posttoday
ยูโรสะท้อน'กรีซ'ขอลาความเชื่อมั่นหด-อียูเตรียมสลาย

ยูโรสะท้อน'กรีซ'ขอลาความเชื่อมั่นหด-อียูเตรียมสลาย

16 พฤษภาคม 2555

หลังจากปล่อยให้รัฐมนตรีในภูมิภาคยุโรป ตลอดจนนักวิเคราะห์ทั่วโลกวิพากษ์วิจารณ์ถึงทางเลือกที่อาจจะช่วยให้รอด

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

หลังจากปล่อยให้รัฐมนตรีในภูมิภาคยุโรป ตลอดจนนักวิเคราะห์ทั่วโลกวิพากษ์วิจารณ์ถึงทางเลือกที่อาจจะช่วยให้รอดและพอจะเป็นไปได้สำหรับวิกฤตหนี้สาธารณะของภูมิภาคยุโรป อย่างการตัดกรีซออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) และจากกลุ่มยูโรโซน ให้นักลงทุนในตลาดทั่วโลกใจหายใจคว่ำได้สักพักใหญ่

ที่สุด บรรดารัฐมนตรีคลังอียู ซึ่งระดมพลประชุมด่วนเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็ออกมายืนกรานหนักแน่นเป็นมั่นเหมาะว่าไม่แม้แต่จะคิดที่จะอัปเปหิกรีซออกจากกลุ่มเด็ดขาด พร้อมวิงวอนให้กรีซช่วยกัดฟันเดินหน้ายึดมั่นแผนกู้วิกฤตหนี้ เช่น การตัดลดค่าใช้จ่ายเพื่อให้กรีซได้รับเงินช่วยเหลือจนไม่ต้องผิดนัดชำระหนี้

นอกจากนี้ ยังตอกย้ำชัดเจนว่า การให้กรีซเดินจากไป ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดหรือเหมาะสมที่สุดสำหรับทั้งกรีซและกลุ่มอียูทั้งหมดเอง

เพราะผลลัพธ์ที่จะตามมานั้น เป็นสิ่งที่เรียกว่าเลวร้ายเกินกว่าที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายจะคาดคิดกันได้

ทั้งนี้ สำหรับกรีซ การจำใจโบกมือลาจากกลุ่มอียู เนื่องจากไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะเดินหน้าประหยัดตัดลดค่าใช้จ่าย อาจช่วยให้กรีซไม่ต้องปวดใจกับมาตรการรัดเข็มขัด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากรีซจะรอดพ้นจากปัญหาชวนปวดหัวที่กำลังเผชิญอย่างหนี้สาธารณะได้

ตรงกันข้าม สถานการณ์หนี้ของกรีซอาจเลวร้ายหนักถึงขีดสุด เพราะการออกจากกลุ่มจะทำให้กรีซไม่มีแหล่งสนับสนุนทางการเงิน

ยูโรสะท้อน'กรีซ'ขอลาความเชื่อมั่นหด-อียูเตรียมสลาย

พูดให้เข้าใจง่ายก็คือว่า จากที่เคยได้รับเงินช่วยเหลือจากอียู ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) หรือที่รู้จักกันในนามทรอยกา เพื่อนำไปใช้ชำระหนี้ตามกำหนดก็จะไม่มีอีกต่อไป

เมื่อไม่มีจ่าย ทางเดียวที่เหลืออยู่ก็คือ กรีซจะกลายสภาพเป็นหนี้เสียอย่างไม่ต้องสงสัย และจำต้องประกาศให้เป็นชาติที่ล้มละลายทันที ก่อนจะตามด้วยความโกลาหลครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการล่มสลายของระบบการเงินของประเทศ การดาหน้าเลิกกิจการของบริษัทธุรกิจต่างๆ ประชาชนจะตกงานมหาศาล และบานปลายลุกลามเข้าสู่ภาวะจลาจลทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างหนัก

ขณะเดียวกัน ผลกระทบจากการที่ไม่มีกรีซเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มอียูและยูโรโซน ก็เป็นเรื่องที่นักวิเคราะห์ทั่วโลกคาดการณ์ตรงกันว่าน่าจะเลวร้ายรุนแรงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อภาคการเงินของภูมิภาคยุโรป

ทั้งนี้ หากถามว่า ไม่มีกรีซ อียูจะสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้หรือไม่

คำตอบก็คือได้แน่ แต่ก็ได้แบบทุลักทุเล แถมอาจจะต้องเสี่ยงกับสถานการณ์เหนือความคาดหมายที่บานปลายเกินควบคุม อันเป็นผลในเชิงจิตวิทยา

พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การที่อียูไม่สามารถคงความเป็นกลุ่มเป็นก้อนอย่างแข็งแกร่งได้เหมือนเช่นที่แล้วมา ได้ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อเงินสกุลยูโรของนักลงทุนทั่วโลก

หรือเรียกได้ว่า หมดความเชื่อถือต่อค่าเงินยูโร จนไม่อยากจะหยิบจับ หรือถือมาใช้จ่ายอีกต่อไป

เท่ากับว่าประเทศอื่นๆ ที่ใช้เงินสกุลยูโรแทบจะหมดหนทางผลักดันเศรษฐกิจของตนเองทันที

