
ได้ฤกษ์เซ็นสัญญาแท็บเล็ตวันนี้ ยัด29 แอพพลิเคชันสอนเด็กป.1
ตามกำหนดการแล้วหลังจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน
ตามกำหนดการแล้วหลังจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กับบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ เซ็นสัญญาจัดซื้อร่วมกันนับไปอีกไม่เกิน 28 วัน แท็บเล็ตทดสอบล็อตแรก 2,000 เครื่อง จะถูกส่งมาถึงมือคณะกรรมการตรวจรับเพื่อทดสอบการใช้งานก่อน หากไม่มีข้อผิดพลาดจำนวนที่สั่งซื้อทั้งหมดก็จะถูกส่งมาภายใน 90 วัน
ล่าสุด น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 พ.ค. สำนักงานอัยการสูงสุดได้ส่งร่างสัญญาการจัดซื้อแท็บเล็ตนักเรียนชั้น ป.1 ตามโครงการคอมพิวเตอร์มือถือสำหรับนักเรียนทุกคน (One Tablet PC Per Child) กับบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคปฯ ให้คณะกรรมการจัดซื้อแท็บเล็ตของกระทรวงไอซีทีแล้ว และได้อนุมัติให้ปลัดกระทรวงไอซีทีเตรียมลงนามในสัญญาแล้ว อย่างช้าภายในวันที่ 14 พ.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม จีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงไอซีที ยืนยันว่า จะเซ็นสัญญาได้ในวันที่ 10 พ.ค.นี้แน่นอน และจะไม่เลื่อนไปอีกแล้ว
ขณะที่การเตรียมความพร้อมการบรรจุเนื้อหาหลักสูตรในแท็บเล็ต ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ระบุว่า ได้เตรียมไว้เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบจะใส่เนื้อหา ประกอบด้วย 4 ส่วนที่จะปรากฏอยู่บนหน้าแรกหรือหน้าจอหลักของแท็บเล็ต
สามารถจำแนกออกได้ ดังนี้ ส่วนที่ 1 อีบุ๊ก เมื่อเด็กและผู้ปกครองเปิดเข้าไปจะพบว่า เป็นสิ่งที่คุ้นตาดีอยู่แล้ว เพราะเป็นการแปลงเนื้อหาในหนังสือเดิมจากทั้ง 5 กลุ่มสาระหลัก คือ วิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา และวิทยาศาสตร์ เป็นไฟล์เข้าไปไว้ แต่จะเปิดอ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขหรือขีดเขียนได้
ส่วนที่ 2 อีเลิร์นนิง หรือบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 336 บท ส่วนนี้ถูกออกแบบเป็นสื่อมัลติมีเดีย มีเนื้อหา ภาพ เสียง ให้สามารตอบโต้กับผู้ใช้หรือนักเรียนได้
เช่น นักเรียนใช้นิ้วคลิกเข้าไปฟังเสียงหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติม ขีดเขียนลงไปในบางบทได้ โดยส่วนใหญ่ประยุกต์มาจากที่ สพฐ.เคยออกแบบไว้ในโครงการสื่อการเรียนอีเลิร์นนิงเดิม และเป็นส่วนที่มีเนื้อหาที่ใช้ประกอบการเรียนรู้เรื่องต่างๆ ประกอบการอธิบายหรือสร้างความเข้าใจ
ขณะที่บางบทอาจจะจำเป็นต้องมีครูผู้สอน หรือผู้ปกครองแนะนำเพิ่มเติม จึงจะเข้าใจเรื่องนั้นๆ
ส่วนที่ 3 มัลติมีเดีย จะมีเนื้อหาภาพนิ่ง คลิปภาพเคลื่อนไหว เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นไฟล์เสียงเพลงสำหรับเด็กและเพลงของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน โดยส่วนนี้ สพฐ.ยอมรับว่า ยังไม่สมบูรณ์ 100% ยังมีส่วนที่อาจจะต้องปรับปรุงแก้ไข โดยในส่วนของเพลงสำหรับเด็กบางเพลงยังต้องรอขอลิขสิทธิ์จากผู้เป็นเจ้าของด้วย
ส่วนสุดท้าย แอพพลิเคชัน หรือโปรแกรมที่ออกแบบมาใช้งานตามจุดประสงค์การออกแบบ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน ส่วนนี้เป็นทั้งแบบฝึกหัด แบบทดสอบ เช่น การคัดลายมือ วาดภาพ ระบายสี ข้อสอบต่างๆ เกมการเรียนรู้ทั้งหมดประมาณ 50 แอพพลิเคชัน ที่ สพฐ.คัดเลือกและรวบรวมมาจากแหล่งต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว แต่ยังได้รับอนุญาตให้นำมาบรรจุไว้เพียง 29 แอพพลิเคชันเท่านั้น
เนื้อหาหลักสูตรดังกล่าวจะใช้ความจุ 4 กิกะไบต์ จากทั้งหมด 8 กิกะไบต์ ส่วนที่เหลือ สพฐ.จะไม่อนุญาตให้ใส่เนื้อหาอื่นเพิ่มอีก แต่จะให้นักเรียนดาวน์โหลดเนื้อหาการเรียนอื่นๆ
ทั้งนี้ ในส่วนที่เป็นแอพพลิเคชัน จึงค่อนข้างจะเป็นอิสระ เพราะเปิดโอกาสให้โรงเรียน ครู ผู้ปกครอง สามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้ โดยยังไม่มีความชัดเจนว่า จะปิดกั้นหรือจำกัดแอพพลิเคชันเกมที่นอกเหนือที่จะใช้ในการเรียน และนักเรียนหรือผู้ปกครองอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดาวน์โหลดมาใช้งานเอง







