
แนะรัฐทยอยขึ้นค่าจ้าง
‘ทีดีอาร์ไอ’เสนอปรับ2ระลอก7จังหวัดให้เพิ่มอีกตามเงินเฟ้อ
‘ทีดีอาร์ไอ’เสนอปรับ2ระลอก7จังหวัดให้เพิ่มอีกตามเงินเฟ้อ
ทีดีอาร์ไอ แนะรัฐเปลี่ยนแผนขึ้นค่าจ้างเป็น 2 ระลอก เพื่อผ่อนคลายภาระผู้ประกอบการ
นายยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า คณะผู้วิจัยศึกษาผลกระทบการปรับค่าจ้างไม่น้อยกว่า 300 บาท/วัน มีข้อเสนอถึงรัฐบาลให้ปรับหรือผ่อนคลายนโยบายการขึ้นค่าจ้าง จากกรอบเวลาเดิมที่ขึ้นเป็น 300 บาท ใน 70 จังหวัดทั่วประเทศ วันที่ 1 ม.ค. 2556 และคงที่อัตราเดิมไปจนถึงปี 2558 โดยเสนอทางเลือก 3 แนวทางประกอบด้วย
1.ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 2 งวด เพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนของธุรกิจที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทัน โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี แบ่งเป็น ปี 2556 ปรับขึ้น 27-55 บาท ใน 18 จังหวัดใหญ่ๆ และเพิ่มอีก 56-78 บาท ในปี 2557 สำหรับอีก 52 จังหวัดอื่นที่เหลือ
ขณะเดียวกันระหว่าง 2 ปีนี้ ให้ 7 จังหวัดที่ได้ปรับค่าจ้างเป็น 300 บาทไปแล้วในปีนี้ และอีก 18 จังหวัดที่ได้ปรับเพิ่มในปี 2556 ต้องขึ้นค่าจ้างตามการเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาผู้บริโภค เพื่อไม่ให้แรงงานมีกำลังซื้อลดลงจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น
2.ขึ้นค่าจ้างครั้งเดียว 40% หลังจากนั้นปรับขึ้นตามดัชนีค่าครองชีพทุกปีเพื่อให้ภาคธุรกิจได้ปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม หากใช้วิธีนี้จะทำให้จังหวัดที่มีค่าจ้างต่ำที่สุดต้องใช้เวลา 10 ปี กว่าจะเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำไปถึง 300 บาท
3.เป็นทางเลือกตามข้อเรียกร้องของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยเลื่อนการขึ้นค่าจ้าง 300 บาทในอีก 70 จังหวัดออกไป 3 ปี หรือเป็นเดือน ม.ค. 2558 แต่จังหวัดที่ได้เพิ่มค่าจ้าง 40% ไปแล้ว ต้องขึ้นค่าจ้างตามดัชนีราคาผู้บริโภคโดยอัตโนมัติ
“แต่ละจังหวัดฐานค่าจ้างไม่เท่ากัน อย่างพะเยาต้องขึ้นอีก 90 บาทกว่าจะถึง 300 บาท ขณะที่มีเวลาปรับตัวสั้นไป เหลืออีกไม่กี่เดือนก็จะถึงปี 2556 แล้ว ควรเพิ่มเป็น 2-3 ระลอก เพื่อผ่อนคลายภาระแก่นายจ้าง” นายยงยุทธ กล่าว
นายยงยุทธ กล่าวว่า หากรัฐบาลยืนยันตามแนวทางเดิมจะทำให้นายจ้างมีภาระต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 ล้านบาท เอสเอ็มอีบางส่วนอาจต้องออกจากระบบ และทำให้แรงงานมีกำลังซื้อลดลง 8.6% ในปี 2558 ตามอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น







