
แห้วข้อมูลขนยาผ่านศุลกากร
ดีเอสไอแห้วบุกด่านศุลกากรไม่ได้ข้อมูลขนยาซูโดฯ เพิ่มเติม
ดีเอสไอแห้วบุกด่านศุลกากรไม่ได้ข้อมูลขนยาซูโดฯ เพิ่มเติม
นางชลิดา พันธ์กระวี ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากร ได้อธิบายให้นายสรรเสริญ ปาลวัฒน์วิไชย รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง 1 ดีเอสไอ ที่เดินทางขอเข้าตรวจสอบข้อมูลและเอกสารการรับส่งสินค้าของบริษัทชิปปิ้งที่นำเข้ายาซูโดอีเฟดรีนที่สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยย้ำว่า เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจการลักลอบนำเข้ายาจากต่างประเทศผ่านทางสนามบินสุวรรณภูมิได้
ทั้งนี้ เนื่องจากกฎหมายไม่ให้อำนาจเปิดกล่องสินค้า หากใบสำแดงสินค้าไม่ได้ระบุว่าเป็นสินค้าต้องห้ามหรือถูกขึ้นบัญชีจากทางรัฐบาล อย่างไรก็ตามได้แต่นำแผนผังในเขตปลอดอากรมาแสดงจุดตรวจรับสินค้าและรายละเอียดการทำเอกสารในเขตปลอดอากรให้คณะเจ้าหน้าที่ดีเอสไอดู จึงไม่ได้หลักฐานเพิ่มเติม ยกเว้นคำอธิบายถึงขั้นตอนการทำงาน
ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ผลการสอบสวนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบขโมยยาซูโดอีเฟดรีนออกจากโรงพยาบาล มีทั้งหมด 7 คน ทั้งจากโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน 11 แห่ง พบพฤติกรรมการทุจริต 3 ส่วน 1.ลักลอบใช้ชื่อโรงพยาบาลสั่งซื้อยา แต่ไม่นำยาเข้าสต๊อกของโรงพยาบาล หรือลอยยา มีผู้ที่เกี่ยวข้อง 5 คน ในโรงพยาบาล 4 แห่ง คือ โรงพยาบาลสยามราษฎร์ โรงพยาบาลเซ็นทรัลเชียงใหม่เมโมเรียล โรงพยาบาลฮอด และโรงพยาบาลดอยหล่อ
2.ลักลอบนำยาออกจากโรงพยาบาล มีผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งเข้าข่ายเป็นผู้ต้องหา 2 คน อยู่ใน 2 โรงพยาบาล คือ โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และโรงพยาบาลทองแสนขัน 3.พบพฤติกรรมการทุจริตยา แต่ต้องรอหลักฐานให้ชัดเจนมากขึ้น พบโรงพยาบาลเกี่ยวข้อง 5 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลกมลาไสย โรงพยาบาลหนองกี่ โรงพยาบาลภูสิงห์ โรงพยาบาลนากลาง และโรงพยาบาลเสริมงาม
นพ.พงศ์พันธ์ วงศ์มณี รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ถึงวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ส่งคืนยาซูโดอีเฟดรีนคืนแล้วทั้งสิ้น 18.2 ล้านเม็ด และน้ำยาอีก 11.3 ล้านมิลลิลิตร จากยอดผลิตทั้งสิ้น 60 ล้านเม็ด และอยู่ในการครอบครองของสถานพยาบาล 20 ล้านเม็ด







