
ถกโรงสีวันนี้สกัดม็อบชาวนา
โพสต์ทูเดย์
— “กขช.” โยนพาณิชย์เรียกประชุมโรงสี หาข้อสรุปเปิดจุดรับซื้อข้าว 10 มี.ค. จ่ายประกันย้อนหลังตันละ 886 บาท ซื้อใจม็อบชาวนา ไม่ร่วมประท้วงเสื้อแดงแหล่งข่าวจากคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้หารือแนวทางแก้ปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ โดยมอบหมายให้นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประชุมร่วมกับตัวแทนสมาคมโรงสีข้าวไทย ในวันที่ 10 มี.ค. เพื่อหาทางเร่งเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกเพิ่มจากปัจจุบันที่โรงสีเข้าร่วมเปิดจุดรับซื้อ 42 แห่ง (13 จังหวัด) จากเครือข่ายโรงสีทั้งหมด 300 โรง
ทั้งนี้ เพื่อแย่งซื้อผลผลิตข้าวเปลือกนาปรังปี 2553 เพราะมีโรงสีหลายแห่งที่ขาดสภาพคล่อง จึงไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยต้องได้ข้อสรุปก่อนวันที่ 12 มี.ค.นี้ เพื่อไม่ให้ชาวนาที่ไม่พอใจหันไปร่วมประท้วงกับกลุ่มคนเสื้อแดง
ขณะที่โรงสีขอให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องสภาพคล่อง เพื่อจูงใจให้เข้าร่วมเปิดจุดรับซื้อ เช่น ชดเชยดอกเบี้ย 2% หรือเพิ่มค่าใช้จ่ายในการฝากเก็บข้าวมากกว่าที่ให้ปัจจุบันตันละ 55 บาทต่อเดือน และทางโรงสียังเรียกร้องให้รัฐบาลระบายข้าวเปลือกที่รับซื้อให้กับโรงสี แต่ทาง กขช.เห็นว่ายังไม่ควรระบาย เพราะจะทำให้ข้าวหมุนเวียนกลับสู่ตลาด โรงสีจะรอซื้อข้าวรัฐบาล ไม่ซื้อข้าวชาวนา กลไกการตลาดก็จะไม่ทำงาน
“
ต้องเร่งประชุมและหาข้อสรุปให้ได้วันพรุ่งนี้ เสนอรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทั้งรองนายกรัฐมนตรี รมว.พาณิชย์ รมว.เกษตรฯ และรมช.คลัง เพราะหากรอถึงการประชุมกขช. รอบหน้าในวันที่ 12 มี.ค. กลุ่มชาวนาอาจไม่พอใจและรวมตัวประท้วงร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดง”แหล่งข่าวกล่าวแหล่งข่าวจากสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า รัฐบาลไม่ยอมผ่อนปรนเงื่อนไขในการตั้งโต๊ะรับซื้อ โดยเฉพาะในเรื่องการระบายข้าวเปลือกให้กับโรงสี การวางค้ำประกัน 50% ทำให้โรงสีคงไม่สามารถเข้าร่วมซื้อข้าวได้มากกว่านี้ และที่สำคัญราคาตั้งโต๊ะรับซื้อของรัฐบาลสูงกว่าราคาตลาดเพียง 300500 บาท เมื่อหักความชื้นก็เท่ากับราคาปกติที่โรงสีซื้อ ประมาณตันละ 8,0008,200 บาท ขณะที่ต้นทุนเกษตรกรต่อไร่เพิ่มขึ้น เพราะผลผลิตต่อไร่ลดลงจากเดิม 700800 กก.ต่อไร่ เหลือเพียง 500 กก.ไร่ จึงทำให้ออกมาเรียกร้อง
“
โรงสีไม่มีสภาพคล่องมากพอที่จะซื้อตุนไว้ ไปดูตามโรงงานผู้ส่งออกก็ได้ โรงสีไปขายข้าว ก็ถูกผู้ส่งออกให้รอ และซื้อราคาลดลง เช่น ข้าวปทุมจาก 25 บาท เหลือ 19.50 บาท ข้าวนึ่งจาก 18 เหลือ 15 บาทเท่านั้น หากชาวนาจะประท้วงก็คงเป็นเพราะโครงการไม่ได้สร้างประโยชน์กับเกษตรกรเต็มที่ บางรายยังไม่ได้รับชดเชย”แหล่งข่าวกล่าวรบ.เล็งจ่ายราคาประกันรายได้ย้อนหลัง 886 บ./ตัน สยบม็อบชาวนาพรทิวา รับลูกสำรวจชาวนาตกหล่น ยัน 5 ด.ไม่ระบายข้าวในสต็อคแหล่งข่าวกขช.เปิดเผยว่า ระหว่างประชุมมีการเสนอทางแก้ปัญหา การชุมนุมประท้วงของชาวนา โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสำรวจจำนวนชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำช่วงวันที่ 12 ก.พ. 8 มี.ค.ให้ได้รับเงินจากโครงการประกันรายได้เกษตรกร เพิ่มเป็น 886 บาทต่อตัน จะทำให้เกษตรกรขายข้าวได้เฉลี่ยตันละ 9,886 บาทต่อตัน
"สาเหตุที่ราคาตกต่ำ และ รัฐบาลต้องเข้ามารับผิดชอบ เพราะกระทรวงพาณิชย์ออกกระแสข่าวการระบายข้าว 5 แสนตัน ระหว่างวันที่ 1 16 ก.พ.ที่ผ่านมา และ ปัญหาการประกาศราคาอ้างอิง 15 วัน ซึ่งล้าช้ากว่าสถานการณ์ราคาที่แท้จริง จึงทำให้ราคาข้าวในช่วงเดือน ก.พ.ตกลงมาที่ตันละ 9 พันกว่าบาท" แหล่งข่าว กล่าว
