
ยิ่งลักษณ์ คือจุดแข็งรัฐบาล
“วิชิต”มองสภาพการเมืองปัจจุบันนี้กับอนาคตข้างหน้า โดยเชื่อว่าความวุ่นวาย สับสนต่างๆ จะลดลงมาก เพราะการขับเคลื่อนของประชาชนในการยอมรับในความเป็นประชาธิปไตย เสื้อเหลือง เสื้อแดง รักประชาธิปไตย ตรงนี้เป็นแนวคิดอุดมการณ์ร่วมกัน ส่วนซีกฝ่ายค้านหรือฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเวลานี้ดูเหมือนว่าจะหมดความชอบธรรมที่จะขับเคลื่อนการเมืองเพื่อล้มรัฐบาล
“วิชิต”มองสภาพการเมืองปัจจุบันนี้กับอนาคตข้างหน้า โดยเชื่อว่าความวุ่นวาย สับสนต่างๆ จะลดลงมาก เพราะการขับเคลื่อนของประชาชนในการยอมรับในความเป็นประชาธิปไตย เสื้อเหลือง เสื้อแดง รักประชาธิปไตย ตรงนี้เป็นแนวคิดอุดมการณ์ร่วมกัน ส่วนซีกฝ่ายค้านหรือฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเวลานี้ดูเหมือนว่าจะหมดความชอบธรรมที่จะขับเคลื่อนการเมืองเพื่อล้มรัฐบาล
ทั้งนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ มีจุดแข็งคือความอ่อนหวาน ความเป็นผู้หญิง สามารถที่เชื่อมโยงกับคนบางกลุ่ม ที่สังคมมองว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกัน เช่น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ซึ่งจะเป็นจริงหรือไม่ ไม่ขอวิจารณ์ แต่ตรงนั้นความอ่อนหวานตรงนี้ หากเปรียบเทียบว่า นายกฯ ไม่ใช่ “ยิ่งลักษณ์” แต่เป็นผู้ชายและไม่ใช้แนวนโยบายอ่อนหวานเข้ากับสถาบันทหาร ทำให้กลุ่มทหารเริ่มถอยเข้ากรม กอง
“หากนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ชาย มีนโยบายแข็งกร้าว ไปรบกับกลุ่มต่างๆ เรื่อยๆ แบบนี้หรือ พล.อ.เปรม จะเปิดให้เข้าพบ ดังนั้นทุกมิติที่ยิ่งลักษณ์เข้าไปพบ พล.อ.เปรม ไม่มีตรงไหนที่เสียหาย หากมองในมุมของจารีตประเพณีนิยม เหมือนเด็กไปพบผู้ใหญ่ ไปขอพรผู้ใหญ่ หากมองในมุมการเมือง ดูเหมือนว่าทางนี้ใช้กลยุทธ์ความอ่อนหวานในการเข้าพบได้ หากมองในมิติของความปรองดอง ประชาชนมีความสุข เห็นนายกฯ เข้าไปพบกับฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ ที่ผ่านมาถูกมองว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน แต่เวลานี้เกิดความปรองดองกัน”
ในส่วนกลุ่มคนเสื้อแดงที่คัดค้านเรื่องนี้ นั้น ถือว่าน้อยมาก เพราะอาจไม่เข้าใจ หรือคิดว่าไปปรองดองเพื่อให้คนที่เสียชีวิตไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งไม่ใช่เพราะกระบวนการทางกฎหมายยังเดินอยู่ คดี 91 ศพ ตอนนี้ขึ้นศาลไปแล้ว 17 คดี และกำลังอยู่ระหว่างนัดไต่สวนคดีของศาล และศาลจะสั่งว่าใครฆ่า ตอนนี้ยังเดินหน้าไม่ใช่ว่าไปปรองดองจับมือกันแล้วให้คนผิดพ้นโทษ
ทั้งนี้ รัฐบาลก็เยียวยาพอสมควร 7 ล้านกว่าบาท ถือว่าให้การดูแลที่ดี ดังนั้นคนที่เข้าใจผิดอาจเกิดจากปัจจัยบางอย่างที่ทำให้ไม่เข้าใจ แต่หากมองทุกมิติให้ทะลุ จะเห็นภาพว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเสื้อแดงส่วนใหญ่ถึงไม่มีปฏิกิริยาอะไรมาก
อย่างไรก็ตาม จุดแข็งรัฐบาลนอกจากตัวนายกฯ ที่เป็นผู้หญิง คือนโยบายที่เข้าถึงประชาชนจริงๆ แต่ปัญหาตอนนี้มีบ้าง คือนำนโยบายไปสู่ประชาชน มีความขัดข้องด้วยปัจจัยหลายด้านตรงนี้คิดว่าไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่คนในพรรคเพื่อไทยและนายกฯ รวมถึงรัฐบาลจะแก้ปัญหานี้ได้
“หากได้ 111 ไปเสริม การแก้ปัญหาก็จะสมบูรณ์มากขึ้น และความเชื่อมั่นเกิดเมื่อไร การแก้ไขปัญหาทุกอย่างทำไปได้ด้วยดี องค์กรที่จะเป็นเครื่องมือ ส่วนราชการที่เป็นกลไกที่นำนโยบายไปสู่ประชาชน เมื่อเขาเชื่อมั่นก็เดินหน้าได้เต็มที่ หากครึ่งๆ กลางๆ เขาไม่เชื่อมั่น บางทีไม่ทำก็อยู่เฉยๆ ดีกว่า อันนี้จะเป็นเรื่องที่ดีกับประเทศ”
สำหรับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ราคาสินค้าแพงของรัฐบาล ซึ่งจนถูกโจมตีว่าล้มเหลว ไม่มี ความเป็นมืออาชีพนั้น “วิชิต” ยอมรับว่าเรื่องน้ำท่วมเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ ไม่มีปีไหนที่มีน้ำมากขนาดนี้ การบริหารจัดการของคนที่ไม่เคยผ่านมาก่อน ไม่ว่ารัฐบาลไหน ไม่ดีไปกว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์แน่นอน
ที่สำคัญข้อกฎหมายบางอย่าง เช่น กฎหมายบรรเทาสาธารณภัย ให้อำนาจนายกฯ สั่งการแต่มันไปขัดกับกฎหมายท้องถิ่นบางเรื่อง เช่นไม่สามารถสั่งกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ ว่าต้องแก้ไขปัญหาอย่างนี้ ต้องเปิดประตูน้ำให้น้ำไหลธรรมชาติ กทม.อาจจะท่วมบ้างนิดหน่อย แต่อาจลงทะเลเร็วกว่า แต่เล่นไปปิดแบบนี้ สั่งการก็ไม่ได้ นี่ก็เป็นความบกพร่องเกิดจากกระบวนการของกฎหมาย
ในขณะที่เรื่องสินค้าราคาแพงนั้น เป็นเรื่องของภาวะตลาดโลก เช่น น้ำมัน เรื่องของการควบคุมปริมาณสินค้าก็เป็นส่วนหนึ่ง เรื่องการที่จะทำให้นโยบายของรัฐไปสู่ประชาชนแล้วติดขัด ก็เป็นอีกส่วนที่ทำให้สินค้าราคาแพงได้ และคิดว่ารัฐบาลไหนมาอยู่ในช่วงนี้ ของมันก็แพงอยู่ เพราะเป็นภาวะตลาด ไม่ใช่ไร้ฝีมือ จะฝีมือหรือไม่ฝีมือก็ต้องไปดูว่าช่วงนี้รัฐบาลจะแก้ไขได้แค่ไหน







