
ของแพง ฉุดคะแนนยิ่งลักษณ์
การเมืองรอบสัปดาห์นี้ เป็นปัญหาเรื่องปากท้องของประชาชนโดยตรง สืบเนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นย่อมส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นตามไปด้วย
การเมืองรอบสัปดาห์นี้ เป็นปัญหาเรื่องปากท้องของประชาชนโดยตรง สืบเนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นย่อมส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นตามไปด้วย
ท่าทีของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชี้แจงปัญหาสินค้าราคาแพงมาจาก 2 สาเหตุ คือ ผลพวงจากอุทกภัยที่ทำให้โรงงานหลายแห่งได้รับผลกระทบจนต้องหยุดสายการผลิตชั่วคราว และราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อราคาอาหาร ทั้งนี้ยืนยันว่า ราคาสินค้าเริ่มถูกลงแล้ว โดยมีสินค้าบางอย่างที่แพงขึ้นและบางอย่างที่ถูกลง
ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ปัญหาของแพงมาจากการที่ประชาชนรู้สึกกันไปเอง แต่ก็ยอมรับว่าปัญหาราคาปลายทางของสินค้ายังไม่ปรับลด เพราะค่าดำเนินการและค่าเช่ายังไม่ลง จึงได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบควบคุมกลไกตลาด เสริมด้วยมาตรการช่วยระยะยาว อาทิ ค่าจ้าง เงินเดือน รวมถึงรถเมล์และรถไฟฟรี
ขณะที่ บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ได้เร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบราคาสินค้าในท้องตลาด พร้อมกับตั้งศูนย์ปฏิบัติการดูแลค่าครองชีพ ติดตามผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด โดยระบุว่า จะไม่ยอมให้มีการปรับราคาต้นทุนจากค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น เพราะจะส่งผลกระทบต่อนโยบายรัฐบาลในที่สุด
ด้านความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้าน อภิรักษ์ โกษะโยธิน สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลงพื้นที่ตรวจตลาด 10 จังหวัด อาทิ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ระยอง เพชรบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา ฯลฯ ตรวจราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค พบว่า ราคาผักคะน้า ผักกาดขาว ผักชี พริก และเนื้อสัตว์ มีการปรับราคาสูงขึ้นจาก 30-35 บาท/กก. เป็น 45-50 บาท/กก. และราคาเนื้อหมูปรับสูงขึ้นจาก 110-115 บาท/กก. เป็น 125-130 บาท/กก. โดยไม่ได้เกิดจากการที่ประชาชนรู้สึกกันไปเอง
ผลงานรอบ 10 เดือนของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ถูก ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ หยิบยกมาตรวจสอบโดยได้นำราคาสินค้าในปัจจุบันเปรียบเทียบกับสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล โดยยกตัวอย่างราคาสับปะรดตกต่ำที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากขายได้กก.ละ 3.5-3.8 บาท เทียบกับราคาในรัฐบาลชุดก่อน 5-5.3 บาท ซึ่งขณะนี้ราคาต้นทุนอยู่ที่ 4.6 บาทต่อ กก. เป็นผลให้เกษตรกรต้องแบกรับค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าจ้าง รวมทั้งกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้มีการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบจำนวน 4 หมื่นตัน โดยอ้างว่านำไปพยุงราคาน้ำมันในตลาดให้ราคาไม่เกินขวดละ 42 บาท มอบให้บริษัท ปตท.และบริษัทลูกที่ประเทศอินโดนีเซียเป็นผู้นำเข้า และเมื่อตรวจสอบราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศ พบว่ามีราคาอยู่ที่ 33 บาท จากต้นทุนราคาตลาดโลกอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 36 บาท ทำให้เกิดข้อสังเกตว่า ทำไมรัฐบาลไม่ซื้อของที่ถูกกว่าในประเทศ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่มีสต๊อกเพียงพอและราคาถูก
อีกด้าน ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เปิดเผยผลการสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์จากองค์กรชั้นนำ 26 แห่ง จำนวน 63 คน เรื่อง “ประเมินผลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลในรอบ 9 เดือน” พบว่าผลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลได้แค่ 3.83 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 โดยถ้าแยกประเมินผลงานด้านต่างๆ เช่น การเติบโตของ GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ได้ 5 คะแนน ด้านการนำพาเศรษฐกิจไทยในช่วงหลังวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ 4.53 คะแนน ด้านการบริหารจัดการหนี้สาธารณะ 3.75 คะแนน ด้านการสร้างความเป็นธรรมในสังคม ลดความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจ 3.47 คะแนน ด้านการแก้ปัญหาดูแลเสถียรภาพของราคาสินค้า 3.17 คะแนน และด้านการบริหารจัดการราคาพลังงาน 3.03 คะแนน
สำหรับโครงการที่เห็นว่ามีผลงานอยู่ในระดับในระดับยอดแย่ มีดังนี้ อันดับ 1 คือ 43% โครงการยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ (การลดราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล) อันดับ 2 คือ 40% โครงการจำนำข้าวเปลือกเจ้าเกวียนละ 1.5 หมื่นบาท และข้าวหอมมะลิเกวียนละ 2 หมื่นบาท อันดับ 3 คือ 38% โครงการแจกแท็บเล็ต พีซี ให้เด็กนักเรียน อันดับ 4 คือ 38% และโครงการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท
ทางฝั่งของการเมืองก็ยังคงร้อนระอุปะปนความขัดแย้ง ระหว่างการประชุมร่วมรัฐสภา วาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญวาระสองยังคงยืดเยื้อ
เพียงแค่เริ่มต้นพิจารณาในมาตรา 291/11 ว่าด้วยระยะเวลาที่ให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยทางกรรมาธิการฯ ได้แก้ไขจากร่างเดิมให้มีระยะเวลาจัดทำรัฐธรรมนูญภายใน 280 วัน โดยมีผู้ที่แปรญัตติในมาตราดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 90 คน ซึ่งสาระสำคัญของผู้อภิปราย ได้ขอให้มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในส่วนของ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนใหญ่ต้องการให้ใช้เวลายกร่าง 360 วัน หรือ 1 ปีขึ้นไป
ทว่าบรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยวิวาทะหยาบคาย ระหว่างที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กำลังอภิปรายในมาตรา 291/11 จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่า อภิปรายนอกประเด็น จึงถูก นพ.วรงค์ ตอบโต้ไล่ให้ไปดูปัญหาราคาข้าวที่ จ.สุรินทร์ ทำให้ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไม่พอใจสวนกลับว่า “ที่บ้านผมเรียกคุณหมอวรงค์ว่า คุณหมาวรงค์”
เกมการเมืองในห้วงเวลานี้ยิ่งซับซ้อนมากขึ้น เมื่อมีกระแสข่าวเตรียมปรับคณะรัฐมนตรี ต้อนรับสมาชิกบ้าน 111 ที่จะปลดล็อกพ้นโทษทางการเมืองในวันที่ 30 พ.ค. เนื่องจากพรรคเพื่อไทยยังต้องการกำลังหลักกลับมาช่วยงาน แต่บุคคลที่โดดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้น จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง มีชื่อติดโผเป็น รมช.มหาดไทย
แนวโน้มการปรับ ครม.ที่จะมีขึ้น ทำให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน เสนอแนะให้นายกรัฐมนตรีเป็นตัวของตัวเอง หากมีการพิจารณาปรับ ครม.จริง 2 กระทรวงที่ควรปรับ คือ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน ที่มีปัญหาเรื่องสินค้าราคาแพงและปัญหาพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า
หันมาดูเมื่อสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทยพม่า ตึงเครียดขึ้นทันที จากผลพวงมาจากนโยบายปราบปรามยาเสพติด ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบปราบปรามยาเสพติดเป็นงานหลัก ได้แสดงหมายจับ พล.อ.นะเคามวย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพกะเหรี่ยงโกะทูบลอ ที่ออกโดยศาลอาญา รัชดาฯ ลงวันที่ 26 ส.ค.2546 ว่า มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจริง พร้อมเรียกร้องให้ พล.อ.นะเคามวย มอบตัวกับทางการไทยเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และหากใครสามารถนำตัว พล.อ.นะเคามวย และผู้ต้องหาตามหมายจับ 24 คนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไทยได้ มีรางวัลนำจับสูงถึง 2 ล้านบาท
ด้าน พล.อ.นะเคามวย ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทันที พร้อมสั่งกองกำลังปิดชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบ คือ ตรงข้าม อ.พบพระ จำนวน 5 ด่าน และตรงข้าม อ.อุ้มผาง จำนวน 7 ด่าน เพื่อตอบโต้กรณีถูกทางการไทยออกหมายจับเป็นหนึ่งในผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ค่าหัว 1 ล้านบาท และยืนยันว่า ไม่เข้ามามอบตัวกับทางการไทยอย่างแน่นอน







