
ไนจีเรียแสบจับสาวใหญ่เรียกค่าไถ่2ล.
ตำรวจสอบสวนนครบาลจับหนุ่มไนจีเรียจับหญิงวัย53เรียกค่าไถ่2ล้านบาท แถมลอบทุบเซฟฉกทรัพย์ในบ้านพักเหยื่อ
ตำรวจสอบสวนนครบาลจับหนุ่มไนจีเรียจับหญิงวัย53เรียกค่าไถ่2ล้านบาท แถมลอบทุบเซฟฉกทรัพย์ในบ้านพักเหยื่อ
พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนบก.น.3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พระโขนง จับกุมนายบราฮิม จาลูลี หรือแดเนียล (MR.DJAGHLOULI BRAHIM) อายุ 36 ปี สัญชาติไนจีเรีย ผู้ต้องหาก่อเหตุจับหญิงสาวเรียกค่าไถ่ พร้อมของกลางยานอนหลับ สก๊อตเทป และเชือก จับได้ที่ หน้าห้อง 833 ชั้น 8 โรงแรมโรแมนซ์อินน์ ซอยสุขุมวิท 97 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม.
พล.ต.ท.วินัย เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้พาผู้เสียหาย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ซึ่งประกอบอาชีพทำธุรกิจทัวร์และขายอาหารเสริม ขึ้นรถเก๋งวอลโว่ เอส 60 สีเทา ทะเบียน วย – 1310 กรุงเทพมหานคร ออกไปจากบ้านพักย่านประเวศ และได้ไปเช่าโรงแรมโรแมนซ์อินน์ ซอยสุขุมวิท 97 ก่อนจะแอบผสมยานอนหลับให้กินครั้งละ 3 เม็ด รวม 4 ครั้ง จนผู้เสียหายสะลึมสะลือ จากนั้นวันที่ 23 พ.ค.เวลา 20.49 น. ผู้ต้องหาได้ส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือ เป็นรูปเปลือยของผู้เสียหาย ไปในโทรศัพท์มือถือลูกชายของผู้เสียหายที่ประเทศอังกฤษ เพื่อให้ส่งเงิน 2 ล้านบาท มาให้เพื่อแลกตัวกับการปล่อยตัวมารดา
พล.ต.ท.วินัย กล่าวอีกว่า ผู้เสียหายรู้จักกับนายแดเนียลทางอินเตอร์เน็ต จากนั้นนายแดเนียลได้เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย เพื่อมาพบกับผู้เสียหาย โดยเดินทางมาได้ประมาณ 9 วันแล้ว และก่อเหตุจับตัวผู้เสียหายไปเรียกค่าไถ่ จากนั้นลูกชายผู้เสียหาย ได้โทรศัพท์ประสานน้าชาย ซึ่งคือน้องชายของผู้เสียหายให้แจ้งความกับตำรวจ ต่อมาจึงมีการแจ้งความที่ สน.พระโขนง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจสอบหาแหล่งที่มาก่อนสามารถติดตามจับกุมได้
สอบสวนนายแดเนียล ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า รู้จักกับผู้เสียหายผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ได้ 3 เดือนเศษ โดยติดต่อพูดคุยผ่านระบบสไกป์ กระทั่งตนเดินทางมาเมืองไทยเพื่อวางแผนเรียกค่าไถ่โดยเฉพาะ เนื่องจากต้องการทรัพย์สินของผู้เสียหายไปเลี้ยงดูครอบครัวของตนที่อยู่ในประเทศมาเลเซีย
ผบช.น. กล่าวอีกว่า โดยภายหลังจากถูกมอมยา คนร้ายยังกลับไปที่บ้านพักผู้เสียหาย และทุบตู้เซฟภายในบ้านและได้ทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง โดยผู้เสียหายพักอยู่ที่บ้านคนเดียว ได้หย่ากับสามี จึงทำให้ไม่มีใครรู้ แต่ขณะนี้ไม่สามารถบอกได้ว่าทรัพย์สินที่มีในเซฟมีจำนวนเท่าใด เพราะผู้เสียหายยังไม่สามารถให้การได้ เชื่อว่าบางส่วนคนร้ายจะนำไปขายบ้างแล้ว ซึ่งจะสอบสวนขยายผลต่อไป
เบื้องต้นแจ้งข้อหาว่ากักขังหน่วงเหนี่ยวทำให้สูญเสียอิสรภาพ และเรียกค่าไถ่ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง ดำเนินคดีต่อไป







