
ธปท.ขาดทุน1.3แสนล.
ธปท.เผยงบปี 2554 มีผลขาดทุน 1.33 แสนล้านบาท ทำให้ยอดขาดทุนสะสมเพิ่มเป็น 3.32 แสนล้านบาท เหตุเงินบาทแข็งค่าภาระแทรกแซงกระฉูด
ธปท.เผยงบปี 2554 มีผลขาดทุน 1.33 แสนล้านบาท ทำให้ยอดขาดทุนสะสมเพิ่มเป็น 3.32 แสนล้านบาท เหตุเงินบาทแข็งค่าภาระแทรกแซงกระฉูด
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานงบการเงินในรอบปี 2554 พบว่า มีผลขาดทุนสุทธิ 1.33 แสนล้านบาท เป็นผลจากการดูดซับสภาพคล่องในระบบให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ผ่านการออกพันธบัตร ธปท.และช่องทางการเงินอื่นๆ ที่ ธปท.ใช้เพื่อดูดซับสภาพคล่อง ซึ่งได้มีการเข้าแทรกแซงค่าเงินบาท เพื่อชะลอการแข็งของเงินบาทอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ จึงทำให้มีภาระดอกเบี้ยจ่ายมากขึ้น ตรงกันข้ามกับการบริหารสินทรัพย์ที่นำไปลงทุนในต่างประเทศที่ได้ผลตอบแทนต่ำ เนื่องจากภาวะตลาดการเงินในต่างประเทศมีความผันผวนสูง บวกกับปีที่ผ่านมาท่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 5% ทำให้เมื่อตีราคาที่แท้จริงจากรายได้ดอกเบี้ยและผลตอบแทนจากดอกเบี้ยรับ จากที่เป็นเงินเหรียญสหรัฐมาเป็นเงินบาทแล้ว ธปท.มีผลประกอบการที่ขาดทุน
อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมผลขาดทุนปี 2254 จำนวน 1.33 แสนล้านบาท กับผลขาดทุนสะสมปี 2553 ที่มี 1.99 แสนล้านบาท ทำให้ยอดขาดทุนสะสมเพิ่มเป็น 3.32 แสนล้านบาท จึงทำให้บัญชีกิจการธนาคารของ ธปท.ไม่มีกำไร เพื่อนำส่งเข้ากระทรวงการคลังในปี 2554 ที่ผ่านมาได้
สำหรับบัญชีทุนสำรองเงินตราในปี 2554 ธปท.บริหารมีกำไรอยู่ 9,452 ล้านบาท ซึ่ง ธปท.ได้นำส่งกำไรส่วนหนี้เข้ากระทรวงการคลัง เพื่อให้รัฐบาลนำไปใช้หนี้เงินต้นของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินแล้ว







