posttoday
กม.ปรองดอง ไม่มีทางที่คนเห็นด้วยหมด100%

กม.ปรองดอง ไม่มีทางที่คนเห็นด้วยหมด100%

26 พฤษภาคม 2555

จากประสบการณ์การเมืองยาวนาน2 ทศวรรษ “วราเทพ” มองว่ามีการเมืองทั้งหยุดนิ่งกับที่ ถอยหลัง และไปข้างหน้า

จากประสบการณ์การเมืองยาวนาน2 ทศวรรษ “วราเทพ” มองว่ามีการเมืองทั้งหยุดนิ่งกับที่ ถอยหลัง และไปข้างหน้า

คือจากที่ถอยหลังไปรอบหนึ่งเพราะนายกฯ ไม่ได้มาจากเลือกตั้ง จนรัฐธรรมนูญ 2540 ก็เดินหน้าได้ ต่อมามีปฏิวัติก็เหมือนกับถอยหลัง หลังจากนี้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ได้เสียงสนับสนุนเกินครึ่ง ก็น่าจะเดินหน้า

“การเมืองไทยยังไม่ใช่การเมืองนิ่งเป็นระบบ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ยังไม่เป็นโครงสร้างแน่นหนา ระบบ 2 พรรค และอยู่ 4 ปีแน่นอน คนที่มีความเกี่ยวข้องทางการเมืองต้องช่วยกัน เริ่มต้นต้องเริ่มจากระบบพรรค การให้ความรู้เข้าไปให้ประชาชนมีส่วนร่วม หรือแม้กระทั่งเป็นนักธุรกิจก็ต้องมองการเมืองส่งผลกับเขา ถ้ามองการเมืองไม่ดี แล้วถอยออกไปอยู่เรื่อยก็ไม่ดี”

ที่ผ่านมาวัฏจักรมีทั้งเดินหน้า หยุดนิ่ง ถอยหลัง แต่เราจะทำอย่างไรให้เดินหน้ามากกว่าหยุดนิ่งและไม่ให้ถอยหลัง คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องช่วยกัน ประเด็นปัญหาทำให้ถอยหลังต้องหยุด คนที่จะทำให้หยุดนิ่งก็ต้องเดินหน้า คนที่มีหน้าที่เป็นตัวแสดงก็ต้องพยายามทำให้คนที่เขาจะสนับสนุนเพิ่มขึ้น มองนักการเมืองเป็นอาชีพที่เข้ามาเปิดโอกาสให้คนนอกเข้ามาได้มากขึ้น

กม.ปรองดอง ไม่มีทางที่คนเห็นด้วยหมด100%

สำหรับเรื่องความปรองดอง “วราเทพ” มองว่าวันหนึ่งต้องดีขึ้น แต่ว่าจะเร็วหรือช้าเท่านั้นเอง ต้องถามตัวเองว่าปัญหาอยู่ที่ไหน ก็ยังตีโจทย์ไม่แตก มันสลับซับซ้อนมาก ใครจะทำให้เกิดความปรองดองได้ ด้วยความรู้ประสบการณ์การเมืองยังตอบไม่ได้ว่าใครจะทำให้เกิดการปรองดอง

ความพยายามผลักดัน พ.ร.บ.ปรองดองนั้น วันนี้ไม่มีทางที่จะทำให้คนเห็นด้วยหมด 100% ขอมองว่าถ้าเสียงเกินครึ่งส่วนใหญ่มองเห็นว่าแนวทางนี้ไปได้ คนที่เห็นค้านก็ต้องยอมรับ เสียงข้างมากก็ต้องทำความเข้าใจกับคนส่วนน้อย

“ไม่ว่าใช้วิธีการไหน ถ้าคนที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่เห็นด้วย ส่วนคนเห็นด้วยก็ต้องพยายามทำให้คนไม่เห็นด้วยเกิดความเข้าใจ ไม่ว่าจะใช้กฎหมายหรือค่อยๆ ทำ วันนี้ตอบไม่ได้เลยว่าอันนี้ถูกหรือผิด อันนี้ต้องกลับมาคิดว่าทุกคนต้องยึดแนวทางที่ทำยังไงให้เกิดประโยชน์ส่วนรวม ไม่ว่าจะพอใจ ไม่พอใจ แต่ถ้าส่วนรวมได้ ตัวเองอาจจะไม่ได้ทันที ช้าหน่อยแต่ก็ต้องยอมรับ ตัวเองอาจจะไม่เห็นด้วย เพราะแนวคิดรับไม่ได้”

“วราเทพ” กล่าวว่า การเมืองต่อไปต้องเป็น 2 ขั้วด้วยระบบพรรค คือ สู้กันด้วยเรื่องนโยบายและฝีมือ นโยบายทุกคนอาจจะเขียนกันได้ แต่ต้องมีฝีมือด้วย ต้องเหลือพรรค 2 ขั้วใหญ่ ส่วนพรรคเล็กก็ควรต้องมี แต่เป็นจำนวนไม่มากนัก

สำหรับเสื้อแดงเวลานี้เป็นองค์กรที่เข้มแข็ง มีการรวมตัวทางการเมือง มีจุดยืนชัดเจน เมื่อมาสนับสนุนพรรคเพื่อไทยก็อาจจะมีเสียงสนับสนุนมากกว่า พรรคประชาธิปัตย์ก็จะต้องไปค้นหาตัวเองว่าทำยังไงถึงจะสร้างพลังให้ประชาชนมาสนับสนุนให้ชนะการเลือกตั้งให้ได้ ไม่น่าจะมาบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หรือเสื้อแดง จะเป็นปัญหาการเมืองไทย

วราเทพ ยอมรับว่าเสื้อแดงมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง กระตุ้นทางการเมืองสูงทีเดียวในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ถึงจะไม่มีหลักฐานในการพิสูจน์ แต่ในอีสานและในหลายพื้นที่เป็นทฤษฎีใหม่ว่าเงินเป็นปัจจัยสำคัญน้อยลงต่อการชนะการเลือกตั้ง เพราะการรวมตัวกันของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบคนเสื้อแดงหรืออะไรก็ตาม

สำหรับปัญหาว่าเวลานี้เพื่อไทยและเสื้อแดงใครนำใครนั้น ในฐานะผู้สังเกตการณ์ บอกได้เลยว่าคนเสื้อแดงไม่ได้เป็นคนที่จะมานำพรรค พรรคก็มีระบบกลไกของเขา คนเสื้อแดงเขาก็นำในส่วนกิจกรรมของเขา แต่เผอิญคนเสื้อแดงกับพรรคไปในทิศทางเดียวกัน คือ ต่อต้านเผด็จการ ส่งเสริมประชาธิปไตย คนเสื้อแดงเป็นคนรากหญ้า ส่วนใหญ่เขาก็มานิยมนโยบายเพื่อไทย

ส่วนที่ระยะหลังเป็นปัญหาจนสะท้อนผ่านผลเลือกตั้งท้องถิ่นหลายแห่งนั้น วราเทพ มองว่าต้องลงไปดูแต่ละพื้นที่ให้ละเอียด เลือกตั้งท้องถิ่นย้อนกลับไปภาคใต้ คนที่ลงในนามพรรคประชาธิปัตย์ก็แพ้เลือกตั้งท้องถิ่นนะ แต่พอเลือกตั้งใหญ่ประชาธิปัตย์ก็ชนะภาคใต้ทุกที

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา