ กอ.รมน.และภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในทุกมิติ เพื่อรณรงค์ให้เกิด "จิตสำนึกด้านความมั่นคงร่วม" และทำงานร่วมกัน โดยยึดถือเอาความผาสุกของประชาชน และผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง







