
ชี้ไทยมีโรงไฟฟ้าพอใช้ ไม่จำเป็นต้องสร้างใหม่
นักวิชาการด้านพลังงานยืนยัน ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าเพิ่ม แฉข้อมูลรัฐบิดเบือน หวังสร้างโรงไฟฟ้าใหม่
นักวิชาการด้านพลังงานยืนยัน ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าเพิ่ม แฉข้อมูลรัฐบิดเบือน หวังสร้างโรงไฟฟ้าใหม่
นางชื่นชม สง่าราศรี กรีเซน นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน เปิดเผยในงานเสวนาเรื่อง “ขึ้นค่าไฟ-ใครรับผิดชอบ” ที่จัดขึ้นโดยสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ว่าเตรียมเสนอแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า 2555-2573 (พีดีพี 2012) ที่ทางเครือข่ายภาคประชาชนเป็นผู้จัดทำ โดยระบุชัดเจนว่าประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้านิว เคลียร์และโรงไฟฟ้าถ่านหิน เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าไม่ได้สูงมากจนต้องมีโรงไฟฟ้าใหม่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ได้กำหนดตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าใน 4 ช่วง แบ่งเป็น 1.ในช่วง 25 ปีข้างหน้า เฉลี่ยความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นปีละ 830 เมกะวัตต์/ปี 2.ในช่วง 15 ปี เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 813 เมกะวัตต์/ปี 3.ในช่วง 10 ปี เพิ่มขึ้น 772 เมกะวัตต์/ปี และ 4.ในช่วง 5 ปี เพิ่มขึ้นปีละ 407 เมกะวัตต์/ปี เท่านั้น แต่เมื่อเทียบกับแผนพีดีพีที่ภาครัฐจัดทำไว้ กำหนดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึงปีละ 1,491 เมกะวัตต์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อต้องการให้เกิดโรงไฟฟ้าใหม่ให้ได้
นางสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) 30 สต./หน่วย เป็นเรื่องไม่สมควร และผิดหวังกับการทำงานของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ที่ไร้ประสิทธิภาพ ทำหน้าที่ได้แค่การต่อรองไม่ให้ค่าเอฟทีปรับขึ้นถึง 50 สต./หน่วย จากที่มีการเสนอไว้
ทั้งนี้ ความเป็นจริงต้นทุนค่าไฟไม่ควรปรับขึ้น เนื่องจากมีการคำนวณต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าสูงเกินจริง