ต้องไม่ลืมว่าส่วนหนึ่งของเงินที่นำมาผลักดันเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกในกลุ่มยูโรโซนในขณะนี้นั้น มาจากการขายพันธบัตรให้กับนักลงทุน และนักลงทุนเหล่านั้นยอมจ่ายเงินเนื่องจากเชื่อมั่นในรัฐบาล ในเงินยูโร ว่าแข็งแกร่งดีพอ

แต่เมื่อสูญเสียความเชื่อมั่น นักลงทุนก็ย่อมเลือกที่จะหลีกลี้หนีหายจากประเทศสมาชิกกลุ่มยูโรโซนอื่นๆ โดยเฉพาะกับประเทศที่กำลังมีหนี้ท่วมหัวอย่างไอร์แลนด์ โปรตุเกส สเปน หรืออิตาลี ต้องประสบกับภาวะขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง เนื่องจากไม่มีใครยอมให้เงิน แถมผลตอบแทนพันธบัตรยังมีแนวโน้มพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อจูงใจให้นักลงทุนยอมเสี่ยงมาซื้อ กลายเป็นต้นทุนภาระหนักที่ต้องแบกรับ

ยังไม่นับรวมกับปัญหาสภาวะเศรษฐกิจถดถอยในภูมิภาคยุโรปที่เสี่ยงจะทำให้เศรษฐกิจของหลายประเทศหยุดชะงัก ไม่มีปัญญาหาเงินใช้หนี้ จนต้องร้องขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอียู

และอาจต้องเจริญรอยตามกรีซในการเจรจาตัดลดยอดหนี้ ให้เจ้าหนี้ร่วมแบกรับภาวะขาดทุน หั่นมูลค่าทรัพย์สินที่ถือครองอยู่ลง

แค่คิดถึงความเป็นไปได้ดังกล่าวในอนาคต ไม่ต้องรอสาธยายให้เห็นภาพ บรรดานักลงทุนก็กลัวจับจิตตั้งแต่ที่กรีซมีแนวโน้มจะประกาศลาจากอียู

ขณะที่ประเทศสมาชิกอื่นๆ เอง เช่น สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส หรือแม้กระทั่งผู้นำกลุ่มอย่างเยอรมนี ก็อาจต้องขอพิจารณาเรื่องการถอนตัวออกจากกลุ่มเช่นเดียวกัน

เพราะในเมื่อเงินยูโรหมดทั้งคุณค่าและมูลค่าในสายตาตลาดการเงิน ก็สู้หันกลับไปใช้เงินสกุลใครสกุลมัน เพื่อความอยู่รอดของแต่ละชาติดีกว่า แทนที่จะดันทุรังร่วมหัวจมท้ายให้เจ็บตัวหนัก

และเพื่อตอบสนองต่อกระแสความต้องการที่เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ของประชาชนในแต่ละประเทศ ที่เบื่อหน่ายกับการใช้เงินสกุลยูโรแล้วต้องมานั่งแบกปัญหาที่ไม่ใช่ของตัว

และถ้าประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ขอจรลีจากยูโรโซน ภาคการเงินการธนาคารของยุโรป ซึ่งถือครองพันธบัตรสกุลเงินยูโรก็จะล้มครืนไม่เป็นท่า เพราะตามเก็บหนี้คืนมาไม่ได้ ขณะที่บริษัทเอกชนหรือภาคครัวเรือนก็แย่พอกัน เพราะเงินที่ถืออยู่หมดมูลค่า ไม่สามารถนำมาใช้จ่ายหรือชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย

เรียกได้ว่าเพียงแค่ความกลัวที่กรีซจะก้าวเท้าออกจากยูโรโซน ก็ส่งผลเพียงพอที่จะทำลายรากฐานความแข็งแกร่งของกลุ่มอียูได้

ทั้งนี้ ความเป็นไปได้ดังกล่าวส่งผลให้บรรดารัฐบาลในกลุ่มยูโรโซนทั้งหมดพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะรักษากลุ่มให้รวมกันเป็นก้อนต่อไปได้ ขณะที่ประชาชนในแต่ละประเทศ เช่น กรีซ จากการสำรวจล่าสุดก็ชี้ชัดว่าไม่ได้ปรารถนาที่จะออกจากกลุ่มยูโรโซน เพียงแต่ต้องการลดหย่อนมาตรการรัดเข็มขัดเท่านั้น

แน่นอนว่าหากนักการเมืองในกรีซอย่างพรรคไซริซายังคงยืนกรานที่จะหลับหูหลับตาไม่เอาแผนรัดเข็มขัดท่าเดียว ขณะที่สมาชิกในกลุ่มยูโรโซนก็ไม่คิดเปิดทางเจรจา ยูโรโซนทั้งหมดก็คงต้องเตรียมทำใจกันไว้แต่เนิ่นๆ

อย่างไรก็ตาม หากยังคิดที่จะจับมือไปด้วยกัน ก็ถึงเวลาที่กรีซและสมาชิกอื่นๆ ต้องยอมถอยผ่อนท่าทีที่แข็งกร้าวของตนเองลง

เพราะเดิมพันที่มี คือความอยู่รอดของทั้งสหภาพยุโรปและสกุลเงิน “ยูโร” !!!

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน