
รัฐสภาถกรธน.วันที่ 10
รัฐสภาถกรธน.วันที่ 10 ปชป.อัดมาตรา 291/7 ให้อำนาจปธ.สภารวบรัดแก้รธน. ชี้ ขัดหลักการปชต.
รัฐสภาถกรธน.วันที่ 10 ปชป.อัดมาตรา 291/7 ให้อำนาจปธ.สภารวบรัดแก้รธน. ชี้ ขัดหลักการปชต.
การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 เข้าสู่วันที่ 10 โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการอภิปรายในมาตรา 291/7 ว่าด้วยการให้ประธานรัฐภามีอำนาจกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญในกรณีที่รัฐสภาต้องดำเนินการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในระหว่างปิดสมัยประชุมรัฐสภา
ขณะที่ เมื่อคืนวันที่ 1 พ.ค.รัฐสภาได้มีมติเสียงข้าง 337 ต่อ 50 คะแนนเห็นชอบกับมาตรา 291/6 ว่าด้วยการให้รัฐสภาดำเนินการคัดเลือกสมาชิก ส.ส.ร. ตามมาตรา 291/1(2) ให้แล้วเสร็จภายใน 75 วัน หลังจากรัฐสภาได้ใช้เวลาพิจารณามาตรานี้นานถึง 3 วัน
ส่วนการอภิปรายในมาตรา 291/ 7 ปรากฎว่าได้มีกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อยในซีกพรรคประชาธิปัตย์หลายคนแสดงความไม่เห็นด้วยกับการยกร่างมาตรานี้เพราะเห็นว่าเป็นการให้อำนาจประธานรัฐสภามากเกินไป
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย กล่าวว่า การกำหนดลักษณะนี้ไม่ต่างอะไรกับการให้อำนาจประธานรัฐสภามากเกินไป เนื่องจากการตราพ.ร.ฎ.เพื่อเปิดสมัยประชุมรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้วางหลักการเอาไว้ 2 ส่วน คือ มาตรา 128 ให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการ และมาตรา 129 ให้สส.หรือสว.เข้าชื่อเพื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา ทั้งหมดจะเห็นได้ว่าไม่แนวทางไหนเปิดโอกาสให้ประธานรัฐสภาใช้ดุลยพินิจตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว แต่ต้องเป็นการใช้ดุลยพินิจร่วมกัน
"ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีหลายจุดให้อำนาจประธานรัฐสภาเอาไว้มากอย่างเห็นได้ชัด เช่น การให้ประธานรัฐสภากำหนดวิธีการกระบวนการเลือกส.ส.ร.จำนวน 22คน แสดงให้เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีจุดประสงค์เพียงแค่ต้องการให้เกิดความรวดเร็ว ผิดหลักการประชาประชาธิปไตยที่ต้องสร้างกระบวนการของการมีส่วนร่วมไม่ไช่รวบอำนาจทั้งหมดไว้ที่ประธานรัฐสภา" นายพีระพันธุ์ กล่าว