ทั้งนี้ในช่วงเดือน ก.พ.ราคาที่รัฐบาลประกันรายได้กับชาวนาอยู่ที่ 114 บาท ขณะที่ปัจจุบันตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ราคาอ้างอิงใหม่ที่รัฐบาลประกันรายได้เกษตรกรอยู่ที่ 926 บาท ขณะที่ราคาข้าวตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ. ถึง 8 มี.ค.อยู่ที่ 9,074 บาทต่อตัน เมื่อบวกกับราคาประกันรายได้เดิมจะทำให้ราคาข้าวขยับขึ้นประมาณตันละหมื่นบาท ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนได้ ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ เสนอให้มีการเปลี่ยนเกณฑ์การประกาศราคาอ้างอิงจากเดิม 15 วันต่อครั้งเป็นประกาศราคาอ้างอิงทุก 7 วัน เพื่อให้เท่าทันสถานการณ์ พร้อมกับให้เตรียมโรงสีเข้าร่วมโครงการกับภาครัฐ จำนวน 300 แห่ง เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรับซื้อและจัดเก็บข้าวเปลือกจากการเปิดจุดรับซื้อข้าวของรัฐบาล ซึ่งมาตรการนี้นายกรัฐมนตรีย้ำว่าเป็นมาตรการเฉพาะกิจเท่านั้น เพื่อสร้างผลทางจิตวิทยาแก่ราคาข้าวในตลาด หากเกิดสถานการณ์โรงสีกดราคาข้าวให้ราคาต่ำกว่าความเป็นจริง
ด้านนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน กขช. ได้เรียกประชุมเร่งด่วน เพื่อรับทราบปัญหาและอุปสรรคของเกษตรกรที่ประสบสถานการณ์ข้าวราคาตกต่ำในช่วงที่ผ่านมา โดยนายกฯยืนยันหลักการรับประกันรายได้ตามเดิม ทั้งในเรื่องของราคารับประกันรายได้ให้เกษตรกร และการเพิ่มจุดในการรับซื้อ ส่วนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำ มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์หามาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำ โดยให้รวบรวมผลกระทบจากราคาตกต่ำในช่วงวันที่ 12 ก.พ.8 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่ามีผลกระทบต่อเกษตรกร ทั้งในรูปของราคาข้าว และจำนวนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบเท่าไรอย่างไร โดยนายอภิสิทธิ์ ยืนยันหลักการใช้ระบบประกันรายได้เกษตรกรกับข้าวตามเดิม แม้ชาวนาเตรียมจะบุกมาชุมนุมที่กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็คงต้องปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล
แหล่งข่าวจาก กขช. เปิดเผยว่า คาดว่าการชดเชยดังกล่าวจะเพิ่มอีกตันละ 886 บาท ทำให้เกษตรกรขายข้าวได้ตันละ 9,886 บาท ระหว่างประชุมมีการเสนอทางแก้ปัญหา การชุมนุมประท้วงของชาวนา โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสำรวจจำนวนชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำช่วงวันที่ 12 ก.พ. 8 มี.ค.ให้ได้รับเงินจากโครงการประกันรายได้เกษตรกร เพิ่มเป็น 886 บาทต่อตัน จะทำให้เกษตรกรขายข้าวได้เฉลี่ยตันละ 9,886 บาทต่อตัน
นางพรทิวา กล่าวอีกว่า ขอยืนยันว่าจากนี้ไปอีก 5 เดือน จะไม่มีการระบายข้าวรัฐ ของรัฐบาลอย่างแน่นอน และสำหรับการชุมนุมของชาวนาที่เตรียมบุกกระทรวงพาณิชย์นั้น นายกฯยังยืนหลักการเดิมระบบประกัน ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ในฐานะส่วนหนึ่งของรัฐบาล ก็ยินดี ปฏิบัติตามนโยบายนายกฯแน่นอน ส่วนการเอาผิดกับคนปล่อยข่าวกระทรวงพาณิชย์กำลังตรวจสอบ
“
ในที่ประชุมมีการหารือถึงเรื่องผลประโยชน์ที่โรงสีได้รับเมื่อเข้าร่วมโครงการ และ สภาพคล่องของโรงสี เพื่อให้เป็นแรงจูงใจให้โรงสีเข้าร่วมโครงการมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของค่าเช่าอาจมีการปรับเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นในวันที่ 10 มี.ค.นี้ เวลาประมาณ 10.00 น.กระทรวงพาณิชย์จะหารือกับโรงสีอีกครั้งเพื่อหาทางออกร่วมกัน ขณะนี้มีโรงสีที่เข้าร่วมโครงการใน 13 จังหวัด 42 โรง”นางพรทิวา กล่าว






