
กฟผ.มั่นใจทุกเขื่อนพร้อมรับฤดูฝน
กฟผ.มั่นใจเคลียร์พื้นที่เขื่อนทุกแห่งพร้อมรับปริมาณน้ำฤดูฝน โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล –เขื่อนสิริกิติ์ รับน้ำได้อีก 11,862 ล้านลบ.ม.
กฟผ.มั่นใจเคลียร์พื้นที่เขื่อนทุกแห่งพร้อมรับปริมาณน้ำฤดูฝน โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล –เขื่อนสิริกิติ์ รับน้ำได้อีก 11,862 ล้านลบ.ม.
นายกิตติ ตันเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.มีความพร้อมเพื่อรับสถานการณ์น้ำช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง โดยได้วางแผนการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ในช่วงฤดูฝน ให้สอดคล้องกับแนวโน้มสภาพอากาศ และความต้องการใช้น้ำเพื่อการทำนาปีในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรโดยตรง ในขณะเดียวกันจะทำให้เขื่อนทั้งสองมีช่องว่างสำหรับรับน้ำในช่วงน้ำหลาก ประมาณ 11,862 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)
การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีเขื่อนขนาดใหญ่ ของ กฟผ. 2 แห่ง และเขื่อนของกรมชลประทาน 4 แห่ง มีการบริหารจัดการอย่างรอบคอบตั้งแต่การวางแผนการระบายน้ำช่วงฤดูแล้ง เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการน้ำเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ช่วงฤดูฝนปี 2555 นี้จะเป็นไปอย่างมีประสิทฺธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดในด้านการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยและการป้องกันภัยแล้งอย่างสมดุล
ปัจจุบันจากการติดตามสถานการณ์ภัยแล้งที่ประกาศโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีพื้นที่ประสบภัยแล้ง ใน 51 จังหวัด แบ่งเป็นภาคเหนือ17 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ19 จังหวัด ภาคกลาง7 จังหวัด ภาคตะวันออก 7 จังหวัด และภาคใต้ 1 จังหวัด สำหรับพื้นที่บริเวณรอบเขตเขื่อนของ กฟผ. ที่ประสบภัยแล้งนั้น กฟผ. ได้จัดเตรียมรถบรรทุกน้ำไว้คอยให้บริการประชาชนเพื่อการอุปโภค-บริโภคเช่นทุกปีที่ผ่านมา โดยตั้งแต่เดือนม.ค.-เม.ย. ให้บริการน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคไปแล้วกว่า20 ล้านลิตร
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ กฟผ. ล่าสุด มีปริมาณน้ำในอ่างฯ กฟผ. ทั้งหมด 57% ของความจุ หรือ 35,285 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน 4% หรือ 1,386 ล้าน ลบ.ม. โดยอ่างเก็บน้ำในภาคเหนือ ได้แก่เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 49% หรือ 11,290 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าปีที่แล้ว 3% หรือ 287 ล้าน ลบ.ม.
ด้านอ่างเก็บน้ำในภาคตะวันตก ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนท่าทุ่งนา และเขื่อนวชิราลงกรณ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 65% หรือ 17,320 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าปีที่แล้ว10 % หรือ 1,519 ล้าน ลบ.ม. อ่างเก็บน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนสิรินธร เขื่อนน้ำพุง เขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนห้วยกุ่ม) มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 42 % หรือ 1,973 ล้าน ลบ.ม. น้อยกว่าปีที่แล้ว 8% หรือ ลดลง168 ล้าน ลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำในภาคใต้ ได้แก่เขื่อนรัชชประภาและเขื่อนบางลาง มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 67% หรือ 4,719 ล้าน ลบ.ม. น้อยกว่าปีที่แล้ว5% หรือลดลง252 ล้าน ลบ.ม.
ปัจจุบันเขื่อนกฟผ. เกือบทุกแห่งได้สิ้นสุดการระบายน้ำเพื่อพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา คงเหลือแต่เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ ที่ยังคงระบายน้ำเพื่อโครงการชลประทานแม่กลองใหญ่ ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมิ.ย. 2555 โดยเขื่อน กฟผ. ทุกแห่งสามารถระบายน้ำได้ตามเป้าหมาย







