
มัลลิกาชี้น้องชายตกเป็นเหยื่อการเมือง
รองโฆษกปชป.แจงตำรวจจับน้องชายบุกเคหสถานและตรวจพบฉี่สีม่วงตกเป็นเหยื่อการเมือง ขณะที่น้องชายย้ำบริสุทธิ์เตรียมยื่นขอเป็นธรรมกมธ.ตำรวจ
รองโฆษกปชป.แจงตำรวจจับน้องชายบุกเคหสถานและตรวจพบฉี่สีม่วงตกเป็นเหยื่อการเมือง ขณะที่น้องชายย้ำบริสุทธิ์เตรียมยื่นขอเป็นธรรมกมธ.ตำรวจ
น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงนายมนัสศักดิ์ บุญมีตระกูล อดีตผู้จัดการทีมพะยาเอฟ.ซี. ซึ่งเป็นน้องชายได้เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพะเยา จ.พะเยา ณ สภ.เมืองพะเยา ในคดีที่มีผู้แจ้งความว่าได้บุกรุกเคหสถานในยามวิกาล และต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา ได้ทำการตรวจปัสสาวะและพบเป็นสี่ม่วง ระหว่างการสอบปากคำในคืนวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า หากมองในเรื่องของกรณีเรื่องการบุกรุกเคหสถานในยามวิกาลที่น้องชายถูกแจ้งความนั้น เป็นคดีมโนสาเร่ รกโรงพัก หรือการตรวจปัสสาวะในยามวิกาลที่คลินิกแพทย์ได้ปิดทำการแล้วนั้น ตรงนี้หากเป็นบุคคลทั่วไปจะไม่เป็นที่สนใจใด ๆ เลย แต่มองว่าเรื่องของน้องชายกำลังถูกปรับเข้าไปสู่โหมดของการเมือง ทำให้น้องชายตนต้องตกเป็นเหยื่อของการเมือง ดังนั้นเรื่องนี้จะอยู่เคียงข้างน้องชายให้เรียกร้องความเป็นธรรมและพิสูจน์ตัวเองต่อไป
ด้านนายมนัสศักดิ์ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าบริสุทธิ์ทั้งสองกรณี ที่เดินทางไปให้ปากคำต่อ พนักงานสอบสวนเพราะบริสุทธิ์ใจ แต่เมื่อได้รับการปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยความไม่เป็นธรรมตนจึงได้ปรึกษากับ น.ส.มัลลิกา จะเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ในวันพุธ ที่ 16 พ.ค.นี้ที่รัฐสภา
"เรื่องที่ผมถูกนายชาญ เชิดชูเหล่า ได้แจ้งความว่าบุกรุกเคหสถานในยามวิกาลนั้น ไม่ได้กระทำ ประกอบกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตรวจแล้วไม่พบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ใด ๆ นอกจากนี้ก่อนหน้านั้นผมกับนายชาญเคยมีเรื่องขัดแย้งส่วนตัวกันมาก่อน จึงเป็นธรรมดาที่นายชาญอาจจะไม่ชอบหน้าและเข้าใจผิดว่าบุกรุกบ้านของนายชาญดังกล่าว"นายมนัสศักดิ์ กล่าว
ส่วนกรณีของการตรวจปัสสาวะนั้น ด้วยความบริสุทธิ์ใจอีกเช่นกันที่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจเพราะไม่ได้ทำสิ่งใดผิดจึงยอมให้ตรวจ ซึ่งผลการตรวจที่แท้จริงต้องรอผลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์อีกครั้ง ตรงนี้ยอมรับว่าในอดีตเมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา เคยมีพฤติกรรมทดลองเสพยาเสพติดบ้าง แต่เมื่อรู้ว่าเป็นสิ่งไม่ดีจึงเลิกมาถึงทุกวันนี้และไม่เคยกลับไปแตะต้องมันอีกเลย ดังนั้นการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งให้ไปให้ปากคำในเวลากลางคืนประมาณ 21.00 น. ซึ่งถือเป็นยามวิกาลก็เป็นเรื่องไม่เหมาะสมอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมองว่าเจ้าหน้าที่ได้ล่วงละเมิดเรื่องสิทธิและเสรีภาพ เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ







