
แม่ค้าโวยยอดขายวูบ รายจ่ายเพิ่ม-ต้นทุนพุ่ง
พ่อค้าแม่ค้าครวญสินค้าแพงกระทบรายได้หด แต่รายจ่ายพุ่ง ร้องรัฐควบคุมพลังงาน ชะลอขึ้นราคาสาธารณูปโภค เพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชน
พ่อค้าแม่ค้าครวญสินค้าแพงกระทบรายได้หด แต่รายจ่ายพุ่ง ร้องรัฐควบคุมพลังงาน ชะลอขึ้นราคาสาธารณูปโภค เพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชน
นางภัทรภร ลิ้มไกรวัฒนา เจ้าของแผงขายหมูในตลาดสดแม่กิมเฮง เขตเทศบาลนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า ราคาเนื้อหมูปรับขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือน มี.ค.จนถึงปัจจุบันเพิ่มกิโลกรัมละ 20-30 บาท เช่น หมูเนื้อสัน ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 155 บาท จากเดิม 135 บาท หมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ 145 บาท จากเดิม 125 บาท เป็นต้น ส่งผลกระทบต่อยอดขายลดลง แต่ตรงข้ามกลับมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น เพราะต้องแบกรับภาระต้นทุนขนส่งเพิ่มสูงขึ้นจากน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
นางภัทรภร กล่าวอีกว่า ปัจจุบันนี้จำเป็นต้องลดปริมาณสั่งสินค้ามาจำหน่ายเกือบเท่าตัว จากเดิมที่เคยรับมาจำหน่ายวันละ 800 กิโลกรัม จะเหลือเพียงวันละ 500 กิโลกรัม เนื่องจากประชาชนซื้อเนื้อหมูเพื่อนำไปบริโภคลดน้อยลง อีกทั้งหากสั่งมาจำหน่ายในปริมาณที่เท่าเดิมกลัวจำหน่ายไม่หมด ทำให้เนื้อหมูเน่าเสียได้ก็ยิ่งจะทำให้ต้องแบกรับภาระมากขึ้นอีก จึงเรียกร้องให้รัฐบาลควบคุมราคาพลังงานชะลอการขึ้นราคาสาธารณูปโภคของรัฐ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชน
ด้านนางสมเพียง วงษ์ประเสริฐ แม่ค้าขายผักภายในตลาดสดแม่กิมเฮง กล่าวว่า อาหารสด เครื่องปรุง พืชผัก ผลไม้ อาหารปรุงสำเร็จ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ใช้ห่อหุ้มอาหาร ราคาเพิ่มขึ้น เฉลี่ยอย่างละ 5-15 บาท ทำให้ยอดขายลดลงเกินกว่าครึ่ง เนื่องจากผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างประหยัด
“เมื่อราคาผักแพงขายของได้ยากขึ้น เพราะด้วยสภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ขณะนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนข้าวของทุกอย่างก็พากันปรับตัวขึ้นหมด จึงต้องปรับสภาพด้วยการลดจำนวนการสั่งซื้อผักชนิดต่างๆ ลงมาประมาณ 20% เพราะถ้าเหลือก็ไม่สามารถเก็บไว้ขายวันอื่นได้ เพราะอากาศที่ร้อนจัดผักเน่าเสียง่าย ทำให้รายได้ที่มีอยู่หดหายลงไปกว่าครึ่ง” นางสมเพียง กล่าว
ขณะที่ นางณัฐภัทร แสวงสุข แม่ค้าขายลอดช่องในตลาดสดเทศบาลเมืองอุบลราชธานี กล่าวว่า เดิมสามารถขายของได้วันละกว่า 2,000 บาท แต่ปัจจุบันยอดขายลดลงเพราะลูกค้าประหยัดการใช้จ่ายเงิน ทำให้ได้รับผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง แต่กลับมีรายจ่ายสูงขึ้นจากต้นทุน ทั้งแป้งใช้ทำลอดช่อง แก้วพลาสติก ถุงห่อบรรจุภัณฑ์ ซึ่งปรับราคาสูงขึ้นอย่างละ 3-10 บาท แต่ปัจจุบันยังไม่ปรับราคาขึ้น เพราะเกรงว่าลูกค้าจะเดือดร้อน
น.ส.สันทนา กิจเพิ่มเกียรติ ข้าราชการหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ทุกวันนี้เลือกซื้อของสดไปปรุงเป็นอาหาร เดิมใช้เงินซื้อไม่เกินวันละ 100-150 บาท แต่ต้องจ่ายเงินซื้อเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็นวันละเกือบ 300 บาท เพราะสินค้าทุกชนิดมีราคาแพงมาก ส่งผลกระทบต่อรายจ่าย







