posttoday
เคลื่อนศพอากงรดน้ำศาลอาญา

เคลื่อนศพอากงรดน้ำศาลอาญา

09 พฤษภาคม 2555

ญาติรับศพอากงไปทำพิธีรดน้ำศพที่หน้าศาลอาญา ตำรวจเตือนเสื้อแดงอย่าสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น หมอเผยผลชันสูตรตายมะเร็งตับ

ญาติรับศพอากงไปทำพิธีรดน้ำศพที่หน้าศาลอาญา ตำรวจเตือนเสื้อแดงอย่าสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น หมอเผยผลชันสูตรตายมะเร็งตับ

วันนี้(9พ.ค.) นางรสมาริน ตั้งนพคุณ พร้อมด้วยลูกสาวและลูกชายเดินทางมารับศพ นายอำพล ตั้งนพคุณ หรือ องกง อายุ 61 ปีผู้ต้องขังคดีหมิ่นเบื้องสูง ที่สถาบันนิติเวช ภายหลังเสียชีวิตภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ด้วยโรคมะเร็ง โดยนำศพแห่ไปยังศาลอาญารัชดาฯ

พ.ต.อ.ชาตรี กาญจนกันติ ผกก.สน.พหลโยธิน กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อย และการจราจร หลังกลุ่มเสื้อแดงเตรียมแห่ศพอากง ไปทำพิธีรดน้ำศพหน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ในเวลา 16.00 น. ว่า ได้มีการเตรียมกำลังและแผนรับมืออยู่แล้ว แต่ต้องรอประเมินสถานการณ์ก่อนว่ามีผู้ชุมนุมมาร่วมพิธีจำนวนมากน้อยเท่าใด

อย่างไรก็ตาม ทางศาลอาญา ไม่อนุญาตให้ผู้ชุมนุมใช้พื้นที่ภายในศาลทำพิธีอย่างแน่นอน คงต้องใช้พื้นที่บริเวณฟุตปาธ ดังนั้นคงต้องมีการจัดกำลังตำรวจจราจรไปช่วยแก้ปัญหารถติดขัด ส่วนผู้ชุมนุม หากสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน และในบริเวณใกล้เคียง ก็จะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของเขาเอง ส่วนการชุมนุมหน้าศาลเมื่อวานนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แกนนำให้ความร่วมมือดี หากไม่ละเมิดกฎหมายก็ทำพิธีได้

ด้าน นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ หนึ่งในทีมแพทย์ที่ร่วมสังเกตุการณ์ การผ่าพิสูจน์ศพนายอำพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าคนไข้ป่วยเป็นมะเร็งตับแล้วลุกลามไปลำไส้และที่ปอดเล็กน้อย จึงสรุปได้ว่าเสียชีวิตเนื่องจากมะเร็งตับระยะสุดท้าย ส่วนจะมีการวางยาคนไข้หรือไม่นั้น  ทางแพทย์ได้นำชิ้นส่วนในกระเพาะอาหารและน้ำในช่องท้องไปตรวจหาสารพิษ คาดใช้เวลาประมาณ2สัปดาห์จึงจะรู้ผล พร้อมกันนี้ได้ตั้งข้อสังเกตการดูแลนักโทษที่เจ็บป่วยของกรมราชทัณฑ์ว่ามีระบบการดูแลดีหรือไม่เนื่องจากนายอำพล ป่วยเป็นมะเร็งนานกว่า 6 เดือนแต่ไม่มีการส่งตัวไปรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญส่วนกรณีมะเร็งช่องปากนั้นไม่พบความผิดปกติและไม่มีต่อมน้ำเหลืองคาดว่าน่าจะทำการรักษาไปแล้ว

ด้าน นพ.พงศักดิ์ ภูสิทธสกุล เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบร่องรอยการถูกทำร้าย พบว่าไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย แต่ไม่พบร่องรอยการช่วยเหลือคนไข้อย่างหนักหน่วงหรือทำCPRก่อนคนไข้สิ้นลม รวมทั้งไม่มีการฉีดยากระตุ้นการเต้นของหัวใจ ซึ่งตามจรรยาบรรณแพทย์แล้วต้องมีการช่วยเหลือคนไข้ในขณะกำลังสิ้นลมอย่างเต็มที่

ขณะที่ นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า เรือนจำให้การดูแลผู้ต้องหาที่เป็นผู้ป่วยตามมาตรฐานของเรือนจำ หากเป็นเรือนจำปกติทั้งในต่างจังหวัดและกรุงเทพทั่วไปก็จะมีการจัดแพทย์หรือพยาบาลมาให้การดูแล หากเป็นเรือนจำขนาดใหญ่อย่างเรือนจำพิเศษกรุงเทพ จะมีทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดมาตรฐานรองรับผู้ต้องขังที่เป็นผู้ป่วย โดยจะมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ เช่น อายุรแพทย์ ศัลยแพทย์ จักษุแพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติ-นรีเวชฯลฯ ให้เข้ามาตรวจรักษา

ทั้งนี้ กรณีไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็จะมีการเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากข้างนอกทั้งจากโรงพยาบาลภูมิพล และโรงพยาบาลตำรวจให้เข้ามาช่วย ดังนั้นการเสียชีวิตของนายอำพลนั้นยืนยันว่า เรือนจำให้การดูแลมาตลอดทั้งการอนุญาตให้เข้ารับรับเคมีบำบัดที่โรงพยาบาลรัชวิภา รวม 7 ครั้งตามกำหนดนัดของแพทย์ รวมทั้งการรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ตามอาการ ซึ่งเรือนจำจะมีทะเบียนประวัติการรักษามาตลอด

ภาพ/สมชาย ภูมิลาด

เคลื่อนศพอากงรดน้ำศาลอาญา

 

เคลื่อนศพอากงรดน้ำศาลอาญา

 

เคลื่อนศพอากงรดน้ำศาลอาญา

 

เคลื่อนศพอากงรดน้ำศาลอาญา

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI